จันทร์เพ็ญ จันทนา

ผู้เขียน : จันทร์เพ็ญ จันทนา

อัพเดท: 10 เม.ย. 2007 19.03 น. บทความนี้มีผู้ชม: 8020 ครั้ง

เรื่องเล่านี้ จริงทุกอย่าง ยกเว้น...


อิ่มบุญ อุ่นหัวใจ 1


20455_karn01.jpg


วันหนึ่ง วันนั้น….

พี่ๆ ทีมเว็บมีโครงการนำข้าวของและเงินไปบริจาคที่โรงเรียนหมู่บ้านเด็ก จังหวัดกาญจนบุรี เป็นโครงการดีๆ ของคนในโลกไซเบอร์ครับ ใจจริง ผมก็ไม่ถนัดทางพวกบริจาคอะไรซักเท่าไหร่ แต่การได้นั่งรถกินลมออกไปต่างจังหวัด บอกลาหน้าจอคอมพิวเตอร์สี่เหลี่ยม ไปสู่อ้อมกอดแห่งธรรมชาติ…ก็ไม่เลวนะครับ ดังนั้น แม้พี่ๆ จะไม่ได้ออกปากชวน ผมก็ตกลงปลงใจด้วยตัวเอง ว่าจะต้องขอไปแจมกิจกรรมนี้ด้วย แน่นอน

พี่หมูครับ พี่หมู เขากลายเป็นคนขับรถตู้จำเป็น พาเราออกจากกรุงเทพฯ ไปเมืองกาญจน์ เราเตรียมข้าวของบริจาคไปไม่น้อย เรี่ยไรเงินได้จำนวนหนึ่งด้วย ของทั้งหมดถูกรวมไว้ที่ท้ายรถ พวกเราทั้งหมด มีพี่โต้ง พี่แอน พี่หมู พี่แนน พี่แตน พี่เพ็ญ พี่เอ แล้วก็ผม มุ่งหน้าออกจากกทม.ไปเมืองกาญจน์กันแต่เช้าตรู่ (จะว่าเห่อก็ได้ เพราะพอพี่โต้งเปิดประตูรถ ผมก็กระโดดขึ้นเป็นรายแรกเลย)ข้าวปลาไม่ต้องห่วง เราแวะฝากท้องกันที่ร้านอาหารฟาสท์ฟู้ดระหว่างทาง ผมตัวไม่โต ก็เลยกินไม่จุ (ประหยัดครับ ยุคนี้ยุคประหยัด) พี่หมูเป็นสารถีฝีมือดีใช้ได้ นึกว่าจะชำนาญแต่ดูแลเว็บไซต์ ผมว่าจะปรบมือให้แล้ว คิดไปคิดมา อย่าดีกว่า เดี๋ยวจะเจ็บตัว…

20455_karn02.jpg


สองข้างทางค่อยๆ แปรสภาพจากตึกสูงๆ เป็นต้นไม้เขียวๆ รู้สึกดีอย่างประหลาดครับ ผมรู้สึกว่าตัวเองอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ หรือตึกที่เหมือนกล่องมานาน มาเจออะไรกว้างๆ อย่างนี้ ก็ต้องลิงโลดกันบ้าง เป็นธรรมดา นานๆ เปิดหูเปิดตา เรียกว่า "กำไรชีวิต" ก็คงไม่ผิดหรอกครับ

ราวๆ สองชั่วโมง เราก็ไปถึงโรงเรียนหมู่บ้านเด็ก จังหวัดกาญจนบุรี ที่นี่ เป็นส่วนหนึ่งของโครง การดีๆ จากมูลนิธิเด็ก รับเลี้ยงเด็กกำพร้าที่ยากจน โดยไม่มีการเก็บค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น ค่าใช้จ่ายทั้งหมด มาจากการบริจาคของผู้มีจิตศรัทธา ทั้งชาวไทยและต่างประเทศ มีเด็กๆ อยู่ราว 150 คน อายุตั้งแต่ 2 ปี ไปจนถึง 20 ปีเลยครับ

ภายในรั้วโรงเรียนที่กว้างพอสมควร เต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ ทำให้รู้สึกร่มรื่น (แม้อากาศจะร้อนไปสักนิด) เท่าที่ทราบ โรงเรียนตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำแควใหญ่ เรื่องอากาศไม่ต้องพูดครับ บริสุทธิ์สะอาดที่สุด ก็เหมือนเด็กๆ ที่นั่นแหละครับ ที่ใสสะอาด และถ้าจะมีความหม่นหมองอยู่ในตัวพวกเขาบ้าง ก็คงเป็นเพราะสาเหตุการมาจากครอบครัวที่แตกแยก จิตใจน้อยๆ ก็ย่อมมีความเหว่ว้าอยู่ลึกๆ…อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้


 

เจ้าหน้าที่ที่นี่ดีครับ เขาต้อนรับขับสู้พวกเราเป็นอย่างดี หาน้ำหาท่ามาให้เราดื่มคลายร้อน ผมแอบจิบแก้วของพี่แนนไปอึกใหญ่ ชื่นใจครับ เด็กๆ มาล้อมหน้าล้อมหลังเรากันเป็นการใหญ่ หลายคนเริ่มค้นข้าวของ คงอยากรู้ว่าเราเอาอะไรไปให้เขาบ้าง และด้วยความขาดความอบอุ่นจากครอบครัว ไม่ถึงสิบนาทีที่พวกเราไปถึง พี่ๆ แต่ละคน ก็มีน้องๆ จับมือ แล้วก็รุมล้อมอยู่เต็มไปหมด

20455_karn03.jpg



เรามอบเงินให้อาจารย์เก็บไว้เป็นค่าอาหารกลางวันแก่เด็กๆ อาจไม่ใช่เงินก้อนโต แต่ความสุขใจที่เราได้นั้น ก้อนเบ้อเริ่มเลยครับ…ผมรู้สึกเช่นนั้น และคิดว่าพี่ๆ คนอื่นๆ ก็คงไม่แตกต่างจากผม

ช่วงบ่ายๆ หลังจากเลี้ยงไอศครีมเด็กๆ กันถ้วนหน้า (ผมก็แอบเลียไอศครีมของพี่แอนไปสองแผล่บ) เด็กๆ ก็พาเราไปดูแปลงผักสวนครัวที่พวกเขาปลูกไว้ พี่ๆ ไปกันหมด ผมขี้เกียจไปครับ เลยโต๋เต๋ไปอ่านบอร์ดหน้าโรงเรียน เป็นบอร์ดแสดงผลงานศิลปะของเด็กๆ ทึ่งเลยครับ หลายๆ ภาพที่ผมเห็น มีแววว่าคนวาดจะเป็นจิตรกรเอกในอนาคตได้ไม่ยาก (พี่แตนก็ว่าอย่างนั้น) แต่ที่ผมสะดุดสุดๆ ก็คือหัวข้อบนบอร์ดที่เขียนได้โดนใจผมมาก เขาเขียนว่า "ไม่ได้ติดรูปนี้ เพื่อยกย่องคนวาด แต่ติดรูปนี้ไว้เพื่อให้เข้าใจคนวาด" เด็ดมากครับ ผมเห็นพี่เพ็ญเรียกพี่แตนไปดูแล้วชมยกใหญ่ว่าเฉียบคม...ประทับใจ

(มีต่อตอน 2 ซึ่งเป็นตอนจบ)


บทความนี้เกิดจากการเขียนและส่งขึ้นมาสู่ระบบแบบอัตโนมัติ สมาคมฯไม่รับผิดชอบต่อบทความหรือข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือทำให้เกิดความเสียหาย หรือละเมิดสิทธิใดๆ กรุณาแจ้งมาที่ ht.ro.apt@ecivres-bew เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกจากระบบในทันที