เดินทางสะพายกล้อง

ผู้เขียน : เดินทางสะพายกล้อง

อัพเดท: 28 พ.ค. 2007 02.55 น. บทความนี้มีผู้ชม: 8141 ครั้ง

"ข้าวปุ้นเป็นการกินอยู่แบบพอเพียง เพราะข้าวเราก็ปลูกเอง ตำเอง ทำพออยู่พอกิน ไม่ต้องไปซื้อเขากิน เวลาว่างจากฤดูการทำไร่นา ก็ทำข้าวปุ้นแบ่งกันกิน ”


ข้าวปุ้น:กินอยู่แบบพอเพียง

ข้าวปุ้น:กินอยู่แบบพอเพียง

 

             โป๊กๆๆๆ เสียงครกกระเดื่องตัวเขื่องแว่วมาแต่ไกล เมื่อเดินไปตามเสียง ปรากฏภาพกลุ่มของชาวบ้านกำลังง่วนอยู่กับการตำข้าวเปลือกให้เป็นข้าวกล้อง สอบถามได้ความว่า ข้าวที่ตำแล้วจะเก็บเอาไว้กินทั้งปี ส่วนหนึ่งชาวบ้านจะนำมาทำข้าวปุ้นเพื่อรับประทานกันเอง               


23314_d3 copy.gif

ข้าวปุ้น หรือขนมจีนเป็นอาหารที่ส่วนประกอบสำคัญทำจากข้าวซึ่งเป็นอาหารหลักของคนเอเชีย จึงเป็นที่ รับประทานและรู้จักกันดีของคนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีชื่อเรียกขานแต่ละท้องที่แตกต่างกัน ทางภาคเหนือเรียก “ขนมเส้น”กลาง ใต้ ตะวันออก เรียก “ขนมจีน” ภาคอีสานและประเทศลาวเรียก “ข้าวปุ้น” เวียดนามเรียก “บุ๋น” 

23314_d1 copy.gif


คุณยายนุ่น คะยอมดอก   แม่เฒ่าบ้านกุดตาใกล้ ต.สายนาวัง อ.นาคู จ.กาฬสินธิ์ เล่าให้ฟังว่า การทำข้าวปุ้นส่วนประกอบมีเพียงข้าวจ้าวแดงที่ปลูกไว้กันทุกปี วิธีการทำคือ นำข้าวจ้าวแดงที่ตำเปลือกออกแล้วมาแช่น้ำ แล้วหมักไว้ 1 อาทิตย์ ในภาชนะที่รองด้วยใบตอง  นำมาล้างน้ำทุกวันวันละ 2 ครั้ง หมักจนกว่าข้าวจะยุ่ยกลายเป็นแป้ง แล้วนำไปกรองด้วยผ้าขาว นำแป้งที่ได้ห่อใบตองนำไปต้มในน้ำเดือด ต้มจนแป้งเหลวได้ที่ และนำมานวดจนแป้งเหลวละเอียดจับเป็นก้อนเดียวกันได้ที่ ขั้นตอนสุดท้ายนำแป้งที่ได้ไปบีบด้วยเฝือน(ภาชนะทำด้วยสังกะสีมีรู) ลงไปในน้ำต้มเดือด ปล่อยให้เส้นสุก จะได้ข้าวปุ้นเส้นสีขาว แล้วตักไปใส่ในน้ำเย็น พันขนมจีนพันให้เป็นจับๆ ก็จะได้ข้าวปุ้นไว้รับประทานกับน้ำยาอร่อยๆ

23314_d2 copy.gif
(การบีบข้าวปุ้น)

               
“ ทุกขั้นตอนการทำข้าวปุ้นใช้เวลา 2 อาทิตย์ในการหมักและทำ ส่วนมากชาวบ้านจะทำไว้กินเอง การทำข้าวปุ้นเป็นการกินอยู่แบบพอเพียง เพราะข้าวเราก็ปลูกเอง ตำเอง ทำพออยู่พอกิน ไม่ต้องไปซื้อเขากิน เวลาว่างจากฤดูการทำไร่นา ก็ทำข้าวปุ้นแบ่งกันกิน ”

 ข้าวปุ้นมักใช้ในการทำบุญเลี้ยงพระ เลี้ยงแขก ในงานบุญต่างๆในหมู่บ้าน คุณยายนุ่นเล่าให้ฟังอีกว่า เมื่อก่อนเวลามีงานบุญชาวบ้านในหมู่บ้านก็จะช่วยกันลงแรงทำข้าวปุ้นกัน ช่วยกันตำ ช่วยกันบีบ  แต่เดี๊ยวนี้ต้องซื้อมากิน เนื่องจากไม่มีเครื่องทุ่นแรงในการทำอีกทั้งไม่มีแรงงาน จึงไม่สามารถทำข้าวปุ้นได้ในปริมาณเยอะๆ ได้ ต้องหันมาพึ่งขนมจีนจากโรงงาน

                ปัจจุบันนี้การตำข้าวปุ้นกินกันเองมีน้อยมาก มีแต่ผู้เฒ่าผู้แก่ที่ทำข้าวปุ้นกินกัน เด็กรุ่นใหม่ไม่ทำกินกันแล้ว เพราะซื้อกินสะดวกและง่ายกว่า ขนมจีนปัจจุบันที่ทำตามโรงงานมักมีส่วนผสมของแป้งมาก มีการฟอกสี ใส่สารกันบูด ซึ่งล้วนแต่ก่อเกิดผลเสียต่อสุขภาพ แต่ทำกินเองใช้ข้าวสดๆจากธรรมชาติ ไม่ใช้สารปรุงแต่งใดๆทั้งสิ้น ปลอดภัยต่อสุขภาพ เป็นการอยู่กินแบบธรรมชาติตามวิถีพอเพียงของชาวบ้านกุดตาใกล้

          ข้าวปุ้นจะรับประทานกับน้ำยาป่า ซึ่งทำมาจากปลาช่อน ปลาดุก หรือปลาหมอ จากบ่อปลาที่ชาวบ้านเลี้ยงเอง มีผักในสวนทั้ง ผักบุ้ง ถั่วฝักยาว สาระเหน่ เป็นเครื่องเคียง ไม่ต้องเสียเงินไปซื้อหาจากตลาด และมั่นใจด้วยว่าปลอดภัยจากสารเคมี เพราะชาวบ้านที่นี่ไม่ใช้สารเคมีในการปลูกผักเลย ชาวบ้านแอบกระซิบด้วยว่า ข้าวปุ้นทำเองสดๆ กินกับน้ำยาป่าร้อนๆ นอกจากรสเด็ดอย่าบอกใครแล้ว กระชาย และผักกับยังเป็นสมุนไพรชั้นดีที่ช่วยให้สุขภาพแข็งแรงอีกด้วย  

 

 


บทความนี้เกิดจากการเขียนและส่งขึ้นมาสู่ระบบแบบอัตโนมัติ สมาคมฯไม่รับผิดชอบต่อบทความหรือข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือทำให้เกิดความเสียหาย หรือละเมิดสิทธิใดๆ กรุณาแจ้งมาที่ ht.ro.apt@ecivres-bew เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกจากระบบในทันที