oMMy

ผู้เขียน : oMMy

อัพเดท: 26 ก.ค. 2007 20.16 น. บทความนี้มีผู้ชม: 3185 ครั้ง

พ่อมดแฟร์รี่ได้รับคำสั่งจากท่านซันซาร์ ซึ่งเป็นราชาแห่งโลกเวทย์มนตร์ให้ตามหาเด็กชายผู้ที่สามารถสืบทอดพลังแห่งราชาเวทย์มนคร์ แต่เหตุการณ์ครั้งนี้จะต้องลงไปยังโลกมนุษย์ ซึ่ง คัทซ์ มามู เป็นพ่อมดที่ถูกเก็บมาเลี้่ยงโดยพ่อมดแฟร์รี่ เหตุการณ์จะเป็นอย่างไร คัทซ์จะสามารถสืบทอดพลังแห่งราชาเวทย์มนตร์ได้หรือไม่ แล้วจะเกิดอุปสรรคอะไรกับเขาบ้าง.. ต้องติดตามครับ..


กำเนิดราชาเวทย์ [Source of King]

            แฟร์รี่ พ่อมดฝ่ายธรรมะ ได้รับคำสั่งจากท่านซันซ่าร์ ราชาแห่งเวทย์มนต์ว่าให้มาหาเด็กชายที่สามารถสืบทอดพลังแห่งราชาเวทย์มนต์ได้ เขาได้เดินทางมายังโลกมนุษย์  แต่มันช่างหายากเหลือเกินเพราะว่าเด็กที่สามารถสืบทอดพลังได้นั้นจะมีหนึ่งเดียวในโลกเท่านั้น และที่สำคัญเด็กคนนั้นจะต้องมีพลังที่เรียกว่า พาวเวอร์วิซเซอร์ (Power Wizzer) จะมีอยู่ภายในร่างกายของเขามาตั้งแต่เกิด เมื่อแฟร์รี่หาไม่พบเขาเริ่มรู้สึกเหนื่อยและท้อแท้กับการหาเด็กผู้มีพลัง และเมื่อเขาขี่ไม้กวาดผ่าน ป่าแห่งปิศาจมืด (Dark Devil Forest) เขาก็ได้ยินเสียงเด็กร้อง ซึ่งเสียงที่ออกมาแสดงถึงการมีพลัง
พาวเวอร์วิซเซอร์ จากนั้น แฟร์รี่ก็ได้มุ่งหน้าเข้าสู่เด็กคนนั้น และแล้ว... เขาก็ได้พบกับเด็กผู้มีพลังแล้ว
!!

            “เย้!!!...“ แฟร์รี่ร้องหลังจากพบเด็กผู้มีพลัง

จากนั้นเขาก็ได้นำ ลูกแก้ววิเศษสีมุกให้เด็กผู้มีพลังกลืนเข้าสู่ท้อง เพื่อให้เด็กคนนั้นมีความสามารถทางด้านเวทย์มนต์มากกว่าผู้อื่น หลังจากนั้นแฟร์รี่ก็รีบนำเด็กคนนั้นกลับเมืองคาโมโลกุล (Khamorocul) เมืองของพ่อมดแม่มด เพื่อนำไปให้ท่านซันซ่าร์ (Xanxar) ราชาแห่งเวทย์มนต์ ท่านซันซ่าร์ ได้ตั้งชื่อให้แก่เด็กคนนั้นว่า คัทซ์ซ์  มามู (Kutzz Mamu) จากนั้นได้ทำพิธีสืบทอดพลังแห่งราชาเวทย์ ให้แก่คัทซซ์ ปรากฎว่าคัทซ์ซ์ยังไม่สามารถสืบทอดพลังแห่งราชาเวทย์ได้เต็มที่ จึงได้แค่หนึ่งส่วนของท่านซันซ่าร์ เมื่อทำพิธีเสร็จ ท่านซันซ่าร์ได้มอบไม้กายสิทธิ์ให้แก่คัทซ์ซ์ พร้อมคัมภีร์เรียนเวทย์มนต์เพื่อการเป็นราชาเวทย์ และได้มอบหมายหน้าที่ให้ศาสตราจารย์ เจนเวิร์ต  โซฟี ผู้สอนเวทย์มนต์ของพ่อมดฝ่ายธรรมะที่เก่งและมีประสบการณ์ที่สุด เลี้ยงดูคัทซ์ซ์ จนเข้าเรียน

            ศาสตราจารย์เจนเวิร์ต เป็นผู้เลี้ยงดูคัทซ์ซ์มาโดยตลอด และเขาได้สอนคาถาที่สำคัญต่างๆให้แก่คัทซ์ซ์ เพื่อเตรียมพร้อมกับการรับพลังแห่งราชาเวทย์

เมื่อคัทซ์ซ์ มีอายุ 6 ปี เขาก็ได้เข้าสู่โรงเรียนสอนวิชาเวทย์มนต์ ธังกอเรร่า (Thungorera) คาถาแรกที่เขาได้เล่าเรียนในโรงเรียนนี้ก็คือ คาถาสำหรับสร้างภาพลวงตา เพราะโรงเรียนธังกอเรร่า คือป่าทึบ ซึ่งไม่มีห้องเรียนใดๆเลย..

เพราะเหตุนี้จึงต้องมีการเรียนวิธีร่ายคาถานี้ขึ้นมา คาถานี้ศาสตราจารย์เอมิกา (Emika) เป็นผู้ฝึกสอนการร่ายคาถาศาสตราจารย์เอมิกา ได้แจกตำรารูปภาพให้แก่นักเรียน 1 เล่ม ซึ่งมีเนื้อหาเป็นรูปภาพสถานที่ต่างๆในโรงเรียน เพื่อให้นักเรียนมีจินตนาการเหมือนกัน จากนั้นให้เปร่งเสียงออกมาว่า ฮันจิ้น (Hungine) หลังจากนั้นผู้ร่ายเวทย์จะมองเห็นสิ่งแวดล้อมรอบข้างเป็นภาพสถานที่ในโรงเรียนที่เขานึกถึง การร่ายเวทย์ฮันจิ้นนี้ไม่จำเป็นต้องดูภาพจากตำราเท่านั้น แต่การที่ศาสตราจารย์เอมิกา ให้ดูภาพเพราะว่านักเรียนจะได้นึกถึงสิ่งเดียวกัน มองเห็นเหมือนกัน มิฉะนั้นจะเกิดปัญหาว่าคนหนึ่งเห็นอย่างหนึ่ง อีกคนหนึ่งเห็นอีกอย่าง เราสามารถนำภาพจินตนาการที่เราวาดไว้มาประกอบกับคาถา ฮันจิ้นก็ได้

ทุกๆวันที่คัทซ์ซ์กลับจากโรงเรียน เขาจะมาร่ายคาถาอ่านคัมภีร์เพื่อให้คาถาในคัมภีร์เข้าสู่ความจำของเขาเพิ่มทุกวัน เขาเรียนรู้คาถาได้ประมาณวันละ 8 – 10 คาถา ซึ่งถือว่าเป็นความสามารถพิเศษ เพราะว่าพ่อมด คนอื่นๆ เรียนได้เพียง 2 – 3 คาถาเท่านั้น การที่คัทซ์ซ์สามารถเรียนรู้คาถาได้มากกว่าพ่อมดคนอื่น เพราะว่าเขาได้รับพลังแห่งราชาเวทย์มาส่วนหนึ่งแล้ว...

ฟินโย  เวโยบีลอง (Fynyo Véyobelon) เป็นนักเรียนที่เก่งที่สุดของนักเรียนพ่อมดฝ่ายมนต์ดำ เขามีความสามารถมากกว่าพ่อมดคนอื่นๆ เพราะตอนเขาเด็กๆ พ่อของเขาได้ผสมลูกแก้วที่ผสมได้ยากมาก โดยผสมออกมาเป็นลูกแก้วธาตุไฟมีสีดำประกายแดง แล้วนำลูกแก้ววางที่หน้าอกฝั่งซ้ายของฟินโยแล้วค่อยๆ ดันเข้าไปให้เข้าถึงหัวใจของฟินโย หลังจากนั้นฟินโยก็มีพลังที่เหนือพ่อมดคนอื่นๆ เขามีฝีมือเท่าๆกับคัทซ์ซ์ เพราะลูกแก้วธาตุไฟนั้น เป็นลูกแก้วที่ไม่มีใครสามารถผสมได้อีกแล้ว

เมื่อโรงเรียนมีการจัดงานประลองเวทย์มนต์ ถือได้ว่าเป็นงานประจำปีที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คัทซ์ซ์ ได้ถูกส่งชื่อเข้าประลองด้วย มันเป็นเรื่องที่ช่วยอะไรไม่ได้เลยที่คัทซ์ซ์ จะต้องประลองเวทย์มนต์กับฟินโย เพราะฟินโยเป็นพ่อมดฝ่ายมนต์ดำและไม่ค่อยซื่อสัตย์สักเท่าไร แต่คัทซ์ซ์ก็ต้องสู้ให้ถึงที่สุด และคู่ประลองคู่นี้เป็นคู่ที่บรรดาพ่อมดทุกคนจับตามองกัน

“ใคร...จะเป็นผู้ชนะ..” นี่คือคำถามของเหล่าบรรดาพ่อมดทุกคน เพราะว่าทั้งสองคนนี้มีพลังที่แข็งกล้า

เมื่อถึงเวลาการประลองเวทย์มนต์ระหว่างคัทซ์ซ์ ผู้ที่ได้รับพลังส่วนหนึ่งของราชาเวทย์ และ ฟินโย ผู้มีความสามารถด้านมนต์ดำ ทั้งสองได้ขึ้นเวทีประลองเวทย์มนต์อย่างสง่า... พ่อมดทุกคนปรบมือกันอย่างตื่นเต้น.... พอเสียงระฆังดังขึ้น...

            “สกันโตจึ้!!”  ฟินโยร่ายคาถาใส่คัทซ์ซ์ คาถานี้เป็นคาถาของพ่อมดมนต์ดำ ซึ่งมีแสงสายฟ้าพุ่งออกจากไม้กายสิทธิ์เข้าสู่ตัวคัทซ์ซ์

            ในขณะเดียวกัน คัทซ์ซ์ได้ร่ายคาถา “ฮารูกูรู” เป็นคาถาของราชาแห่งเวทย์มนต์ โดยมีแสงสีขาววิ่งเป็นวงเข้าสู่เวทย์มนต์ของฟินโย ที่กำลังพุ่งเข้าสู่คัทซ์ซ์ จากนั้นเวทย์มนต์ของพ่อมดทั้งสองได้แตกกระจายและสลายไป

            “อโกโรวิกัส” คาถาที่คัทซ์ซ์ได้ร่ายใส่ฟินโย คาถานี้มีแสงสีขาวเช่นกันแต่วิ่งไปในแนวซิกแซก เข้าสู่ตัวฟินโย

            ฟินโยได้ร่ายคาถา “ไฮโดเรส” เพื่ออำพรางตัวและหลบหลีกการประลองเวทย์มนต์ จากนั้นเขาได้หยิบลูกแก้ววิเศษมีประกายเขียวมรกต วาวระยิบระยับ ใส่ในไม้กายสิทธิ์ของเขาเพื่อให้วิญญาณของงูพิษเข้าสู่ ไม้กายสิทธิ์ของเขาและกลายเป็นงูพิษที่ร้ายกาจมาก

            ทุกคนตื่นตระหนกตกใจกันมาก เพราะ นึกไม่ถึงว่าฟินโยจะใช้วิธีสกปรกเช่นนี้ ผู้คนโห่ร้องด้วยความโกรธพร้อมกับต่อว่าฟินโยที่ใช้วิธีการสกปรกเช่นนี้!!!

            “โอ้!! แย่ล่ะสิ..” คัทซ์ซ์พูดออกมาด้วยความตกใจเป็นอย่างมาก และสีหน้าของเขาดูซีดมากๆ เพราะถึงเขาจะได้รับพลังแห่งราชาเวทย์มาแล้วส่วนหนึ่ง แต่...ความสามารถของเขา ก็ไม่อาจเอาชนะงูพิษนี้ได้หรอก เพราะว่างูพิษนี้เป็นงูที่ถูกเลี้ยงไว้สำหรับการสังหาร โดยเฉพาะ และที่สำคัญ เมื่อพ่อมดคนใดถูกงูพิษนี้พ่นพิษใส่ พ่อมดผู้นั้นก็จะกลายเป็นหินภายใน 24 ชั่วโมง คัทซ์ซ์จึงระวังตัวเพื่อไม่ให้งูพิษเข้าใกล้ และร่ายคาถา “แอชเชอร์” เพื่อให้มีธนูแสดงสีเหลือง
พุ่งออกจากไม้กายสิทธิ์ของเขาเข้าไปสู่งูพิษ และร่ายต่อไปเรื่อยๆจนเขารู้สึกว่างูพิษเริ่มมีอาการเวียนหัว เขาจึงวางมือจากการประลองเวทย์มนต์ และหันหลังเดินออกจากเวทีการประลอง

            “เย้!!!....” พ่อมดทุกคนโห่ร้อง ด้วยความตื่นเต้นและยินดีกับการชนะการประลองเวทย์มนต์ครั้งนี้

            “ฟู่!!” งูพิษพ่นพิษใส่คัทซ์ซ์ขณะที่คัทซ์ซ์กำลังลงจากเวทีการประลอง

            “อ๊ากกกกกก!!!” คัทซ์ซ์ร้องอย่างครวญครางด้วยความเจ็บปวดและสลบไป...

            จากนั้น ศาสตราจารย์เจนเวิร์ต เหาะขึ้นไปบนเวทีและนำตัวคัทซ์ซ์ไปรักษาที่ห้องพยาบาลโดยด่วน เพื่อนำไปนอนพักฟื้นแต่ไม่สามารถรักษาได้ทันทีเพราะสิ่งที่สามารถแก้พิษงูนี้ได้มีอยู่อย่างเดียวคือ หิมะกล้วย (Banana Snow) ที่มีอยู่ตามเทือกเขามิวเลยอร่า (Muleyora) จากนั้นท่านซันซ่าร์ ศาสตราจารย์เจนเวิร์ต และเหล่าพ่อมดได้ช่วยกันออกหาหิมะกล้วย

หิมะกล้วยนี้ไม่ได้มีอยู่ทั่วไปในเทือกเขามิวเลยอร่า จะมีอยู่เฉพาะบางที่เท่านั้น จึงทำให้พ่อมดทุกคนหวั่นวิตกว่าจะไม่สามารถพบหิมะกล้วย แต่ก็ไม่ได้ทำให้พ่อมดท้อในการช่วยเหลือ

เวลาผ่านไปแล้ว 20 ชั่วโมงแล้ว... แต่ก็ยังไม่มีใครพบหิมะกล้วย ทุกคนไม่ได้มีการเบื่อหน่ายใดๆเลย เพราะคัทซ์ซ์เป็นที่รักของอาจารย์และบรรดาพ่อมดทุกคน

คัทซ์ซ์ ผู้ที่นอนรอรับการรักษาอยู่ที่ห้องพยาบาลโรงเรียนเริ่มมีอาการ ชาที่แขนและขาอย่างรุนแรง!!

            “โอ๊ย!!...” คัทซ์ซ์อย่างโอดครวญ ขาของเขาเริ่มแข็งเป็นหินและไล่ขึ้นไปเรื่อยๆ จนถึงกลางตัวของคัทซ์ซ์  คัทซ์ซ์รู้สึกทรมานเป็นอย่างมาก เขาได้แต่นอนนึกถึงความหลังอย่างนิ่งๆ ไร้ปฏิกิริยา

เวลาผ่านไป 23 ชั่วโมง ยังไม่มีผู้ใดพบหิมะกล้วยเลย.. ท่านซันซ่าเพิ่งคิดได้ว่า โดยปกติแล้ว... หิมะกล้วยนั้นจะไม่แสดงออกมาให้ผู้ใดเห็นเพราะว่าหิมะกล้วยนั้นมีความสามารถพิเศษในการอำพรางตัว ท่านซันซ่าร์จึงเหาะขึ้นไปบนยอดเขาแล้วร่ายคาถาเพื่อให้หิมะกล้วยนั้นแสดงออกมา การร่ายเวทย์ในครั้งนี้จะต้องใช้เวลา 30 นาทีในการร่ายคาถาและผู้ที่ร่ายคาถานี้ จะต้องสูญเสียพลังเป็นอย่างมาก เมื่อสูญเสียพลังแล้วจะต้องใช้เวลาในการฟื้นตัวอย่างน้อยประมาณ 2 สัปดาห์ เมื่อท่านซันซ่าร์เริ่มร่ายคาถา ได้มีแสงสีเหลืองทองพุ่งออกมาจากไม้กายสิทธิ์ของท่านซันซ่าร์

ส่วนคัทซ์ซ์ ที่นอนอยู่ในสภาพแย่เต็มทีเริ่มกลายเป็นหินเกือบทั่วทั้งตัวแล้ว... เหลือเพียงใบหน้าของเขาเท่านั้น ที่ยังไม่กลายเป็นหิน

            ในขณะที่ท่านซันซ่าร์ร่ายคาถาเกือบจะสำเร็จ ได้เกิดการผิดพลาดขึ้น เนื่องจากท่านซันซ่าร์มีการสูญเสียพลังไปมากท่านซันซ่าร์จึงร่ายคาถาผิดและทำให้แสดงที่พุ่งออกมาจากไม้กายสิทธิ์ค่อยๆหายเข้าไปในไม้กายสิทธิ์

“โอ้!! แย่ล่ะสิ!...” ท่านซันซ่าร์ได้อุทานในใจ เมื่อเขาเห็นแสงวาบหายเข้าไปในไม้กายสิทธิ์.. และร่ายคาถาที่ถูกต่อจากคาถาเดิม

            เวลาผ่านไปประมาณ 23 ชั่วโมง 50 นาที “ข้า... จะต้องกลายเป็นหินตลอดไป!!!” ความคิดของคัทซ์ซ์ในขณะนั้น น้ำตาสีเงินได้หลั่งไหลออกมาจากตาของคัทซ์ซ์

            ขณะเดียวกันท่านซันซ่าร์ร่ายคาถาได้สำเร็จและได้มีแสงประกายเหลืองปกคลุมพื้นที่ต่างๆ ที่มีหิมะกล้วย ทุกคนโห่ร้องด้วยความดีใจ จากนั้นได้นำหิมะกล้วยกลับไปให้คัทซ์ซ์ที่ห้องพยาบาล ส่วนท่านซันซาร์ได้หมดแรงและสลบไป.. ศาสตราจารย์เจนเวิร์ตได้พาท่านซันซ่าร์กลับที่พัก แล้วรีบนำหิมะกล้วยไปรักษาคัทซ์ซ์ แต่การรักษาครั้งนี้จะต้องรักษาให้ถูกวิธีถึงจะพ้นจากอันตราย ศาสตราจารย์เจนเวิร์ตได้ใช้เวลาค้นหาวิธีช่วยคัทซ์ซ์ไป 7 นาที โดยการเปิดคัมภีร์แก้พิษ..

            “คัทซ์ซ์กลายเป็นหินทั้งตัวแล้วเหลือเพียงเส้นผมบางจุดเท่านั้น!!”

            “พ่อมดทุกคนเห็นสภาพของคัทซ์ซ์แล้วรู้สึกสงสารมาก.. แต่ไม่สามารถช่วยอะไรได้...”

            “เจอแล้ว!!!”  ศาสตราจารย์เจนเวิร์ตตะเบงเสียงอย่างดีใจสุดๆ

            เมื่อศาสตราจารย์เจนเวิร์ตพบวิธีรักษาแล้ว!! ก็ได้ลงมือรักษาคัทซ์ซ์ทันที โดยการนำหิมะกล้วยวางไปตามจุดชีพจรทุกจุด เมื่อศาสตราจารย์ทำการวางหิมะกล้วยลงไปที่จุดชีพจรทุกจุดแล้ว ปรากฏว่า..

            “ทำไม!!...ไม่เกิดอะไรขึ้น!!” ทุกคนกล่าวดังขึ้นพร้อมกัน

            ทั้งๆที่ศาสตราจารย์เจนเวิร์ตได้รักษาคัทซ์ซ์อย่างถูกวิธีและ ไม่เกิน 24 ชั่วโมง แต่ทำไมคัทซ์ซ์ไม่มีอาการดีขึ้นเลย...

            “แย่แล้ว!! ครบ 24 ชั่วโมงแล้ว..” พ่อมดคนหนึ่งตะโกนขึ้น

            เมื่อเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น ศาสตราจารย์เจนเวิร์ตรู้สึกผิดเป็นอย่างมากเพราะว่าช่วยรักษาร่างของคัทซ์ซ์ไว้ไม่ได้

            “แค่ก!! แค่ก!!”

            “..?”

            “แค่ก!! แค่ก!!”

            “ทุกคนดูนั่นสิ!!”

            “คัทซ์ซ์  มามู!! กลับคืนสู่สภาพเดิมแล้ว...” ศาสตราจารย์เจนเวิร์ตตะโกนขึ้น พ่อมดทุกคนโห่ร้องด้วยความดีใจเป็นอย่างมาก.. ส่วนคัทซ์ซ์ ได้กล่าวขอบคุณศาสตราจารย์เจนเวิร์ต ที่ช่วยรักษาเขาให้หายเป็นปกติ

            คัทซ์ซ์ดีใจมากที่เพื่อนๆและอาจารย์ทุกท่าน คอยให้ความช่วยเหลือคัทซ์ซ์เป็นอย่างดี แล้วคัทซ์ซ์ได้กล่าวขอบคุณเพื่อนๆและศาสตราจารย์ทุกท่านที่ช่วยกันหาหิมะกล้วยจนพบและได้นำมารักษาคัทซ์ซ์ให้หายจากอาการแข็งเป็นหิน คัทซ์ซ์ได้ใช้เวลารักษาตัวเป็นเวลา 1 เดือน

             ในระยะ 1 เดือน ที่คัทซ์ซ์รักษาตัวอยู่นั้น ฟินโย พ่อมดฝ่ายมนต์ดำ ได้ไปค้นหา “คัมภีร์แห่งเจ้าเวทย์” ซึ่งยังหาไม่พบ แต่เขาก็ไม่ย่อท้อต่อการค้นหา เพราะเขามีความปรารถนาที่จะเป็นราชาแห่งเวทย์มนต์มาก เขาใฝ่ฝันว่าเขาจะต้องถูกเลือกให้เป็นผู้ที่ได้สืบทอดพลังแห่งราชาเวทย์ มาตั้งแต่เด็ก แต่ท่านซันซ่าร์ก็ไม่ได้เห็นเด็กคนนี้ในสายตาเลย... เพราะฟินโยเป็นพ่อมดฝ่ายมนต์ดำ ซึ่งท่านซันซ่าร์กลัวว่าถ้าฟินโยได้เป็นราชาแห่งเวทย์มนต์แล้ว ฟินโยคิดจะครองโลกพ่อมด

             “ฟินโยคิดจะครองโลกพ่อมด..” ใช่!! ฟินโยคิดตรงกับที่ท่านซันซ่าร์กลัว

            ฟินโย ได้ใช้เวลาประมาณ 2 ปี 3 เดือน ในการค้นหาคัมภีร์แห่งเจ้าเวทย์จนพบ เมื่อเขาเปิดคัมภีร์เล่มนั้น ได้มีแสงประกายทองวาวระยิบระยับออกมาจากคัมภีร์ ฟินโยได้อ่านวิธีที่จะเป็นราชาแห่ง
เวทย์มนต์ โดยวิธีมีอยู่ว่า ผู้ที่จะได้รับพลังแห่งราชาเวทย์มนต์ จะต้องมีพ่อมดมาร่ายคาถาประกอบพิธีถึง 5 คน ภายใน 5 คนนี้ จะต้องมีแต่พ่อมดที่ประสบการณ์และมีความสามารถในการร่ายคาถา เพราะคาถาที่จะร่ายให้ผู้รับพลังแห่งราชาเวทย์ เป็นคาถาที่ร่ายยาก และที่สำคัญ พ่อมดทั้ง 5 คนที่จะต้องเต็มใจในการประกอบพิธีด้วย แต่
ฟินโยรู้ว่าพวกเขาไม่เต็มใจแน่ๆ จึงกลับที่พักของตน จากนั้นได้เปิดตำราเพื่อหาคำสาปสำหรับสะกดจิต เขาได้ศึกษาวิธีร่ายคำสาปสะกดจิต ประมาณ 5 ชั่วโมง เพื่อให้มีความแม่นยำและคล่องในการร่ายคาถา

            เมื่อฟินโยมั่นใจว่าเขาร่ายคาถาได้คล่องแล้ว เขาก็เริ่มวางแผนและลงมือในการสะกดจิตพ่อมดที่เขาเลือกไว้ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็มีศาสตราจารย์เจนเวิร์ต และ คัทซ์ซ์ด้วย ฟินโยได้สะกดจิตพ่อมดทั้ง 5 มารวมตัวกันที่ แท่น เรโนโวร่า (Renovora) ซึ่งแท่นนี้เป็นสถานที่ที่มีไว้เพื่อทำพิธีสืบทอดพลังแห่งราชาเวทย์โดยเฉพาะ สถานที่แห่งนี้มีวงกลมอยู่ทั้งหมด 6 วง ซึ่งมีวงกลมอยู่ตรงกลาง เป็นตำแหน่งมีไว้สำหรับให้พ่อมดที่เป็นผู้สืบทอดพลังแห่งราชาเวทย์ ยืนร่ายเวทย์ ส่วน แท่นอีก 5 วงที่ล้อมรอบอยู่นั้น ไว้สำหรับพ่อมดที่มาประกอบพิธีอีก 5 คน

            เมื่อพิธีการสืบทอดพลังแห่งราชาเวทย์เริ่มขึ้น พ่อมดทั้ง 5 ได้ร่ายคาถาสำหรับถ่ายทอดพลังให้ฟินโย โดยมีแสงสีขาวประกายเงินวาวระยิบระยับพุ่งเข้าสู่ตัวของฟินโย 5 เส้น และแท่นที่ทุกคนยืนอยู่นั้นก็ได้เปลี่ยนสภาพกลายเป็นแสงสีน้ำเงินเป็นรูปสัญลักษณ์ประจำตัวของพ่อมดแต่ละคน และมีดวงวิญญาณมากมายพุ่งทะลุผ่านตัวฟินโย พ่อมดทั้ง 5 คน จะยังไม่รู้สึกตัวตนจนกว่าจะมีใครสักคน.. มาร่ายคาถาแก้คำสาปให้

            พิธีการสืบทอดพลังได้ดำเนินไปเรื่อยๆ ส่วนบรรยากาศที่อยู่บนท้องฟ้าได้มีเมฆปกคลุมเป็นสีเทา และมีฟ้าแล็บตลอดพิธี

            เมื่อพิธีการสืบทอดใกล้จะเสร็จ ร่างกายของฟินโยได้เปลี่ยนสภาพ โดยมีผมยาว สีเงิน แววตาของเขาได้เปลี่ยนเป็นสีแดง ส่วนฟันของเขามีเขี้ยวงอกออกมา เล็บที่มือยาวอย่างเป็นระเบียบ ฟินโยมีสีหน้าที่โหดร้าย

            และแล้ว... พิธีการสืบทอดพลังแห่งราชาเวทย์ก็เสร็จสิ้น

            “วะฮ่ะฮะฮ่า!!” ฟินโยเปร่งเสียงหัวเราะอันโหดร้ายออกมา เมื่อพิธีเสร็จสิ้น เขาได้ร่ายคาถาแก้คำสาปให้กับพ่อมดทั้ง 5 คนที่มาประกอบพิธี พลังมหาศาลที่ฟินโยได้รับนั้น ทำให้ไม่มีใครต่อสู้กับเขาได้

            เมื่อพ่อมดทั้ง 5 คน หลุดจากคำสาป และเห็นสภาพร่างกายของฟินโย จึงรู้ว่าตนถูกสะกดจิตให้มาถ่ายทอดพลังให้แก่ฟินโย พวกเขาตกใจมาก!! เพราะว่าถ้าฟินโยได้รับพลังมหาศาลไปแล้ว เขาอาจครองโลกแห่งพ่อมดและอาจก่อความวุ่นวายได้ พ่อมดทั้ง 5 คน จึงรีบกลับไปบอกกับท่านซันซ่าร์ว่า ฟินโยได้รับพลังแห่งราชาเวทย์ไปแล้ว

            แต่เมื่อท่านซันซ่าร์ทราบว่าฟินโยได้รับพลังแห่งราชาเวทย์ไปแล้ว สีหน้าของเขาดูไร้ความรู้สึก เหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่เขาก็ได้สั่งให้พ่อมดทุกคนเตรียมรับมือกับฟินโย โดยเฉพาะคัทซ์ซ์ เพราะว่าฟินโย จะต้องกลับมากำจัดคัทซ์ซ์แน่นอน

            ฟินโยเหาะไปก่อกวนและทำร้ายพ่อมดที่อยู่ในโรงเรียนธังกอเรร่า

            ท่านซันซ่าร์ได้ร่ายคาถาเรียกลูกแก้วที่ตนมีอยู่มาให้คัทซ์ซ์กลืนก่อน เพื่อเพิ่มพลังและความสามารถให้แก่คัทซ์ซ์
จะได้รับมือกับฟินโยได้ แต่เมื่อคัทซ์ซ์กลืนลงไปนั้น ไม่มีปฏิกิริยาอะไรเกิดขึ้นเลย อาจเป็นเพราะว่าพลังของลูกแก้วนี้ ไปอยู่ที่ตัวของฟินโยแล้วก็ได้ ท่านซันซาร์เริ่มมีสีหน้าเคร่งเครียด

“ไม่เป็นไร!!... เจ้ามีพลังพาวเวอร์วิซเซอร์มาตั้งแต่เกิด.. พลังนี้จะต้องช่วยเจ้าเมื่อถึงคราวจำเป็น” ท่านซันซ่าร์บอกกับคัทซ์ซ์

ท่านซันซาร์สั่งให้พ่อมดทุกคนช่วยกันกำจัดเจ้าฟินโยตัวร้ายโดยด่วน พ่อมดทุกคนได้ทำตามคำสั่ง แต่ก็บาดเจ็บกลับมาทุกคน  ท่านซันซ่าร์จึงตัดสินใจลงมือเอง แต่คัทซ์ซ์บอกกับท่านซันซ่าร์ว่าขอให้คัทซ์ซ์ได้ต่อสู้กับฟินโยดู

“อืม.. ถ้าเจ้าอยากจะลองก็ได.. แต่ว่าระวังตัวด้วยนะ” ท่านซันซ่าร์บอกกับคัทซ์ซ์

คัทซ์ซ์ได้ออกไปนอกโรงเรียนเพื่อตามหาตัวของฟินโยเมื่อเขาพบกับตัวของฟินโยแล้ว

“ฟินโย!! หยุดก่อความวุ่นวายได้แล้วนะ!!..” คัทซ์ซ์กล่าวด้วยน้ำเสียงโมโหสุดขีด

“หึหึ!! ไอ้หนู.. เจ้ามีสิทธิ์อะไรมาสั่งข้า” ฟินโยพูดดูหมิ่นคัทซ์ซ์ พร้อมกับปล่อยเวทย์มนต์ออกมาเป็นแสงสีแดงเข้มวิ่งออกมาจากนิ้วชี้ พุ่งเข้าสู่ตัวของคัทซ์ซ์

ร่างของคัทซ์ซ์กระเด็นและบาดเจ็บเป็นอย่างมาก คัทซ์ซ์กระอักเลือด และได้เหาะขึ้นไปสู้กับฟินโยด้วยเวทย์มนต์ในคัมภีร์แห่งราชาเวทย์ ที่เขาฝึกทุกวัน เขาได้ร่ายคาถาไปหลายคาถาแต่ก็ไม่มีผลอะไรกับร่างกายของฟินโยเลยแม้แต่น้อย และฟินโยก็ได้ร่ายคาถาใส่คัทซ์ซ์อีกครั้ง!!

คราวนี้ร่างของคัทซ์ซ์ตกลงไปสู่พื้น ร่างกายของเขาตอนนี้บอบช้ำมาก แต่คัทซ์ซ์ก็ยังลุกขึ้นแบบเจ็บออดๆแอดๆ และล้มลงไป

“วะฮ่าฮ่าฮ่า!!” ฟินโยเปร่งเสียงหัวเราะอันโหดร้ายออกมา

“เจ้าไม่มีทางเอาชนะข้าได้หรอก ไอ้หนู”

“เจ้ามีพลังพาวเวอร์วิซเซอร์มาตั้งแต่เกิด.. พลังนี้จะต้องช่วยเจ้าเมื่อถึงคราวจำเป็น” คัทซ์ซ์ได้นึกถึงคำพูดของท่านซันซ่าร์

หลังจากนั้นได้มีแสงสีน้ำเงินประกายสีทองวนไปรอบๆร่างกายของคัทซ์ซ์ และเขาได้ลุกขึ้นอีกครั้ง ร่างกายที่บอบช้ำอยู่นั้นก็ได้หายเป็นปริดทิ้ง

ฟินโยเริ่มมีสีหน้าที่ไม่ค่อยดีนัก เมื่อคัทซ์ซ์แสดงพลังพาวเวอร์วิซเซอร์ออกมา แต่ก็ยังแสดงท่าทางว่าไม่ได้กลัวอะไร

“หึหึ!! ขึ้นมาสิไอ้หนู” ฟินโยกล่าวออกมาทั้งๆที่ในใจก็หวั่นๆเหมือนกัน

คัทซ์ซ์ได้เหาะขึ้นไปอีกครั้งและได้ร่ายคาถาใส่ฟินโยอีกครั้ง คราวนี้พลังของคัทซ์ซ์เพิ่มขึ้นแต่ก็ยังไม่สามารถกำจัดฟินโยได้

ฟินโยลงมายังพื้นดินและรวบรวมพลัง จากนั้นเขาได้ปล่อยไปสู่คัทซ์ซ์ ซึ่งพลังที่เขาปล่อยสู่คัทซ์ซ์นี้มีแรงมหาศาล คัทซ์ซ์หลบไม่ทันจึงถูกพลังที่ฟินโยปล่อยออกมา

คราวนี้ คัทซ์ซ์ดูเหมือนว่าจะไม่สามารถลุกขึ้นมากำจัดฟินโยได้อีกแล้ว เพราะว่าร่างกายของเขามีสภาพแย่มากๆ

จู่ๆ ก็มีฝนตกลงมา ฟินจึงหัวเราะเยาะเย้ยบรรดาพ่อมดทั้งหลายว่าไม่มีใครที่สามารถกำจัดเขาได้  โดยที่เขาไม่ได้รู้อะไรเลยว่าฝนที่ตกลงมานั้น เป็นฝนที่มาจากพลังพาวเวอร์วิซเซอร์ที่มีอยู่ในตัวคัทซ์ซ์ ทำให้คัทซ์ซ์นั้นคืนชีพและมีพลังเพิ่มขึ้น

และแล้ว... เมื่อร่างกายของคัทซ์ซ์ ถูกเม็ดฝนเหล่านั้น.. คัทซ์ซ์ก็ได้ฟื้นและได้สติ คราวนี้ตัวของคัทซ์ซ์มีแสงประกายทอง ซึ่งเป็นภาพที่อลังการและน่ามหัศจรรย์มาก

“ฮึ้ย!!” ฟินโยอุทานด้วยความตื่นตระหนกตกใจ

การที่ฝนตกครั้งนี้ ทำให้คัทซ์ซ์ได้ดื่มน้ำฝนเข้าไปสู่ท้องของเขาด้วย และลูกแก้วที่ท่านซันซ่าร์ได้ให้คัทซ์ซ์กลืนลงไปก็มีพลังเกิดขึ้น ทำให้คัทซ์ซ์มีพลังมากขึ้นกว่าเดิมเยอะมาก

ตอนนี้ ร่างกายของคัทซ์ซ์มีแสงประกายทอง สว่างไสว คัทซ์ซ์ลุกขึ้นแล้วลอยขึ้นไปบนอากาศ คัทซ์ซ์ได้ร่ายเวทย์มนต์ใส่ฟินโยซึ่งฟินโยไม่อาจต้านได้  ร่างของฟินโยได้กระเด็นขึ้นไปบนฟ้า และตกลงมาสู่พื้นดินอย่างรุนแรง

ท่านซันซ่าร์ที่ป่วยอยู่นั้นก็ได้ออกมาจากที่พักแล้วร่ายคาถาให้มีพลังเท่าเดิม ปรากฏว่า...

“อ๊ากกกกกก!! ช่วยข้าด้วย..” ฟินโยร้องอย่างโอดครวญ

หลังจากนั้น... ร่างของฟินโยก็ได้สลายไป และมีลูกแก้วที่มีขนาดใหญ่สีดำ ที่มีควันสีดำลอยอยู่รอบๆ ออกมาจากร่างของฟินโย และค่อยๆหายไป..

เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้.. ท่านซันซ่าร์จึงรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับฟินโย และเล่าให้แก่คัทซ์ซ์ฟังว่า “โดยปกติแล้ว ผู้ที่ได้รับพลังแห่งราชาเวทย์มาแล้ว จะเป็นอมตะและมีพลังมหาศาล แต่ที่ร่างของ
ฟินโยสลายไป เนื่องจากฟินโยไม่ได้อ่านหมายเหตุที่หน้า 18
,580 ของภัมภีร์แห่งเจ้าเวทย์ ซึ่งท่านอาคาปัวร์ ได้เขียนไว้ว่า ผู้ที่สามารถสืบทอดพลังแห่งราชาเวทย์ได้นั้น จะต้องเป็นผู้ที่ถูกเลือกมาแล้ว และพ่อมดทั้ง 5 คนที่มาประกอบพิธีนั้น จะต้องมีความยินดีจริงๆ จากจิตใต้สำนึกพิธีการสืบทอดพลังแห่งราชาเวทย์จึงจะประสบความสำเร็จ และเหตุที่ผมของฟินโยขาว แววตาสีแดง และสภาพแปลกๆ นั่นก็เพราะเหตุนี้แหละ

“เฮ้อ.. ไม่น่าเลยฟินโย” คัทซ์ซ์กล่าวด้วยความเสียใจ

เมื่อเรื่องวุ่นวายจบลง ท่านซันซ่าร์ได้เรียกเหล่าพ่อมดมารวมตัวกัน ที่ท่านเรโนโวร่า พร้อมกับเลือกพ่อมดที่สามารถร่ายคาถาสำหรับสืบทอดพลังแห่งราชาเวทย์มา 5 คน จากนั้นก็ได้ทำพิธีสืบทอดพลังแห่งราชาเวทย์มนต์ให้แก่คัทซ์ซ์ และคัทซ์ซ์ก็ได้เป็นราชาแห่งเวทย์มนต์

 

 

“แม้ว่าร่างกายของฟินโยจะสลายไป แต่วิญญาณของเขาก็ยังอยู่ตลอดไป”

 

 

สวัสดี.....

 


บทความนี้เกิดจากการเขียนและส่งขึ้นมาสู่ระบบแบบอัตโนมัติ สมาคมฯไม่รับผิดชอบต่อบทความหรือข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือทำให้เกิดความเสียหาย หรือละเมิดสิทธิใดๆ กรุณาแจ้งมาที่ ht.ro.apt@ecivres-bew เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกจากระบบในทันที