H. Kisara

ผู้เขียน : H. Kisara

อัพเดท: 14 มี.ค. 2008 07.59 น. บทความนี้มีผู้ชม: 107243 ครั้ง

เนื่องจากเป็นบันทึกในญี่ปุ่นที่ไล่มาจากในอดีต อาจทำให้มีเนื้อหาบางส่วนไม่อัพเดตและไม่ตรงตามฤดูกาลไปบ้างค่ะ m(_ _)m


สามีที่รักกับ Amazing Thailand T^T

กลับมาจากเรียนทำขนมปัง วันนี้เรียนทำครัวซองอันเล็กๆ ดูน่ารัก น่ากิน (^_^) แต่มีสอนตอนเย็นก็เลยวางเอาไว้ที่บ้าน

พอกลับมาถึง...

ไม่เหลือซักกะอันนึง (@o@;)!!!!

นายฮายาชิ ผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพว่าเมื่อเวลา 18 นาฬิกาได้ขโมยกินครัวซองไป 8 อัน โดยให้เหตุผลว่าเห็นปากถุงเปิดทิ้งไว้ จึงเข้าใจว่าเป็นของที่เหลือจากภรรยากินมาแล้ว

ไม่ได้เหลือฟ๊อย!!... เปิดให้อากาศระบายเพราะอบใหม่ๆมันร้อน กลัวว่ามันจะเป็นไอฟ๊อย... (T▽T)

อย่ากระนั้นเลย... เราจะทะเลาะกับสามีเพราะแย่งขนมปังกินกันไม่ได้ (>_<) (ขอแช่งให้แกอ้วนๆๆๆๆๆ คนเดียว ส่วนฉันจะผอมหุ่นดีอย่างนี้ตลอดไป!!!) <-- เสียงในใจ คนอื่นได้ยินได้ไงเนี่ย..

ต้องระบายความแค้นเรื่องของกินโดยการเล่าเรื่องที่ทำให้มันขายหน้า!! (ความแค้นเรื่องของกินมันยิ่งใหญ่..)

เอาเป็นว่าจะเล่าเรื่องตอนที่คุณฮายาชิไปไทยครั้งแรกให้ฟัง จริงๆเริ่มตั้งแต่ออกจากสนามบินแล้วล่ะ ขึ้นรถมาได้ก็ร้องซะยังกับเห็นยมบาล ...

แค่เห็นมอร์เตอร์ไซค์ซ้อน 3 เท่านั้นเอง (ยังมีคนซ้อนมากกว่าสามอีก ขอบอก..) (-_-;)

ถ้าแค่นี้ตกใจเธอจะอยู่ประเทศไทยไม่ได้นะ.. (นี่.. ขู่ให้กลัว..)

เหลือบไปอีกฝั่ง.. อึ้งไปอีกเมื่อไปเจอกระเป๋ารถเมล์ห้อยโหนตัวออกมาจากประตูให้เห็นกันซึ่งๆหน้า... มันเป็นหนึ่งในหน้าที่เค้าน่ะเธอ.. คิดว่าขสมก.คงฝึกเค้ามาดีแล้วไม่ต้องกลัว

คุณสามีถามขึ้นมาด้วยความสงสัยว่า “รถเมล์เมืองไทยไม่ปิดประตูเหรอ?”

.. อืมม์.. จริงๆมันก็ควรจะปิด แต่ถ้าปิดแล้วกระเป๋าเค้าจะไปโหนที่ไหนได้อีกล่ะ ประตูรถเมล์เมืองไทยไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง เราต้องเอื้อเฟื้อแบ่งปันผลัดกันโหน กระเป๋าและผู้โดยสารแบ่งกันโหน.. ไม่คิดว่าเป็นภาพที่น่าประทับใจและหนุกหนานบ้างเหรอ? (ทำหน้าจริงจัง)

ที่ตลกก็คือ ตอนที่รถขับผ่านป้ายหาเสียงเลือกตั้งใหญ่ๆ คุณผู้ชายถามขึ้นมาว่า

“เวลาที่เราเจอคนคนนี้แล้วต้องโทรแจ้งตำรวจใช่มั้ย?”

(@o@;)!!!!!!!!!!!!!

เฮ่ย!! ป้ายเลือกตั้งกับประกาศจับมันไม่เหมือนกันนะ (-_-;) ประเทศฉันก็ไม่ได้ร่ำรวยขนาดปักป้ายประกาศจับกันเยอะแยะมากมายทุกตำบลอำเภอ แถมบางป้ายใหญ่กว่าป้ายโฆษณาทั่วไปอีก (-_-;)

ไม่เข้าใจว่าเห็นเป็นป้ายประกาศจับได้ยังไง

ไม่ใช่ป้ายประกาศจับ.. มันเป็นป้ายหาเสียงเลือกตั้ง..

“ไม่ได้ประกาศจับแล้ว ทำไมทุกคนต้องยืนหน้าตรงด้วย?”

(・_・;)....

เออ.. นั่นสิ... ทำไมทุกคนต้องถ่ายรูปติดบัตรมากันด้วยก็ไม่รู้เนอะ น่าจะมีอิริยาบถอื่นบ้างจะได้รู้สึกเข้าถึงความเป็นตัวเค้าได้บ้างสักหน่อย... เอาเป็นว่ายังไงก็ไม่ใช่ป้ายประกาศจับแล้วกัน.. อย่าเซ้าซี้ (-_-;)

วันที่พาไปเที่ยวมีหยุดแวะที่ปั๊มให้ไปเข้าห้องน้ำ ชี้บอกสถานที่ให้เสร็จก็ปล่อยให้ไปเข้าเอง ยังไม่ทันไรพี่แกก็หน้าตาตื่นออกมา...

สอบถามได้ความว่ามีแมลงสาบตัวหนึ่งสิงสถิตย์อยู่ในห้อง (-_-;) สามีอ้วนแว่นพยายามกระชากให้เราช่วยไปไล่ให้... (มันอยู่ในห้องน้ำชาย จะเข้าไปไล่ให้ได้ยังไงเล่า.. แล้วไอ้นี่ก็เป็นสุภาพบุรุษมาก ออกมาตามเมียให้ไปไล่แมลงสาบด้วยเหตุผลว่ามันเป็นแมลงสาบของประเทศเธอ) <-- นี่ตูต้องรับผิดชอบถึงการกระทำอันอุกอาจของแมลงสาบในประเทศตูด้วยหรือนี่??

จะไปกลัวมันทำไมในเมื่อญี่ปุ่นก็มีแมลงสาบเหมือนกัน.... ยังมาเถียงว่าแมลงสาบตัวเมื่อกี้นี่คนละเรื่องกันเลยนะ ตัวมันสีดำทะมึนแล้วก็ดูก้าวร้าวเกินมาตรฐานแมลงสาบญี่ปุ่นไปมาก (-_-;) ....

ก็มาตรฐานเมืองไทยมันอย่างเงี้ย.. ต้องใหญ่ ดำ บึกบึนและท้าทาย... (น่าดีใจไหมเนี่ย..)

พยายามปลอบใจให้ไปเข้าอีกห้องนึงแทน

เดินกลับไปไม่นาน เฮียแกก็เดินกลับมาอีก (@_@;) เดินกลับมาถามว่าถังน้ำข้างๆนั่นมีไว้ทำอะไร?

โอว..มีเอาไว้ให้นกน้อยเข้ามาอาบน้ำเล่นมั้ง (-_-#)

ในห้องสุขาที่มีถังน้ำอยู่ 1 ใบ และขันน้ำอีกหนึ่งใบ... เป็นคุณคุณจะทำอะไร??

ก็เอาไว้ตักน้ำราดน่ะสิ..

คุณชายเธอโวยวายว่าอย่างนี้มือก็ต้องเปียกน้ำในถังนั่นน่ะสิ? (แหงสิ) เป็นอันว่าต้องปลอบประโลมเรียกความกล้าให้สักพักถึงจะยอมไปเข้า (จะให้สามีไปเข้าห้องน้ำนี่ต้องบิ้วกันขนาดนี้)

ก่อนจะเดินกลับไปคุณเธอยังหันกลับมาระแวงอีกว่าราดแล้วมันจะลงแน่นะ... (อันนี้ก็ไม่ชัวร์หรอก แล้วแต่โชค... แต่รับประกันเพื่อสร้างความมั่นใจไปอย่างนั้นแหล่ะ)

คราวนี้นึกว่าจะสำเร็จเรียบร้อยเสร็จสิ้นภาระกิจส่งสามีเข้าห้องน้ำ ปรากฏว่าคุณเธอเดินกลับออกมาอีก!! (@o@;)!! เป็นรอบที่ 3!!

มาบอกว่า ทิชชู่ไม่มี... ให้ไปขอใคร?

(-_-;)...

ขอใครเล่า... ลืมบอกไปว่าห้องน้ำที่ไทยส่วนใหญ่เค้าต้องเอาทิชชู่ไปเองค่ะ...

ความประทับใจยังไม่หมดแค่นี้ เมื่อคุณชายเธอขออนุญาตใช้อินเตอร์เน็ทที่บ้าน พอจัดการเปิดคอมต่อเน็ทให้ โมเด็มก็หมุนทำงานทันที ส่งเป็นเสียงติดติ๊ดติ๊ด ติดๆๆๆ (เหมือนที่เราเรารู้กัน) คุณสามีทำหน้าเลิ่กลั่กแบบว่า เสียงไร จากไหนอ่ะ?? อะไรเสียหรือเปล่า???

(・_・;)....

ดิฉันเอง: ม... ไม่มีอะไรเสียนี่

คุณฮายาชิ: แล้วเสียงมาจากไหน? มาจากคอมนี่นา....

ดิฉันเอง : อ๋อ...อ... ก็เสียงโมเด็มไง (^_^;)

คุณฮายาชิ: โมเด็ม? นี่มันเป็นระบบ dial up เหรอ!!! นี่มันยังมีระบบนี้หลงเหลืออยู่ในโลกนี้อีกเหรอ!!! (@o@;)!!!

อ้าว... แกร...ช่างตะโกนออกมาได้เวลจริงๆ (-_-#) แล้วยังทำท่าด้อมๆมองๆเหมือนมาเจอขุมทรัพย์อะไรสักอย่าง จะบอกอะไรให้รู้นะว่า Dial up ไม่ได้มีประเทศชั้นประเทศ
เดียวนะจ๊ะ ไม่ต้องเว่อร์มาก (-_-;)

นอกจากคุณฮายาชิแล้ว ตอนที่ครอบครัวคุณฮายาชิเธอไปไทยก็มีเหตุการณ์ืทำนองเดียวกันเกิดขึ้นหลายอย่าง ประทับใจตอนไปเข้าห้องน้ำกับคุณยายของคุณฮายาชินี่แหล่ะ

ก็ให้คุณยายเข้าก่อน แล้วเราค่อยเข้า พอเข้าเสร็จออกมา ก็แปลกใจนิดนึงที่เห็นคุณยายยืนนิ่งเออเร่ออยู่หน้าอ่างล้างมือ สองมือก็ยื่นไปในอ่างนะ แต่ก็ดูเงียบมาก เลยถามไปว่าเป็นอะไรหรือเปล่าคะยาย?

ยายถามกลับว่า

“ รอตั้งนานแล้วทำไมน้ำไม่ไหล?”

(@_@;).....

อืมมมมมม์ คุณยายยืนรอนึกว่าน้ำมันจะออกอัตโนมัตินี่เอง... (-_-;)

ขนาดเค้าเป็นคุณยายนะ... T^T

ประเทศชั้นก็ไม่ได้ล้าสมัยหรอก... แต่ประเทศเธออาจจะเว่อร์เกินไปก็ได้... T^T (ซิก.. ซิก..)



บทความนี้เกิดจากการเขียนและส่งขึ้นมาสู่ระบบแบบอัตโนมัติ สมาคมฯไม่รับผิดชอบต่อบทความหรือข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือทำให้เกิดความเสียหาย หรือละเมิดสิทธิใดๆ กรุณาแจ้งมาที่ ht.ro.apt@ecivres-bew เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกจากระบบในทันที