H. Kisara

ผู้เขียน : H. Kisara

อัพเดท: 14 มี.ค. 2008 07.59 น. บทความนี้มีผู้ชม: 106380 ครั้ง

เนื่องจากเป็นบันทึกในญี่ปุ่นที่ไล่มาจากในอดีต อาจทำให้มีเนื้อหาบางส่วนไม่อัพเดตและไม่ตรงตามฤดูกาลไปบ้างค่ะ m(_ _)m


คอรบครัวสามีญี่ปุ่น...

คุณฮายาชิบอกว่าอาทิตย์หน้าได้หยุด 3 วัน ก็เลยวางแผนจะกลับไปบ้านพ่อแม่ของคุณฮายาชิกัน..

เรานึกถึงครอบครัวคุณฮายาชิที่เพิ่งกลับไปเจอมาเมื่อเดือนที่แล้ว คุณแม่น่ารักตัวกลมที่สูงกว่าเรานิดนึง คุณพ่อที่ขนาดตัวแค่ครึ่งนึงของคุณแม่ ฮิโรยูกิ น้องชายคนรองที่ดูมืดมนนิดๆ และเคนตะเจ้าตัวเล็กที่พยายามจะเป็นผู้ใหญ่เกินเด็ก


อ่านมาถึงนี่ก็คงรู้แล้วว่าคุณฮายาชิมีพี่น้อง 3 คน เป็นผู้ชายทั้งหมด!! คุณฮายาชิเป็นลูกชายคนโตที่ดูมีอำนาจเหนือน้องๆในบ้านเป็นอย่างมาก (-_-;) (สาวญี่ปุ่นมักจะไม่อยากแต่งงานกับลูกชายคนโตของบ้านไหนเพราะไม่อยากมีภาระ.. แต่เราติดกับดักเค้ามาแล้วนี่)

ใครสนใจอีกสองคนที่เหลือก็บอกกันได้ แต่คงต้องทำความเข้าใจกันก่อนนิดนึง...

ฮิโรยูกิอยู่มหาวิทยาลัยปี 2 เป็นเด็กหนุ่มที่มีโลกส่วนตัวมาก มองเผินๆจะเห็นรัศมีความมืดมนปรากฏเป็นแบ๊คกราวน์โดยรอบ (ช่วยจินตนาการลูกไฟสีฟ้าๆโผล่มาประกอบข้างหลังซัก 2 ลูก)

วันแรกที่ไปบ้านคุณฮายาชินั้น ทุกคนในบ้านออกมาต้อนรับกันใหญ่ด้วยความดีใจเพราะไม่ค่อยมีสาวๆมาบ้าน ทีแรกก็ไม่ได้สังเกตเลยว่าอีตาฮิโรยูกินี่แอบทักเสียงเบาๆอยู่หลังเสา (แอบหลังเสาครึ่งตัว น่ากลัวชะมัด) คุณฮายาชิต้องชี้ให้ดูว่าเมื่อกี้น้องเขาทักนะถึงหันไปเจอ หลังจากนั้นอีตานี่ก็จะขึ้นไปหลบอยู่ข้างบนห้องตัวเองจนกว่าจะถึงเวลาอาหารเย็น ตอนค่ำออกไปเช่าวีดีโอด้วยกัน แล้วแวะซื้อไอติมที่เซเว่น ตอนจะเดินออกมาขึ้นรถ ตกใจแทบตายนึกว่ามีไอ้โรคจิตที่ไหนมายืนดักสาวอยู่... (น้องชายแฟนเรานี่เอง มายืนเหม่อมืดมนอยู่ริมเสาไฟเซเว่น) (-_-;)

นายเคนตะที่เป็นน้องคนเล็กนี่อายุแค่ 11 ขวบเท่านั้น เป็นเด็กชายที่พูดๆๆๆๆๆมาก ที่สุดเท่าที่เคยเจอ(-_-;) เวลาเล่าอะไรให้ฟังพ่อต้องคอยบอกให้หายใจ (กลัวมันจะลืมหายใจตายไปซะก่อน)

เคนตะจะค่อนข้างเป็นมิตรกับสาวต่างชาติอย่างเรามาก (เป็นบางโอกาสเช่นโอกาสที่ให้เงินไปเล่นตู้เกม) นอกจากนี้ยังเป็นเรื่องให้เอาไปเม้าท์ในห้องเรียนอีกด้วยว่ามีพี่สะใภ้เป็นชาวต่างชาติ (จะเป็นผลดีหรือผลร้ายอันนี้ไม่รู้...)-_-;

มีอยู่ครั้งนึงแม่ของคุณฮายาชิให้เงินเราไปซื้อเครื่องดื่ม เคนตะก็ขอไปด้วย (คงเห็นเป็นโอกาส) พอไปถึงร้านก็จัดแจงบอกให้เราดื่มกระป๋องเดียวกับคุณฮายาชิ แล้วก็คำนวณอีกว่าให้พ่อกับแม่เขาดื่มด้วยกัน จากนั้นก็คำนวณเงินที่เหลือว่าตัวเองจะใช้ซื้ออะไรได้บ้าง (-_-;) (ดูมัน...)

แต่ด้วยความที่เป็นเด็กเรื่องมาก (เลือกไม่เสร็จ) อีตาฮายาชิก็เลยเดินมาตาม (ซวย..) มาถึง.. เธอก็ดูในตะกร้าที่เราซื้อแล้วถามว่าเราจะดื่มอะไร (อิฉันก็พยายามช่วยแล้วด้วยการบอกว่าเราดื่มด้วยกันก็ได้นะที่รัก) แต่คุณฮายาชิคิดว่าเราเกรงใจเลยเดินไปเลือกหาเครื่องดื่มที่เราชอบๆให้ แล้วก็ซื้อเผื่อคนอื่นๆไปเพิ่มอีก อีตาเคนตะเดินมาเจอของเต็มตะกร้าก็โวยวายใส่เราใหญ่ว่าห้ามซื้อ (กรุเปล่า) (-_-;) พอเริ่มเสียงดังมากเข้า คุณฮายาชิเลยเบิ๊ร์ดกะโหลกลากออกไปจากร้านซะ ผิดแผนน้องเค้าเลย... (-_-;)

เวลาอยู่บ้าน... นายเคนตะก็จะชอบชวนเราเล่นเกม เนื่องจากปกติเธอจะเล่นเกมแพ้พี่ๆตลอด แต่พอมีเรา..โลกของเคนตะก็เปลี่ยนไป... (ในที่สุดน้องเค้าก็ได้เจอกับคนที่ห่วยกว่า) คุณน้องเธอเลยดีใจๆ ยัดเยียดให้เราเล่นอยู่นั่น (แล้วมันไม่สอนด้วยนะว่าให้กดอะไรยังไง) พอคุณฮายาชิบอกให้ ปล่อยเราไปพักผ่อน ก็งอแงอีก ก็โดนตาฮายาชิเบิ๊ร์ดกะโหลกอีกรอบ... (-_-;)

ทีนี้มาถึงตอนสำคัญ.. มีอยู่วันนึงที่เรา 3 คนไปเล่นเกมกันที่เกมเซ็นเตอร์ (กิจกรรมหลักของ 3 พี่น้องนี่) เราก็ไปเกาะๆแกะๆอยู่หน้าตู้ยูโฟแคชเช่อร์ (ตู้เกมหยิบตุ๊กตา) ทำหน้าอยากได้ตุ๊กตาในตู้นั้นมาก ยืนมองอยู่หน้าตู้ตั้งนาน เซียนเกมนายเคนตะก็เลยทำตัวเป็นสุภาพบุรุษมาเล่นให้ เงินที่จับก็เป็นเงินเรา แล้วปรากฏว่าน้องเคนตะจับได้จริงๆ!!! ดีใจๆ ได้แล้วๆๆๆ เย้ๆ กำลังดีใจอยู่ เคนตะบอกว่า

 “ขายต่อ 1000 เยน”

(@o@;) !!! (ห๊ะ?? ขายเรอะ??)

เพราะว่ามันเป็นคนจับได้งัย... ไอ่เราก็โอเคๆ ซื้อก้อได้วะ อีตาฮายาชิก็โผล่มาเขกกะโหลกอีกที แล้วบอกให้รีบๆให้เราไปเดี๋ยวนี้ (-_-;)

ครั้งก่อนที่เรา 2 คนไปเยี่ยมเพราะได้ข่าวว่านายเคนตะเล่นแบดกับเพื่อนแล้วหกล้มฟันหน้าเจาะกับพื้น ฟันยุบเข้าไปในเหงือก 1 ซี่!! (แค่ฟังก็สยองแล้วอ่ะ) (@_@;) แต่หมอเขาก็จัดการทำจนทุกอย่างปกติแล้วนะ ทั้งๆที่ดูมันน่ากลัวขนาดนั้น รู้สึกว่าเธอจะไม่ร้องไห้เลยซักแอะ.. แมนมาก...

เราก็แอบคุยๆกับนายฮายาชิไว้แล้วว่า น้องเธอคงดูจ๋อยๆ น่าสงสารนะ เธออย่าลืมปลอบน้องเธอล่ะ

อีตาฮายาชิพยักหน้ารับปาก พอเจอหน้าเคนตะก็ดำเนินการปลอบน้องทันที...

“ทำไมฟันหน้ามันเจาะลงไปล่ะ? แกยิ้มยิงฟันลงไปกับพื้นหรือไง?? ทีหลังตอนล้มอย่ายิ้มเชียวนะ"

(@o@;)!!!

มันเป็นคำปลอบมั้ยเนี่ย?? ใครบอกเราทีมันเป็นคำปลอบหรือเปล่า??? (-_-;)

จะว่าไป...เคนตะเป็นเด็กที่เข้มแข็งมากๆเลย... โดนพี่ตบกะโหลกก็ไม่ร้องไห้ โดนพี่ดุก็ไม่ร้องไห้ หกล้มฟันเจาะพื้นก็ไม่ร้องไห้... แต่ไม่รู้เป็นอะไรพอเรากับ คุณฮายาชิจะต้องกลับบ้านตัวเองที่โอซาก้าเนี้ย... คุณเคนตะเธอจะชอบแอบไปร้องไห้อยู่ใต้โต๊ะโคทัทซึ (โต๊ะอุ่นขา)ทุกที

หกล้มฟันยุบเข้าไปในเหงือกไม่ร้องไห้... ดันมาร้องไห้เพราะเหงาที่พี่ชายจะกลับบ้าน...?? (น่ารักดีนะ) (^_^;)

เด็กก็คือเด็กวันยังค่ำ (^_^;)



ป.ล. การตบกบา_แบบญี่ปุ่น นัยว่าเป็นศิลปะอย่างหนึ่ง ส่วนใหญ่มักไม่ตบเอาเจ็บ เป็นศาสตร์ต้นแบบที่พัฒนามาเป็นการเอาถาดอะลูมิเนียมมาตบกันของบรรดาตลกคาเฟ่


บทความนี้เกิดจากการเขียนและส่งขึ้นมาสู่ระบบแบบอัตโนมัติ สมาคมฯไม่รับผิดชอบต่อบทความหรือข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือทำให้เกิดความเสียหาย หรือละเมิดสิทธิใดๆ กรุณาแจ้งมาที่ ht.ro.apt@ecivres-bew เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกจากระบบในทันที