MeMothisa

ผู้เขียน : MeMothisa

อัพเดท: 25 ส.ค. 2020 13.06 น. บทความนี้มีผู้ชม: 5998 ครั้ง

ที่นี่เราแนะนำเกี่ยวกับเรื่องของความสวย ความงาม และสุขภาพของคนไทย ในหมวดหมู่ของ cosmetics surgery beauty health เพื่อให้คนไทยทุกคนได้รับสาระน่ารู้เกี่ยวกับความสวยความงามและสุขภาพ อย่างถูกต้อง


ไวรัสตับอักเสบ หนึ่งในโรคที่คนไทยควรรู้จักมากที่สุด !

ไวรัสตับอักเสบ

ไวรัสตับอักเสบ เป็นโรคติดต่อร้ายแรง แต่คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยให้ความสำคัญมากนัก อาจเป็นเพราะอาการที่แสดงออกมาไม่ค่อยรุนแรง จึงทำให้คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยกลัวโรคนี้ แต่รู้ไหมว่าประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งที่ไวรัสตับอักเสบบีระบาดมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก มีผู้ติดเชื้อไวรัสบีและเป็นพาหะ ร้อยละ 7 ของประชากรทั้งหมด ซึ่งถือว่าน่ากลัวมากๆ  และที่สำคัญไวรัสตับอีกเสบบียังทำให้เซลล์ตับถูกทำลาย อาจทำให้เกิดพังผืด ตับแข็ง และมะเร็งตับ ซึ่งเป็นโรคมะเร็งที่พบมากที่สุดในคนไทยอีกด้วย ดังนั้น เราจึงควรทำความรู้จักกับโรค ไวรัสตับอักเสบ ให้มากขึ้น 

ไวรัสตับอักเสบ คืออะไร

ไวรัสตับอักเสบ (Hepatitis) คือ อาการอักเสบของตับ ซึ่งตับถือว่าเป็นอวัยวะที่สำคัญมาก เพราะตับทำหน้าที่สังเคราะห์สารอาการ กำจัดพิษของยาเมตาโบไลท์ และช่วยขับสารพิษออกจากร่างกาย 

ไวรัสตับอักเสบมีกี่ประเภท

ไวรัสตับอักเสบ มีทั้งหมด 5 ชนิดด้วยกัน ได้แก่
  1. ไวรัสตับอักเสบเอ
  2. ไวรัสตับอักเสบบี
  3. ไวรัสตับอักเสบซี
  4. ไวรัสตับอักเสบดี
  5. ไวรัสตับอักเสบอี  

ไวรัสที่มีปัญหาในบ้านเรามากที่สุดคือ ไวรัสตับอักเสบบี และ ไวรัสตับอักเสบซี เราไปดูไวรัสตับอักเสบแต่ละชนิดกันเลย 

ไวรัสตับอักเสบ A

ไวรัสตับอักเสบเอ เป็นโรคติดต่อที่สามารถแพร่กระจ่ายไปสู่ผู้อื่นได้ ผ่านช่องทาง อาหาร เครื่องดื่ม หรือสิ่งปนเปื้อนที่มีเชื้อ HAV วิธีป้องกันไวรัสชนิดนี้คือ การฉีดวัคซีน ซึ่งจะช่วยให้โอกาสติดเชื้อน้อยลง ความรุนแรงของไวรัสตับอักเสบเอจะรุนแรงแตกต่างจากไวรัสชนิดอื่น แต่ก็ไม่ทำร้ายตับในระยะยาว และสามารถรักษาให้หายได้ และไม่กลับมาเป็นอีก

อาการของโรคไวรัสตับอักเสบ A

อาการไวรัสตับอักเสบเอในระยะแรกผู้ป่วยจะรู้สึกไม่สบายเล็กน้อย เบื่ออาหาร เป็นไข้ ปวดเมื่อย คลื่นไส้ อาเจียน ปัสสาวะมีสีเหลืองเข้ม ตัวเหลือง ตาเหลือง รู้สึกจุกบริเวณใต้ชายโครงขวา มีผื่นตามตัว  แต่อาการเหล่านี้จะค่อยๆดีขึ้น และหายไปภายใน 3-4 สัปดาห์  สำหรับในเด็กจะมีอาการเล็กน้อย  ถ้าเป็นเด็กโตหรือผู้ใหญ่จะมีอาการหลายสัปดาห์ ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค แต่เมื่อได้รับการรักษาจนหายแล้ว ร่างกายจะมีภูมิคุ้มกันไปตลอดชีวิต แต่ถึงยังไงก็ยังมีอาการแทรกซ้อนได้ เช่น ตับวายเฉียบพลัน 

ไวรัสตับอักเสบ B

ไวรัสตับอักเสบบี เป็นโรคที่เกิดการอักเสบที่ตับ มีสาเหตุมาจากเชื้อไวรัสตับอักเสบบีเข้าสู่เซลล์ตับ ทำให้เกิดการอักเสบ ในบางรายเชื้อจะฝังตัวอยู่ในร่างกายเป็นปี โดยผู้ติดเชื้อไม่รู้ตัว เรียกลักษณะแบบนี้ว่า พาหะ ซึ่งเชื้อนี้จะแบ่งตัวในเซลล์ตับได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ตับอักเสบและถูกทำลาย
ไวรัสตับอักเสบบี ถือว่าเป็นโรคติดต่อที่มีความรุนแรง เพราะสามารถทำให้เกิดอาการตับแข็ง  ตับวาย มะเร็งตับ และโรคอื่นๆตามมา จนเสียชีวิตได้ 
ไวรัสตับอักเสบบี (HBV) สามารถแพร่เชื้อจากคนสู่คน ผ่านเลือดหรือของเหลวในร่างกาย จากแม่สู่ลูกในช่วงตั้งครรภ์ ไวรัสตับอักเสบบีมักติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่ไม่ได้ป้องกันหรือใช้เข็มฉีดยาร่วมกันในกลุ่มผู้เสพยาเสพติด  สำหรับการป้องกันสามารถทำได้โดยฉีดวัคซีนป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบบี 

อาการของโรคไวรัสตับอักเสบ B

สิ่งที่น่ากลัวของคนที่ติด เชื้อไวรัสตับอักเสบบี คือ ในระยะแรกผู้ทีได้รับเชื้อจะไม่รู้ตัว เพราะไม่มีอาการป่วยปรากฎออกมาให้เห็น แต่เชื้อจะแพร่กระจายและทำร้ายตับไปเรื่อยๆ แต่ในบางรายอาจจะมีไข้บ้าง ปวดเมื่อยบ้าง แต่ส่วนมากจะเข้าใจว่าตัวเองเป็นไข้หวัดธรรมดา เมื่อเชื้อกระจายเต็มที่นั่นหมายถึงเชื้ออยู่ในกระแสเลือดและแพร่ไปสู่เซลล์อื่นๆ 
 
หลังจากรับการรักษา ผู้ป่วยจะหายขาด ตับทำงานได้ปกติและมีภูมิคุ้มกัน แต่ในบางรายยังตรวจพบเชื้อไวรันตับอักเสบบี แต่การทำงานของตับยังปกติ ซึ่งผู้ป่วยกลุ่มนี้ถึงแม้จะหายแต่สามารถแพร่เชื้อให้ผู้อื่นได้ เรียกว่า เป็นพาหะ 
แต่ในบางรายจะไม่หายขาด จะมีอาการตับอักเสบเรื้อรัง จนมีอาการตับแข็งและบางรายเป็นมะเร็งตับ

ไวรัสตับอักเสบ C

ไวรัสตับอักเสบซี จะมีลักษณะแบบเดียวกับไวรัสตับอักเสบบี คือ สามารถแพร่กระจ่ายเชื้อจากคนสู่คน ผ่านเลือดและของเหลวในร่างกาย และส่งผลทำให้เกิดตับแข็งและมะเร็งตับได้เช่นกัน  สาเหตุที่ทำให้เกิดโรคนี้มาจากการใช้อุปกรณ์เสพยาเสพติดร่วมกัน การมีเพศสัมพันธ์กับผู้ติดเชื้อโดยไม่ได้ป้องกัน และจากแม่สู่ลูกในช่วงตั้งครรภ์
 
ไวรัสตับอักเสบซี เป็นโรคไวรัสตับอักเสบที่ร้ายแรงที่สุด จึงเป็นสาเหตทำให้ต้องมีการปลูกถ่ายตับในผู้ใหญ่  ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ได้ค้นวัคซีนเพื่อป้องกันไวรัสตับอักเสบซีมาหลายสิบปี แต่ยังไม่สามารถผลิตวัคซีนป้องกันได้  แต่ในปัจจุบันมียาที่ช่วยรักษาผู้ป่วยโรคไวรัสตับอักเสบซีได้ซึ่งทำให้หายขาดได้  

อาการของโรคไวรัสตับอักเสบ C

อาการของไวรัสตับอักเสบซี จะมีอาการคล้ายๆกัน คือ ตัวเหลือง ตาเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม เบื่ออาหาร น้ำหนักตัวลด ไม่มีแรง มีน้ำในช่องท้อง ปวดชายโครงขวา ปวดข้อ ปวดกล้ามเนื้อ ตับม้ามโต แต่ถ้าเกิดการอักเสบเรื้อรัง จะเป็น
อาการของไวรัสตับอักเสบบีและซี
 
โดยทั่วไปผู้ได้รับเชื้อไวรัสตับอักเสบซี หลังติดเชื้อ 10 ปีแรกจะไม่มีอาการอะไรเลย แต่ก็มีส่วนน้อยที่มีอาการเฉียบพลัน แต่เมื่อเวลาผ่านไป 20 ปี ก็จะเริ่มมีอาการตับอักเสบเรื้อรัง พอผ่านไป 30 ปี ตับจะถูกทำลายมากขึ้น และมีอาการตับแข็ง และในผู้ป่วยบางรายเป็นมะเร็งตับ ซึ่งกว่าจะแสดงอาการก็หลายสิบปี ระหว่างที่ติดเชื้อผู้ป่วยไม่ทางรู้ตัวเลยว่ามีโรคร้ายอยู่ในตัว ถ้าไม่มีการตรวจเลือด 

โรคไวรัสตับอักเสบสามารถติดต่อได้ทางไหนบ้าง

โรคไวรัสตับอักเสบ สามารถติดต่อได้ทางเลือด น้ำเชื้อ น้ำเหลือง น้ำหลั่งอื่นๆ ในร่างกาย โดยผ่านช่องทางต่างๆ ได้แก่

ไวรัสตับอักเสบบีอันตรายไหม

อันตรายจากโรคไวรัสตับอักเสบบี จากสถิติองค์การอนามัยโลก หรือ WHO มีผู้ป่วยโรคตับอักเสบเรื้อรัง ประมาณ 300 ล้านคน และอย่างน้อย 1 ล้านคนเป็นโรคตับแข็งและมะเร็งตับ โดยแหล่งที่มีเชื้อไวรัสตับอักเสบบีมากที่สุดคือเอเชียตะวันออกและแอฟริกาใต้ ซึ่งอาจจะมีประชากร 5-10% เป็นผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี 
 
ส่วนในประเทศไทย มีผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีประมาณ 5% และส่วนมากติดเชื้อตั้งแต่ในวัยเด็ก 
ไวรัสตับอักเสบเป็นโรคติดต่อร้ายแรง โดยเฉพาะไวรัสบีและซี ซึ่งไม่ค่อยแสดงอาการออกมาให้เห็นกว่าจะปรากฎอาการออกมาก็ผ่านมาหลายปี และเชื้อก็ทำลายตับไปมากแล้ว ถ้าหากรักษาอย่างถูกต้องก็จะหายขาดได้ แต่ในบางรายก็จะกลายเป็นโรคตับแข็งและมะเร็งตับจนเสียชีวิตได้ ทางที่ดีควรตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี หากพบเชื้อก็จะรักษาได้ทัน ไม่แพร่เชื้อให้กับคนรอบข้าง

ไวรัสตับอักเสบชนิดไหนร้ายแรงที่สุด

โรคไวรัสตับอักเสบแต่ละชนิดมีความความรุนแรงที่แตกต่างกัน  บางชนิดมีอาการเฉียบพลัน บางชนิดรุนแรงจนทำให้เป็นโรคมะเร็งตับได้ ไวรัสตับอักเสบเอ ถึงแม้ว่าจะมีความรุนแรง แต่ไม่ทำลายตับในระยะยาว และยังสามามารถรักษาให้หายขาดไม่กลับมาเป็นอีก 
 
ส่วนไวรัสตับอักเสบบีความรุนแรง และสามารถแพร่เชื้อได้ เนื่องจากในช่วงแรกจะไม่แสดงอาการออกมา หากไม่ตรวจเลือดผู้ป่วยจะรู้เลยว่าได้รับเชื้อ จนเชื้อไวรัสทำลายตับจนเป็นตับแข็งและมะเร็งตับได้ แต่ถึงอย่างไรไวรัสตับอักเสบบีก็มีวัคซีคป้องกัน และรักษาให้หายได้ 
 
โรคไวรัสตับอักเสบที่ร้ายแรงที่สุดคือ ไวรัสตับอักเสบซี เพราผู้ที่ติดเชื้อ 20% จะหายจากโรคได้เอง  แต่ส่วนใหญ่ 80% จะเป็นโรคเรื้อรัง ถ้าไม่ได้รับการรักษาจะกลายเป็นตับแข็งและมะเร็งตับและเสียชีวิตได้ และปัจจุบันยังไม่มีวัดซีนป้องกัน

การรักษาโรคไวรัสตับอักเสบในปัจจุบัน

ในปัจจุบัน การรักษาโรคไวรัสตับอักเสบ รักษาด้วยยา nterferon หรือ lamivudine ซึ่งต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์ แต่ในบางราย สามารถหายได้โดยพักผ่อนให้เพียงพอและทานอาหารที่มีไขมันน้อย แต่ทางที่ดีควรไปพบแพทย์และตรวจสุขภาพเพื่อให้แน่ชัดว่าได้รับเชื้อไวรัสตับอักเสบถึงขั้นไหนแล้ว จะได้รักษาได้อย่างถูกต้อง 
ซึ่งหากตรวจพบเชื้อไวรัสตับอักเสบควรทำอย่างไร

ไวรัสตับอักเสบรักษาหายไหม

การรักษาโรคไวรัสตับอักเสบ แบ่งได้เป็น 2 แบบคือ
  1. ระยะเฉียบพลัน ซึ่งระยะนี้จะสามารถหายได้เอง โดยแพทย์จะแนะนำให้พักผ่อนให้เพียงพอ รับทานอาหารที่มีโภชนาการสูง ดื่มน้ำมากๆ เพราะร่างกายต้องต่อสู้กับเชื้อไวรัส
  2. ระยะที่เป็นโรคไวรัสตับอักเสบ หรือระยะเรื้อรัง ผู้ป่วยต้องได้รับการรักษาเพื่อลดความเสี่ยงที่เป็นโรคตับและป้องกันไม่ให้แพร่เชื้อสู่คนอื่น ซึ่งการรักษาขึ้นอยู่กับความรุนแรงของผู้ป่วย โดยจะใช้ยาต้านไวรัสยาอินเตอร์เฟอรอน หรืออาจต้องผ่าตัดเปลี่ยนตับ ซึ่งมีโอกาสหายได้ หากไม่รุนแรงจนเกินไป
โรคไวรัสตับอักเสบ เป็นโรคติดต่อร้ายแรง แต่สามารถรักษาให้หายขาดได้ และมีวัคซีนป้องกันได้ แต่บางชนิดในระยะแรกจะไม่แสดงอาการ แต่สามารถแพร่เชื้อสู่ผู้อื่นได้ ดังนั้น การตรวจสุขภาพประจำปีจึงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อป้องกันการได้รับเชื้อจากคนใกล้ชิดโดยไม่ได้ตั้งใจ และหากได้รับเชื้อมานานแต่ยังไม่แสดงอาการเมื่อตรวจพบเชื้อก็จะทำให้รักษาได้ทัน ไม่กลายเป็นโรคตับหรือมะเร็งตับ ซึ่งอาจทำให้เสียชีวิตได้ 

บทความนี้เกิดจากการเขียนและส่งขึ้นมาสู่ระบบแบบอัตโนมัติ สมาคมฯไม่รับผิดชอบต่อบทความหรือข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือทำให้เกิดความเสียหาย หรือละเมิดสิทธิใดๆ กรุณาแจ้งมาที่ ht.ro.apt@ecivres-bew เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกจากระบบในทันที