Rina

ผู้เขียน : Rina

อัพเดท: 06 พ.ค. 2021 13.11 น. บทความนี้มีผู้ชม: 210 ครั้ง


สำหรับใครที่อยากเปิดธุรกิจอู่ซ่อมรถนอกจากจะต้องมีอุปกรณ์สำคัญๆ อย่าง ตู้พ่นสี ตู้อบสี เครื่องตัดท่อ ปั๊มลมสกรู เครื่องงัดยาง ที่ยกเกียร์ เครื่องมือช่างสำหรับงานยนต์และอื่นๆ อีกมากมายแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่ขาดไม่ได้และจำเป็นอย่างมากก็คือ ?แม่แรง? นั่นเอง เพราะเป็นอุปกรณ์ช่วยทุนแรงสำหรับการยกของหนักที่อู่ซ่อมรถจำเป็นต้องมี โดยในบทความนี้เราจะพาทุกคนไปศึกษากันว่าแม่แรงคืออะไร? มีกี่ประเภท แล้วสามารถบำรุงรักษาอย่างไรให้มีอายุการใช้งานที่ยืนยาว ตามมาดูกันเลย


แม่แรงคืออะไร? มีกี่ประเภท? พร้อมข้อแนะนำในการบำรุงรักษา

สำหรับใครที่อยากเปิดธุรกิจอู่ซ่อมรถนอกจากจะต้องมีอุปกรณ์สำคัญๆ อย่าง ตู้พ่นสี ตู้อบสี เครื่องตัดท่อ ปั๊มลมสกรู เครื่องงัดยาง ที่ยกเกียร์ เครื่องมือช่างสำหรับงานยนต์และอื่นๆ อีกมากมายแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่ขาดไม่ได้และจำเป็นอย่างมากก็คือ “แม่แรง” นั่นเอง เพราะเป็นอุปกรณ์ช่วยทุนแรงสำหรับการยกของหนักที่อู่ซ่อมรถจำเป็นต้องมี โดยในบทความนี้เราจะพาทุกคนไปศึกษากันว่าแม่แรงคืออะไร? มีกี่ประเภท แล้วสามารถบำรุงรักษาอย่างไรให้มีอายุการใช้งานที่ยืนยาว ตามมาดูกันเลย

ขอบคุณรูปภาพจาก: https://th.kovet.com/

 

แม่แรงคืออะไร? 

 

แม่แรง คือ เครื่องมือสำคัญที่ใช้สำหรับการยดวัตถุที่มีน้ำหนักมากๆ ให้สูงขึ้น เช่น รถยนต์ เครื่องจักร หรืออุปกรณ์ต่างๆ เพื่อทำการตรวจสอบและซ่อมแซมบำรุงรักษา เช่น ซ่อมส่วนล้างของรถยนต์ เปลี่ยนล้อ หรือเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง เป็นต้น ซึ่งนับว่าเป็นเครื่องมือสำคัญที่อูซ่อมรถยนต์จำเป็นต้องมีเนื่องจากช่วยทุ่นแรงโดยไม่เกิดอันตราย อีกทั้งยังช่วยประหยัดเวลาในการทำงานอีกด้วย 

 

ประเภทของแม่แรง 

 

โดยทั่วไปแล้วสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทด้วยกัน ดังนี้ 

 

- แม่แรงระบบไฮดรอลิก เป็นระบบที่ใช้น้ำมันไฮดรอลิกเปนตัวกลางในการขับแรงดันลูกสูบ โดยสามารถรองรับน้ำหนักได้มาก ทำให้ผู้ใช้งานไม่ต้องออกแรงมาก แต่ก็มีข้อเสียตรงที่ยางภายในอาจทนแรงเสียดสีไม่ไหว ทำให้ชำรุดได้เร็วกว่าที่กำหนด 

- แม่แรงระบบกลไก เป็นระบบที่ใช้เฟืองหมุนเป็นตัวกลางในการส่งกำลังเพื่อยกน้ำหนัก โดยมีข้อดีตรงที่พกพาสะดวก ดูแลรักษาง่าย แต่มีข้อเสียตรงที่สามารถยกน้ำหนักได้น้อยเมื่อเทียบกับระบบไฮดรอลิก อีกทั้งยังต้องใช้แรงมากในการยกน้ำหนักด้วย 

 

วิธีการบำรุงรักษาแม่แรงให้สามารถใช้งานได้นาน 

 

- ก่อนและหลังใช้งานทุกครั้ง ควรหยอดน้ำมันหล่อลื่นตามจุดที่มีการเสียดสี เพื่อให้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพและยืดอายุการใช้งานให้นานขึ้น

- หลีกเลี่ยงการใช้แม่แรงยกน้ำหนักมากกว่าที่กำหนดไว้ 

- ควรตรวจสอบ และหมั่นเช็ดทำความสะอาดอย่างน้อยปีละ 2-3 ครั้ง 

- หมั่นตรวจสอบความผิดปกติที่เกิดขึ้น เช่น เสียงที่ดังผิดปกติ ตามจุดต่างๆ อาจแสดงถึงปัญหาของเครื่องได้ 

- คอยระวังไม่ให้เศษผงต่างๆ ทราย หรือเศษโลหะ เข้าไปปะปนกับน้ำมันไฮดรอลิก เพราะอาจทำให้เครื่องชำรุดหรือเสียหายเร็วขึ้น 

 

และทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องรู้หากต้องการเปิดอู่ซ่อมรถยนต์ เพราะแม่แรงเป็นเครื่องมือที่มีความสำคัญอย่างมากในการช่วยยกสิ่งของต่างๆ ที่มีน้ำหนักมาก นอกจากนี้ เพื่อความปลอดภัยควรใช้ให้ถูกกับลักษณะของงาน โดยไม่ควรใช้แม่แรงที่มีขนาดเล็กยกสิ่งของที่มีน้ำหนักเกินกว่าที่กำหนด เพราะนอกจากจะทำให้ชำรุดเร็วแล้วยังอาจเป็นอันตรายต่อผู้ใช้ด้วย

 

บทความนี้เกิดจากการเขียนและส่งขึ้นมาสู่ระบบแบบอัตโนมัติ สมาคมฯไม่รับผิดชอบต่อบทความหรือข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือทำให้เกิดความเสียหาย หรือละเมิดสิทธิใดๆ กรุณาแจ้งมาที่ ht.ro.apt@ecivres-bew เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกจากระบบในทันที