dawnny

ผู้เขียน : dawnny

อัพเดท: 23 พ.ย. 2021 16.05 น. บทความนี้มีผู้ชม: 286 ครั้ง

บทความ สุขภาพ


8 อาการเท้า ที่จะบอกเกี่ยวกับสุขภาพของคุณได้

เชื่อกันว่าดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ แล้วเท้าเป็นหน้าต่างของสุขภาพของเราได้หรือไม่ ?

หากคุณไม่ได้เป็นคนที่ทำเล็บเท้าหรือนวดฝ่าเท้าเป็นประจำ คุณคงไม่ได้สังเกตเห็นเท้าของคุณบ่อย ๆ แต่ถ้าคุณมองได้ลองสังเกตเท้าของคุณดี ๆ  เท้าของคุณสามารถบอกเกี่ยวกับสุขภาพของคุณได้ โดยบทความนี้เราจะมาบอกเกี่ยวกับอาการเท้าที่บอกคุณเกี่ยวกับสุขภาพ เพื่อเป็นประโยชน์ให้กับทุกคนสามารถตรวจเช็คสุขภาพตนเองได้แบบง่าย ๆ

 

1.นิ้วเท้าเย็น

ปัญหาด้านสุขภาพที่เป็นไปได้ : ความผิดปกติของหลอดเลือด , โรคเบาหวาน , การสูบบุหรี่ , โรคหลอดเลือดแดงส่วนปลายอุดตัน(PAD) , ปัญหาการไหลเวียนโลหิตเนื่องจากโรคเบาหวาน

การแก้ปัญหานิ้วเท้าเย็นด้วยการหาผ้าหนา ๆ มาใส่ หรือไปนั่งใกล้กองไฟ อาจจะเป็นวิธีการแก้ปัญหาที่ไม่ถูกจุด เพราะการที่นิ้วเท้าของคุณเย็น อาจเกิดจากความผิดปกติของระบบการไหลเวียนโลหิต หรือจำกัดการไหลเวียนเลือดจาก PAD ทำให้นิ้วเท้าเย็นมากกว่าส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย สาเหตุมักเกิดจาก หลอดเลือดแดงอุดตันหรือ การหดตัวของหลอดเลือดแดงจากตะคิว นอกจากนี้การที่เท้าของคุณเย็นอาจเกิดจาก โรคเบาหวาน การสูบบุหรี่ หรือระดับน้ำตาลในเลือดสูงบ่อย ๆ ทำให้หลอดเลือดแดงตีบและลดปริมาณเลือดไปยังเนื้อเยื่อ ซึ่งทำให้เท้าของคุณรู้สึกเย็น

 

2.ปวดแสบปวดร้อนบริเวณเท้า

ปัญหาด้านสุขภาพที่เป็นไปได้ : โรคระบบประสาท , โรคเบาหวานหรือปัจจัยอื่นๆ

การปวดแสบปวดร้อนบริเวณเท้าอาจเกิดจาก การกดทับของเส้นประสาทบริเวณขาหรือมีความผิดปกติ ที่เรียกว่าโรคระบบประสาท หรืออาจเกิดจากการการอักเสบ จากการเล่นกีฬา หรือเกิดจาดโรค PAD ทำให้เกิดอาการปวดแสบปวดร้อนได้เช่นกัน

3.นิ้วเท้าหรือเท้าใหญ่บวมและเจ็บปวดอย่างกะทันหัน

ปัญหาด้านสุขภาพที่เป็นไปได้ : โรคเกาต์ , การติดเชื้อ Cellulitis , โรคระบบประสาท , การเกิดลิ่มเลือดในหลอดเลือดดำ หรือโรคข้ออักเสบ เช่น โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์หรือโรคสะเก็ดเงิน

คุณเคยมีประสบการณ์ข้อเท้าหรือนิ้วเท้าบวมหรือไม่ ซึ่งมักเกิดกับคนที่ ใส่รองเท้าที่บีบปลายเท้ามากเกินไป และคนวิ่งหรือเดินนาน ๆ จากผลวิจัยพบว่าคนที่ข้อเท้าหรือนิ้วเท้าบวมบ่งบอกถึงสัญญาณอันตรายที่อาจเป็นโรคร้ายแรงได้ เช่น โรคระบบประสาท โรคไข้ข้อ โรคข้ออับเสพ  โรคลิ่มในหลอดเลือดดำ โรคเกาต์ เป็นต้น จากการสำรวจพบว่าส่วนใหญ่เกิดจาก โรคเกาต์ ซึ่งเกิดจากภาวะกรดยูริก (uric acid) ในเลือดสูงติดต่อกันเป็นเวลานานจนเกิดเป็นผลึกสะสมอยู่ในข้อเท้า ทำให้เกิดการอักเสบ ปวดบวมอย่างรุนแรง เมื่อบ่อยไว้นาน ๆ อาจส่งผลร้ายแรงทำให้ เกิดการติดเชื้อ กระดูกหัก โรคข้ออักเสบ และลิ่มเลือดในเหลอดเลือดดำอุดตันได้

 

4.เล็บเท้าเปลี่ยนสีหรือผิดรูป

ปัญหาด้านสุขภาพที่เป็นไปได้ : เชื้อราที่เล็บ , การบาดเจ็บจากการใช้เท้ามากเกินไป (microtrauma) (พบได้บ่อยใน นักโบว์ลิ่ง, นักเทนนิส, นักเดินเขา, นักวิ่ง) , โรคสะเก็ดเงิน , โรคโลหิตจาง , มะเร็งผิวหนัง

สาเหตุหลักที่พบบ่อยมากที่สุดเกิดจาก เชื้อราในเล็บ ที่เกิดจากการ เล่นกีฬาที่ใช้เท้ามากเกินไป การเตะ หรือเล็บเท้าไม่สะอาด เป็นต้น หากคุณสังเกตว่าเล็บเท้ามีการเปลี่ยนสี มีเส้นสีขาว หรือมีหลุมเล็ก ๆ สิ่งเหล่านี้เป็นสัญญาณบ่งบอก ว่าคุณอาจจะเกิดโรคที่เรากล่าวมาข้างต้นได้

5.เจ็บเท้าหรือเป็นแผลที่รักษาไม่หาย

ปัญหาด้านสุขภาพที่เป็นไปได้ : แผลที่ข้อเท้าเนื่องจากหลอดเลือดดำไม่เพียงพอ , โรคระบบประสาทส่วนปลาย , มะเร็งผิวหนัง, PAD

โดยทั่วไปแล้ว แผลสามารถหายได้เองภายในระยะเวลาที่เหมาะสม ถ้าคุณสังเกตเห็นว่าแผลไม่หาย แม้ว่าจะผ่านไปนานหลายวัน อาจเกิดจากการไหลเวียนเลือดผิดปกติ ที่เกิดจากโรคเบาหวาน หรือโรคปลายประสาทเสื่อม

6.รอยช้ำใต้เล็บเท้า

ปัญหาด้านสุขภาพที่เป็นไปได้ : โรคมะเร็งผิวหนัง , ห้อเลือด

เป็นอาการที่หาได้ยากมาก การที่ใต้เล็บเท้าของคุณมีรอยช้ำอาจเป็นสัญญาณของโรคมะเร็งผิวหนังได้ หากพบสังเกตว่าเห็นว่าใต้เล็บเท้าเป็นริ้วสีน้ำตาลหรือสีดำหรือดูเหมือนรอยฟกช้ำ ให้รีบพบแพทย์ทันที เพราะมีโอกาสเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ นอกจากนี้ยังอาจเกิดจากการบาดเจ็บ ซึ่งอาจทำให้เกิดเลือดออกใต้เล็บ

7.เจ็บเท้าโดยไม่มีบาดแผล

ปัญหาด้านสุขภาพที่เป็นไปได้ : กระดูกหักล้า , พังผืดฝ่าเท้าอักเสบ , เส้นเอ็นอักเสบ , โรคข้ออักเสบ , โรคข้อจากเบาหวาน

อาการปวดเท้าและข้อเท้าในประเทศอเมริกามีจำนวนมากและมีการเข้ารักษากว่าหลายล้านครั้งในแต่ละปี อาการที่พบเห็นบ่อย ๆ เกิดจาก กระดูกหักล้า เส้นเอ็นอักเสบ พังผืดฝ่าเท้าอักเสบ นอกจากนี้อาการปวดเท้าและเจ็บข้อเท้าอาจเกิดจาก โรคเบาหวาน โรคข้ออักเสบ

8.อาการชาหรือรู้สึกเสียวซ่าที่เท้าและนิ้วเท้า

ปัญหาด้านสุขภาพที่เป็นไปได้ : เส้นประสาทส่วนปลาย, การขาดวิตามินบี 12, กระดูกสันหลังตีบ, และภาวะทางระบบประสาทอื่นๆ, เบาหวาน, เคมีบำบัด

ถ้าคุณสังเกตว่าเท้าและนิ้วเท้าของคุณรู้สึกเสียวซ่านานกว่าสองสามนาทีเป็นประจำ ให้รีบไปพบแพทย์เพราะอาจเป็นสัญญาณบ่งบอกของบางสิ่งที่ร้ายแรงได้

การเคยสังเกตเท้าของเราเป็นประจำ เป็นหนึ่งในวิธีเช็คสุขภาพร่างกายของเราได้ ดังนั้นเราควรที่จะดูแลรักษาเท้าของเรา เช่น ทำความสะอาด ไม่ควรวิ่งหรือเดินมากจนเกิน หรือใส่ถุงเท้าที่สกปรก เป็นต้น เพราะเท้าของเราเป็นอวัยวะส่วนหนึ่งที่สำคัญต่อร่างกายของเราเช่นกัน

 

อ่านเพิ่มเติ่มได้ที่ https://dawncontent.com/


บทความนี้เกิดจากการเขียนและส่งขึ้นมาสู่ระบบแบบอัตโนมัติ สมาคมฯไม่รับผิดชอบต่อบทความหรือข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือทำให้เกิดความเสียหาย หรือละเมิดสิทธิใดๆ กรุณาแจ้งมาที่ ht.ro.apt@ecivres-bew เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกจากระบบในทันที