ศิริกุล

ผู้เขียน : ศิริกุล

อัพเดท: 04 ม.ค. 2022 11.42 น. บทความนี้มีผู้ชม: 619 ครั้ง

รู้หรือไม่ผิวหนังของคนเราสามารถที่จะผลิต ไฮยาลูรอน ได้เองตามธรรมชาติ แต่พอมีอายุมากขึ้น ความสามารถในการผลิต ไฮยาลูรอน ของผิวจะลดลง ทำเกิดรอยเหี่ยวย่น และริ้วรอยก่อนวัยอันควรได้ เราจึงมักจะเห็นแบรนด์ครีม ต่างๆ นำไฮยาลูรอน มาเป็นส่วนประกอบอยู่ในผลิตภัณฑ์ตัวเอง


ประโยชน์ของไฮยาลูรอน กับการดูแลผิว

1. เป็นส่วนประกอบในมอยส์เจอร์ไรเซอร์ เซรั่ม
 
ดังที่กล่าวไปแล้วว่า ไฮยาลูรอน เป็นองค์ประกอบสำคัญในเซลล์ผิว ที่ช่วยอุ้มน้ำและกักเก็บไม่ให้น้ำระเหยออกจากผิว โดยสามารถอุ้มน้ำได้ถึง 1,000 เท่าของน้ำหนักตัวมันเองเลยทีเดียว ทำให้มักถูกนำมาเป็นส่วนประกอบสำคัญในผลิตภัณฑ์ดูแลผิว ที่เน้นสร้างความชุ่มชื้นให้กับผิว เช่น มอยส์เจอร์ไรเซอร์ หรือ เซรั่ม
 
อย่างไรก็ตาม ด้วยผลิตภัณฑ์ประเภทนี้ส่วนใหญ่ มักใช้ไฮยาลูรอนแบบ Non-Cross-Link HA ซึ่งเสื่อมสลายได้ง่าย คงตัวอยู่ในผิวได้เพียง 24 ชั่วโมงเท่านั้น นั่นจึงทำให้ไฮยาลูรอนในผลิตภัณฑ์ประเภทนี้ จะทำให้รักษาผิวแห้งให้ดูชุ่มชื้นได้เพียงอย่างเดียว ไม่สามารถช่วยรักษาริ้วรอยก่อนวัยได้แต่อย่างใด
 
หากต้องการเลือกผลิตภัณฑ์ที่ช่วยรักษาริ่วรอยก่อนวัยได้ด้วย จึงควรพิจารณาว่า ผลิตภัณฑ์นั้น มีขนาดโมเลกุลของไฮยาลูรอนเท่าไหร่ โดยควรเน้นที่มีโมเลกุลขนาดเล็กเป็นหลัก เพื่อให้ซึมซาบเข้าสู่ผิวได้ดีที่สุด ซึ่งจะสามารถทำให้ลดเลือนริ้วรอยก่อนวัยได้ด้วย
 
2. ใช้เป็นฟิลเลอร์ ลดเลือนริ้วรอยก่อนวัย
 
ไฮยาลูรอน ช่วยลดเลือนริ้วรอยก่อนวัยได้ เนื่องจากมีคุณสมบัติในการช่วยพยุงโครงสร้างผิวเอาไว้ แต่ด้วยความที่สมัยก่อน ยังไม่มีเทคโนโลยี Encapsulated Form ในผลิตภัณฑ์ดูแลผิวแบบทา ทำให้คลินิคศัลยกรรมความงาม นำเอาไฮยาลูรอนมาฉีดเป็นฟิลเลอร์หรือสารเติมเต็มโดยตรง เพื่อให้ไฮยาลูรอน ซึมเข้าสู่เซลล์ผิวโดยตรงและคงตัวอยู่ได้นาน ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของร่องแก้ม ขมับ ใต้ตา หน้าผาก คาง หรือ ริมฝีปาก
 
โดยยังถูกนำมาใช้ปรับแก้ไขรูปหน้าให้สมส่วน ช่วยยกกระชับใบหน้าในผู้ที่มีความหย่อนคล้อยเพียงเล็กน้อยด้วย โดยสามารถคงผลลัพธ์อยู่ในร่างกายได้นาน 6-18 เดือน ซึ่งการฉีดไฮยาลูรอนนั้น มีข้อดีตรงที่ สามารถเห็นผลการรักษาได้ชัดเจนและรวดเร็ว ไม่ทำให้เราต้องเสี่ยงเจ็บตัวจากการผ่าตัด
 

ใช้ไฮยาลูรอน อันตรายหรือไม่

 
ด้วยเทคโนโลยีในปัจจุบัน ทำให้การผลิตสารไฮยาลูรอนนั้น มีความใกล้เคียงกับสารไฮยาลูรอนตามธรรมชาติที่มีอยู่ในผิวหนังของร่างกายมาก ๆ ดังนั้น จึงสามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัยไร้กังวล อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ควรใช้ในปริมาณที่เหมาะสม ทั้งการทาบนผิวหนังหรือฉีดเข้าร่างกาย เพราะไฮยาลูรอนสังเคราะห์นั้น สกัดมาจากแบคทีเรียที่มีชื่อว่า Bacillus subtilis ซึ่งโปรตีนของแบคทีเรียที่นำมาใช้สังเคราะห์ตัวสารนี้ได้นั้น อาจทำให้ผู้ที่มีสภาพร่างกายไม่สมบูรณ์ ไม่แข็งแรง เกิดอาการแพ้ยาได้ หญิงตั้งครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร รวมถึงผู้ป่วยโรคมะเร็งหรือผู้ที่เคยเป็นโรคมะเร็ง จึงควรหลีกเลี่ยง
 
ไฮยาลูรอน ถือว่าเป็นสารสำคัญที่ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น และหากมีโมเลกุลขนาดเล็ก จะช่วยลดริ้วรอยก่อนวัย ช่วยให้ผิวดูอ่อนเยา เรียบเนียน สุขภาพดีด้วย ดังนั้น หากใครอยากผิวชุ่มชื้น สุขภาพดีแล้วละก็ ลองหาซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีไฮยาลูรอนมาใช้งาน เชื่อว่าจะช่วยให้ผิวคุณดีขึ้นอย่างแน่นอน
 
ส่วนใครที่สนใจ อยากผลิตครีมมอยส์เจอร์ไรเซอร์และเซรั่ม ที่มีส่วนประกอบของไฮยาลูรอนแล้วละก็ สามารถติดต่อเข้ามาได้ที่ SGECHEM เพราะเราเป็น โรงงานผลิตครีม OEM ที่ผลิตอาหารเสริมและเครื่องสำอางครบวงจร ตั้งแต่ขั้นตอนการผลิต ไปจนถึงการออกแบบ สร้างแบรนด์ผลิตภัณฑ์ และมีบริการจดทะเบียน อย. ให้ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมและเครื่องสำอางของคุณถูกต้องตามกฏหมาย 

บทความนี้เกิดจากการเขียนและส่งขึ้นมาสู่ระบบแบบอัตโนมัติ สมาคมฯไม่รับผิดชอบต่อบทความหรือข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือทำให้เกิดความเสียหาย หรือละเมิดสิทธิใดๆ กรุณาแจ้งมาที่ ht.ro.apt@ecivres-bew เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกจากระบบในทันที