reviewer

ผู้เขียน : reviewer

อัพเดท: 10 พ.ค. 2022 23.34 น. บทความนี้มีผู้ชม: 304 ครั้ง

ร้อยไหม แบบไหนดี ยกกระชับผิว ปรับรูปหน้าเรียวไม่ต้องผ่าตัด


ร้อยไหม แบบไหนดี ยกกระชับผิว ปรับรูปหน้าเรียวไม่ต้องผ่าตัด

ร้อยไหม 

ร้อยไหม

การร้อยไหม เป็นหัตถการความงามที่หลายคนรู้จัก และได้รับความนิยมในการยกหน้า กระชับผิว เนื่องจากเห็นผลชัดเจน ไม่ต้องพักฟื้น ช่วยแก้ปัญหาเรื่องผิวหย่อนคล้อยได้ดีและเห็นผลเร็วว่าหัตถการอื่น ๆ ในบทความนี้เราจะพาไปรู้จักกับการร้อยไหมละลาย ร้อยไหมแบบไหนดี ไหมแต่ละแบบต่างกันอย่างไร หลังร้อยไหมควรดูแลตัวเองอย่างไรบ้าง? 

ร้อยไหม ช่วยเรื่องอะไรบ้าง?

ร้อยไหม ช่วยกระชับผิวบริเวณต่าง ๆ

การร้อยไหม ไม่จำเป็นต้องร้อยเพื่อยกกระชับหรือปรับรูปหน้าเพียงอย่างเดียว เพราะปัจจุบันมีการพัฒนาเทคนิค ทำให้การร้อยไหมสามารถช่วยแก้ปัญหาได้หลากหลายมากขึ้น ได้แก่

การร้อยไหมเหมาะกับใครบ้าง?

ร้อยไหมเหมาะกับใครบ้าง

จุดเด่นของการร้อยไหมคือเห็นผลทันที แก้ปัญหาทันที เช่น บางเคสมีปัญหาแก้มหย่อน หลังร้อยไหมจะเห็นผลได้ทันทีว่าแก้มถูกดึงยกขึ้น เป็นวิธีแก้ปัญหาเรื่องผิวหย่อนคล้อยได้ชัดเจนและเร็วที่สุดเมื่อเทียบกับหัตถการอื่น การร้อยไหมจึงเหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนมาก ๆ และต้องการให้เห็นผลชัดเจน รวดเร็ว 

นอกจากนี้การร้อยไหมยังสามารถทำร่วมกับหัตถการอื่น ๆ เพื่อช่วยให้เห็นผลลัพธ์ดีขึ้นได้ เช่น การฉีดฟิลเลอร์ หรือทำ Hifu ทั้งนี้ควรปรึกษาแพทย์เพื่อให้วางแผนการทำและเรียงลำดับหัตถการอย่างเหมาะสม

ร้อยไหม อันตรายไหม?

การร้อยไหม หากทำหัตถการในคลินิกที่ได้มาตรฐาน น่าเชื่อถือ แพทย์มีประสบการณ์ และใช้ไหมละลายที่ผ่านอย. ก็มีความปลอดภัย 100% เพราะหลังร้อยไหมไปแล้ว ไหมละลายจะเริ่มละลายหายไปเองตามธรรมชาติ ใน6-18 เดือน ไม่มีสารตกค้าง ไม่อันตราย และการร้อยไหมด้วยเทคนิคที่ถูกต้อง ยังกระตุ้นการสร้างเส้นใยคอลลาเจนและอิลาสตินมากขึ้น ซึ่งช่วยประคองผิวคล้ายเส้นเอ็นที่มีอยู่ในร่างกายตามธรรมชาติ

ผลข้างเคียงจากการร้อยไหม ที่ควรรู้?

การร้อยไหมเป็นหัตถการที่แพทย์ต้องใช้เข็มร้อยไหม นำเส้นไหมสอดเข้าไปใต้ชั้นผิว เพื่อให้ไหมที่มีเงี่ยง (ไหมก้างปลา) เกี่ยวและดึงยกผิวให้กระชับขึ้น ดังนั้นผลข้างเคียงหลังร้อยไหมก็จะเกิดขึ้นได้เป็นปกติ เช่น 


ผลข้างเคียงจากการร้อยไหม

อาการเหล่านี้เป็นผลข้างเคียงเบื้องต้น เกิดขึ้นได้ ไม่อันตราย ส่วนไหมทะลุ ไหมขาด เกิดการอักเสบของเนื้อเยื่อ ติดเชื้อ จะเกิดขึ้นเพราะร้อยไหมในคลินิกที่ไม่ได้มาตรฐาน แพทย์ไม่มีประสบการณ์ หมอเถื่อน หมอกระเป๋า ดังนั้นเพื่อความปลอดภัย ควรร้อยไหมในคลินิกที่น่าเชื่อถือ ไว้ใจได้เท่านั้น

ร้อยไหม มีข้อดี-ข้อเสียอย่างไร?

ข้อดีการร้อยไหม

  1. หลังร้อยไหม เห็นผลทันที เพราะเงี่ยงไหมจะเกี่ยวดึงผิวให้ยกกระชับขึ้นทันที
  2. การร้อยไหม ช่วยสร้างเส้นใยคอลลาเจนและอีลาสติน ถึงไหมจะละลายไปแล้วแต่เส้นใยเหล่านี้จะยังอยู่ช่วยประคองผิว
  3. ไหมละลายที่ปลอดภัย ได้แก่ PDO, PLLA, PCL ผ่านการรับรองจาก FDA ทั้งในเมืองไทยและต่างประเทศว่ามีความปลอดภัยในการเย็บแผล
  4. ไม่มีส่วนผสมของโลหะ สามารถละลายได้หมด 100% ตามระยะเวลา โดยไม่มีสารตกค้าง
  5. หากร้อยไหมกับแพทย์ที่มีประสบการณ์ จะช่วยลดโอกาสในการบวมช้ำได้
  6. สามารถร้อยไหมเส้นเล็ก ๆ เพื่อช่วยลดริ้วรอยเส้นเล็ก ๆ ได้ เช่น บริเวณมุมปาก หางตา หน้าผาก

ข้อเสียการร้อยไหม

  1. หากร้อยไหมกับแพทย์ที่ไม่มีประสบการณ์ ร้อยไหมด้วยเทคนิคที่ไม่ถูกต้องหรือร้อยตื้นเกินไป จะเกิดรอยบุ๋มขึ้นตามแนวที่ร้อยไหมได้
  2. ไหมละลายอยู่ไม่ถาวร จะละลายไปเองตามอายุเส้นไหม ทำให้หลังร้อยไหมไประยะหนึ่งผิวจะค่อย ๆ หย่อนลง และต้องกลับมาร้อยไหมใหม่
  3. การร้อยไหมในสมัยก่อนไหมจะมีส่วนผสมของโลหะ เช่น ไหมทองคำ โลหะจะดูดความร้อนจากการทำ X-ray, MRI, เครื่องสแกนต่าง ๆ ทำให้ผิวไหม้ได้
  4. การร้อยไหมจะกระตุ้นในเกิดการสร้างคอลลาเจน อีลาสติน แต่ถ้าร้อยซ้อนทับกันมาเกินไป จะทำให้เกิดพังผืด (fibrosis) และถ้าอยู่ในผิวชั้นตื้นเกินไป ก็จะดึงรั้งผิวให้ผิดรูปได้
  5. การร้อยไหมอาจมีผลข้างเคียง มีรอยเข็ม รอยซ้ำ โดยเฉพาะคนที่ผิวบาง ช้ำง่าย ทั้งจากการฉีดยาชา และเลือดที่ออกใต้ผิวหนัง แต่ส่วนมากก็จะหายได้เองภายใน 7-14 วัน

เข็มร้อยไหมแต่ละแบบ แตกต่างกันอย่างไร?

การร้อยไหมมีเข็มหลายแบบ แบ่งใช้งานตามขนาดไหม และความเหมาะสม โดยเข็มร้อยไหมมี 4 แบบ คือ เข็ม L, เข็มทู่, เข็มตัด, เข็มแหลม


  1. เข็มแหลม ตัดผ่านเนื้อคล้าย ๆ การใช้มีดคม ๆ ตัด เจ็บน้อยกว่า บวมน้ำน้อยกว่า หากตัดโดนเส้นเลือดเล็ก ๆ ก็จะสมานได้ไว แต่แพทย์ที่ใช้ต้องมีความชำนาญ เพราะหากโดนเส้นเลือดใหญ่ก็จะทำให้บวมเลือดได้
  2. เข็มทู่ ตัดผ่านเนื้อโดยการฉีกออกคล้าย ๆ การใช้มีดทื่อ ๆ บวมน้ำเยอะกว่า เจ็บกว่าเข็มแหลม แต่สามารถหลบเส้นเลือดใหญ่ ๆ ได้
  3. เข็มตัด ลักษณะเป็นเข็มแหลมกึ่งทู่ โดยส่วนปลายมีลักษณะคล้ายหลอด มีความคมแต่ไม่แหลมเท่ากับเข็มแหลม
  4. เข็ม L พัฒนาต่อจากเข็มตัดอีกขั้น

ทำไมร้อยไหม 3-4 เดือน ก็คลายแล้ว?

การร้อยไหมจะอยู่ได้นานแค่ไหน ขึ้นกับ 3 ปัจจัย ได้แก่


1. Elastin เดิมในเนื้อของแต่ละคน 

การร้อยไหมจะต้องอาศัยการใช้เงี่ยงเกี่ยวกับเนื้อเยื้อในผิว แต่หากในเคสนั้นเนื่อเยื้อเสื่อมสภาพ เงี่ยงก็จะเกี่ยวไว้ได้ไม่นาน ดังนั้นในคนอายุเยอะ ผลที่ได้จะอยู่ได้สั้นลง เพราะในผิวขาด elastin แต่เมื่อร้อยเพิ่มหลาย ๆ ครั้งจะอยู่ได้นานขึ้นเพราะการร้อยไหมจะช่วยกระตุ้นการสร้าง elastin ให้เพิ่มเติม การเกี่ยวเกาะก็จะดีขึ้น


2. การสร้าง elastin

เมื่อไหมเริ่มละลาย หากเนื้อเยื่อมีการสร้าง elastin ขึ้นมาเยอะ ๆ ความกระชับก็จะคงอยู่ได้นานขึ้น


3. อายุของเส้นไหม

ไหมละลายแต่ละประเภทจะมีอายุอยู่ได้นานไม่เท่ากัน โดยไหมที่นิยมได้แก่

ร้อยไหมอะไรดีที่สุด?

วัสดุร้อยไหม

ร้อยไหมอะไรดี ขึ้นอยู่กับปัญหา ความต้องการ งบประมาณ แพทย์จะประเมินให้ตามความเหมาะสมของแต่ละคน 

ไหมก้างปลา PDO (Polydioxanone)

  1. ไหมก้างปลาเส้นสีน้ำเงิน ขนาด USP0 และ USP2
  2. เป็นไหมชนิดแรกที่นำมาใช้ในวงการเสริมความงาม เป็นที่นิยมใช้มากที่สุดในปัจจุบัน
  3. เส้นไหมมีความยืดหยุ่นปานกลาง นิ่ม ไม่เปราะ
  4. ในขณะที่ร้อยไหม จะไม่รู้สึกระคายเคือง
  5. ไหมละลายหมดประมาณ 6-8 เดือน แต่ช่วยกระตุ้นในเกิดการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิวได้ดี ทำให้เห็นผลลัพธ์ได้นานถึง 1 ปี ในบางเคส

ไหมก้างปลา PCL (Polycaprolactone)

  1. ไหมใหม่ล่าสุด เส้นไหมสีขาว ขนาด USP2 มีขนาดเส้นใหญ่ที่สุด
  2. มีความยืดหยุ่นสูงที่สุด แข็งทน ไม่เปราะหักง่าย
  3. ไหมจะละลายหมดในช่วง 12-18 เดือน แต่ในบางเคสที่ผิวขาดคอลลาเจนหรืออิลาสตินมาก ๆ ผิวจะหลุดจากเส้นไหมก่อนที่ไหมละลายหมด ทำให้เห็นผลไม่นานถึง 18 เดือน
  4. ในปัจจุบัน ได้มีการนำ PLLA มาผสมในไหม PCL รุ่นล่าสุด เพื่อนำคุณสมบัติการสร้างคอลลาเจนได้ดี มาช่วยให้โครงสร้างผิวแข็งแรงขึ้นหลังจากที่ร้อยไหมและสามารถอยู่ได้นาน ไหม PCL+PLLA จึงเป็นไหมที่ดีที่สุดในขณะนี้

ข้อปฏิบัติตัว ก่อน-หลัง ร้อยไหม เพื่อรักษาผลลัพธ์ให้อยู่ได้นานขึ้น

ข้อปฏิบัติตัว ก่อน-หลัง ร้อยไหม

ก่อนร้อยไหม


การดูแลหลังร้อยไหม


สรุป

การร้อยไหม เป็นการแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อยที่เห็นผลชัดเจน รวดเร็ว ผลข้างเคียงน้อย และหากร้อยไหมในคลินิกที่ได้มาตรฐาน แพทย์มีประสบการณ์ ใช้ไหมละลายที่ผ่านอย. ก็มั่นใจได้ถึงความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่สวยงาม หน้ายกกระชับ เรียวสวย โดยไม่ต้องผ่าตัดให้เจ็บตัว และไม่ต้องคอยดูแลแผลให้ยุ่งยากอีกด้วย


บทความนี้เกิดจากการเขียนและส่งขึ้นมาสู่ระบบแบบอัตโนมัติ สมาคมฯไม่รับผิดชอบต่อบทความหรือข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือทำให้เกิดความเสียหาย หรือละเมิดสิทธิใดๆ กรุณาแจ้งมาที่ ht.ro.apt@ecivres-bew เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกจากระบบในทันที