ลูกจ้างมืออาชีพ

ผู้เขียน : ลูกจ้างมืออาชีพ

อัพเดท: 02 ก.พ. 2009 22.51 น. บทความนี้มีผู้ชม: 22390 ครั้ง

การเดินทาง...การเคลื่อนที่จากจุดหนึ่ง ไปยังจุดหนึ่ง...ระหว่างการเดินทาง ได้พบสิ่งต่างๆทั้งที่ดีที่น่าจดจำและไม่ดีแต่ไม่อาจลืมเลือนได้...บึนทึกการเดินทางเป็นประสบการณ์ และ ความทรงจำที่ผู้เขียนอยากจะบันทึกไว้และถ่ายทอดเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์....


ภาระกิจที่ประเทศฮ่องกง

March 27-28,1995
ASIA  PACIFIC LEATHER FAIR '95 ที่ประเทศฮ่องกง

ภาระกิจคือ...ไปหาวัตถุดิบราคาถูกเพื่อทดแทนวัตถุดิบที่มีราคาแพงว่า...วัตถุดิบตัวนั้นคือ..หนังสังเคราะห์นั่นเอง 
 
การเดินทางครั้งนี้ไม่ได้ไปคนเดียว ไปกับเพื่อนอีกคน เป็นเพื่อนที่เรียนป.ตรีมาด้วยกัน พอดีที่โรงงานต้องการขยายงาน  หัวหน้าก็สอบถามมาว่ามีเพื่อนที่จะแนะนำไหม มีงานแบบนี้  ต้องทำงานร่วมกันได้ดีด้วยนะ เราก็แนะนำมา ผ่านระบบการสัมภาษณ์และอื่นๆตามปกติ (ต้องยอมรับนะว่าด้วยแรงเชียร์จากเราด้วย)  สิ่งสำคัญก็คือต้องทำงานด้วยกันได้ด้วยนะ ตอนเรียนก็เป็นเพื่อนเล่น ชอบหยอกล้อกันตอนก่อนเข้าห้องเรียน โดยเฉพาะวิชาที่ต้องมีการเรียนร่วมกับคณะอื่น  บางทีเขาก็เลิกช้า ก็มีเวลาเล่นกัน นอกนั้นก็อยู่คนละกลุ่ม  ต่อมาเราก็สนิทกัน กลายเป็นเพื่อนที่สนิทและรักกันมากขึ้น เพื่อนคนนี้ สูง183 ซม. ขาว ไม่อ้วน ไม่ผอม ทานเก่ง แข็งแรง  เหนื่อยไม่เป็น  หลับง่ายสุดๆ เขาชอบShopping สุดๆเช่นกัน แต่เรา ส่วนสูงน้อยกว่าเขาเกือบฟุต  เป็นคนผอม บาง กินน้อย เลือกรับประทาน(กิน)อีกต่างหาก  นอนหลับอยาก แถมยังชอบปวดหัวแบบสุดๆ ยิ่งถ้านอนไม่พอ ทานอาหารไม่ตรงเวลา อยู่ในสภาวะที่รีบเร่ง เคร่งเครียด ก็จะง่ายต่อการปวดหัว...คือเป็นคนเรื่องมากว่างั้นก็ได้  เล่ามาซะนาน...

ความจริงจะบอกว่า การเดินทางครั้งนี้สิ่งที่ประทับใจมากที่สุดคือ...มันเป็นการเดินทางแบบรีบไปรีบกลับมาทำงาน จากศรีราชา ไปกทม ไปฮ่องกง ไปทำงาน กลับกทม กลับศรีราชา ไปทำงาน...ทำไมคนญี่ปุ่นเป็นแบบนี้นะ ความจริงแล้วถ้าคนปกติมันก็น่าจะไปShoppingหรือเดินดูอะไรได้บ้างแต่เราไม่ได้ไปไหนเลย ด้วยเหตุผลคือ...กลัวเราปวดหัว...

เพื่อนคนนี้ปกติเราจะตอแยกันมาก บางทีก็ทะเลาะกันแรงๆในโรงงาน คือเอาแต่ใจตัวเองทั้งคู่ ยอมกันไม่ได้ทั้งคู่ แต่ครั้งนี้ที่ไปเขาก็รู้ว่าไปทำงาน ถ้ามีเรื่องกันไม่ได้แน่ๆ ถ้าเราปวดหัวเราก็ทำงานไม่ได้  เขาไม่ตอแย ไม่ไปShopping เราเดินไปหาอะไรทานนิดหน่อยแล้วก็กลับโรงแรมไปนอน...เราไม่รู้จักอาหารที่นั่น เราไม่ได้ศษ.ข้อมูลการท่องเที่ยว เราไม่รู้อะไรเลย เราสั่ง อะไรที่มันเป็นเส้นคล้ายๆก๊วยเตี๋ยวบ้านเรา เรารู้ว่าอันนี้ มันน่าจะโอเค...มันเรียกว่า วอนตอน อะไรอย่างนี้และ มันเหมือนอุดง ของญี่ปุ่น ตกลงมันคืออะไรก็ไม่รู้  เรายังไม่รู้เลยว่าทานอะไรลงไป มันก็อร่อยดี...เราประทับใจคนขับแทกซี่ขับเร็วมาก พูดอังกฤษได้ดี 

เราได้รายการวัตถุดิบมาหลายรายการ มาทำราคาเปรียบเทียบ คุณภาพ  เงื่อนไขการซื้อ-ขาย ทำไปทำมามัน  ไม่เห็นจะถูกเลยนะ...สรุป...ไม่ได้อะไรเลยในเรื่องงาน...

สิ่งที่ได้รับคือ
1....เมื่อเรานึกถึงเพื่อนคนนี้ทีไร เราจะคิดเสมอว่า...ถ้าเป็นการเป็นงานแล้วเพื่อนคนนี้เชื่อได้  และ อย่างน้อยที่สุดเขาก็เป็นคนที่เข้าใจในสิ่งที่เราเป็น...ไม่ฝืนเราให้เราไปShoppingกับเขา ทั้งๆที่มันเป็นโอกาส แต่เราก็จะรู้สึก ไม่ดีนิดหน่อย ทำไมตอนนั้นเราเป็นคนแบบนั้นนะ...(ตอนนี้ไม่เป็นแล้วนะ กินได้หมด ไม่ปวดหัว ลุย....)

2...เพื่อนที่ดีควรเข้าใจในสิ่งที่เพื่อนเป็น  ไม่พยายามเปลี่ยนแปลงเขา ให้เขาเป็นเขาให้ได้มากที่สุด  จนถึงปจบ.นี้เขาเป็นเพื่อนที่รู้ใจ เข้าใจ ยอมรับ (ปล่อยวางมากกว่ามั้ง) และ ไม่เคยคิดจะเปลี่ยนแปลงในสิ่งที่เราเป็น...(โชคดีนะที่ใครมีเพื่อนแบบนี้  เพราะเราเองก็เป็นเพื่อนแบบนี้ให้ใครไม่ได้ด้วย  เราชอบเปลี่ยนคนอื่น)

3...ผู้บริหารใจกว้างที่เขาให้โอกาสพวกเราไปศษ.ดูงานที่ต่างประเทศ เขาคงอยากจะส่งไป เพื่อเปิดวิสัยทัศน์...

(ปจบ.เพื่อนคนนี้เขาก็อยากจะไปเที่ยวต่างประเทศกับเราสักครั้ง เขาบอกว่าจะจ่ายให้ก่อน ผ่อนทีหลัง  แต่เราเป็นพนักงานจนๆ ต้องเก็บเงินสักนิด ไม่อยากผ่อน  เราก็อยากไปญี่ปุ่นด้วยงบประมาณส่วนตัวสักครั้ง ว่าจะไปด้วยกัน ไปดูหิมะตก แต่งตัวสวยๆ  ถ่ายรูปมาเยอะๆ  คราวนี้ไปเที่ยวจริงๆ ไปดูของสวยๆงามๆ ตามประสาผู้หญิงๆ)

4...ผู้บริหารควรส่งพนักงานไปต่างประเทศบ้างโดยเฉพาะผู้ที่เรียนจบใหม่ๆ แม้วันนี้จะไม่ได้อะไรจากเขาแต่...วันหนึ่งจะได้ และ สิ่งที่เราจะได้คือใจ...ความจงรักภักดีต่อองค์กร

5...บริษัทต่างชาติที่เข้ามาลงทุนนั้นเมืองไทย  ทางรัฐบาลไทยควรตั้งกฏเกณฑ์บังคับให้เข้าส่งพนักงานคนไทยไปศษ.ดูงานที่ต่างประเทศด้วย  เพื่อจะได้สร้างทรัพยากรของชาติที่มีค่า

อย่าปล่อยให้พวกเขามาขุดทองในเมืองไทยไปเฉยๆ  เพราะปจบ.นี้ค่าแรงคนไทยระดับจัดการในองค์กรโดยเฉพาะญี่ปุ่นถูกมาก เข้มงวด กฏเกณฑ์เยอะ ระเบียบจัด บีบบังคับสุดๆ ระดับพนักงานปฏิบัติการ เพิ่มผลผลิตแบบว่าจะทำให้คนเป็นRobotให้ได้...ปากก็บอกว่า..เพื่อเพิ่มผลผลิต แต่หากวิเคราะห์เข้าไปจริงๆ มันเป็นการเอาเปรียนแรงงานจนเกินไป...สงสารพนักงานนะ... Unfair for Labour...นี่เป็นคำพูดที่เรามักจะพูดกับฝ่ายบริหารเสมอๆเมื่อเรารู้สึกว่ามันมากเกินไป  เขาจะSensitiveกับคำพูดของเราคำนี้มาก  ทุกครั้งที่เราพูด  และเราก็ชอบพูดเมื่อเราต้องการการปรับปรุง  แต่ก็เป็นที่โชคดีของพนักงานของบริษัทแห่งนี้เพราะบริษัทของเราเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ให้แบรนด์ใหญ่แห่งยุโรป เขานำข้อกำหนดหลายๆข้อจากทางฝั่งโน้นมาบังคับใช้ที่นี่ 

ความเข้มงวด เน้นวิธีปฏิบัติ ตามแบบญี่ปุ่น กับ ความอิสระ เน้นประสิทธิภาพ และความสำเร็จตามแบบฝรั่ง เป็นอะไรที่ขัดแย้งกันมาก แต่มันก็จะถูก ทำให้ลงตัวได้ที่นี่

...ฉันเป็นคนโชคดีคนหนึ่งในการทำงาน...และ มันไม่แปลกเลยว่าทำไมฉันทำงานที่นี่นานนัก...ก็เพราะ...บริษัทของเราเป็นญี่ปุ่นก็จริง แต่กฏบางอย่างเป็นฝรั่ง...เราก็เลยเป็นคนทำงานประเภทพันธุ์ทางไง...5 5 5

Let's Share!
>>>>> 


บทความนี้เกิดจากการเขียนและส่งขึ้นมาสู่ระบบแบบอัตโนมัติ สมาคมฯไม่รับผิดชอบต่อบทความหรือข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือทำให้เกิดความเสียหาย หรือละเมิดสิทธิใดๆ กรุณาแจ้งมาที่ ht.ro.apt@ecivres-bew เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกจากระบบในทันที