สามาวดี

ผู้เขียน : สามาวดี

อัพเดท: 19 ก.ค. 2022 08.56 น. บทความนี้มีผู้ชม: 278 ครั้ง

ข้อควรระวังในการฉีดโบท็อก สำหรับคนที่กำลังจะตัดสินใจฉีดโบท็อกครั้งแรก คงมีคำถามและข้อสงสัยมากมายว่า โบท็อกช่วยเรื่องอะไร โบท็อกกี่วันถึงเห็นผล แล้วอยู่ได้นานแค่ไหนกันนะ


ก่อนฉีดโบท็อกต้องดูอะไรบ้าง

ข้อควรระวังในการฉีดโบท็อก สำหรับคนที่กำลังจะตัดสินใจฉีดโบท็อกครั้งแรก คงมีคำถามและข้อสงสัยมากมายว่า โบท็อกช่วยเรื่องอะไร โบท็อกกี่วันถึงเห็นผล แล้วอยู่ได้นานแค่ไหน โบท็อกแต่ละยี่ห้อต่างกันอย่างไร โบท็อกของแท้ดูอย่างไร การดูแลตัวเองทั้งก่อนและหลังฉีดโบท็อกต้องทำอย่างไรบ้าง รวมไปถึงข้อควรระวัง ความเสี่ยงต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นได้หลังจากการฉีดโบท็อก ฯลฯ หากคุณกำลังกังวลใจกับเรื่องเหล่านี้ วันนี้เราจะพามาเจาะลึกทุกข้อสงสับเกี่ยวกับโบท็อก ที่นี่ที่เดียว! อยากสวยแต่ไม่อยากพลาด ต้องอ่าน!!

  1. โบท็อก ช่วยเรื่องอะไรบ้าง ?

โบท็อก Botulinum toxin A มีคุณสมบัติมากมาย ดังนี้

  1. ลดขนาดกล้ามเนื้อให้เล็กลง
    • ลดขนาดกรามให้ใบหน้าดูเรียวเล็กขึ้น
    • ลดขนาดน่องให้ขาเรียวยาวสวย
    • ลดขนาดปีกจมูกให้เล็กลงเห็นสันแกนจมูกชัดเจนขึ้น
  2. คลายขนาดกล้ามเนื้อที่หดตัวให้เรียบตึงขึ้น
    • รอยย่นบริเวณหน้าผาก ตีนกา หางตา ระหว่างคิ้ว
    • ผิวหนังบริเวณคอ มือ ที่เหี่ยวย่น โบท็อกซ์ช่วยให้ใบหน้ากลับมาเรียบเนียนและดูเด็กขึ้น
  3. ลิฟท์กรอบหน้า
    • ยกกระชับใบหน้า ไม่ให้หย่อนคล้อย
    • ช่วยให้กรอบหน้าชัดเจนยิ่งขึ้น
  4. ฉีดใต้วงแขน รักแร้
    • ช่วยลดการทำงานของต่อมเหงื่อ ทำให้เหงื่อออกน้อยลง
    • ระงับกลิ่นกายได้อีกด้วย
  5. รักษาโรคไมเกรนเรื้อรัง
    • ระงับอาการปวดให้น้อยลง
    • ทำให้กล้ามเนื้อเกิดการผ่อนคลาย
  6. รักษาอาการตากระตุก
    • ทำให้กล้ามเนื้อหยุดทำงานชั่วขณะ ช่วยลดอาการตากระตุกได้
 

ฉีดโบท็อก กี่วันถึงจะเห็นผล ?

  1. โบท็อก ลดริ้วรอย จะเห็นผลลัพธ์ที่ 2 สัปดาห์ โดยหลังฉีดไป 3 วันจะเริ่มรู้สึกตึงบริเวณที่ฉีด
  2. โบท็อก ลดกราม ลดน่อง จะเห็นผลลัพธ์ที่ 1 เดือน โดยจะเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงในสัปดาห์ที่ 2 ขึ้นอยู่กับกล้ามเนื้อของแต่ละบุคคล
  3. โบท็อกรักแร้ ลดกลิ่นกาย จะเห็นผลลัพธ์ที่ 1 เดือน
 

ฉีดโบท็อก อยู่ได้นานแค่ไหน ?

ผลลัพธ์ของการฉีดโบท็อกจะไม่ได้อยู่อย่างถาวร ซึ่งปกติแล้วโบท็อกจะอยู่ได้นาน 4-8 เดือน โดยการออกฤทธิ์ของโบท็อกนั้น ขึ้นอยู่กับ 2 ปัจจัยหลัก ดังนี้

  1. ยี่ห้อของโบท็อกที่ฉีด หากเลือกโบท็อกที่มีความบริสุทธิ์สูง จะอยู่ในร่างกายได้นานกว่า เพราะร่างกายจะทำลายโปรตีนที่จับกับโบท็อก โดยโบท็อกที่มีโปรตีนมากกว่าจะถูกทำลายได้ง่ายกว่าโบท็อกที่มีโปรตีนสูง
  2. ตำแหน่งที่ฉีด กล้ามเนื้อมัดใหญ่ เช่น แขน ไหล น่อง จะมีปริมาณเส้นใยกล้ามเนื้อมาก ดังนั้นกล้ามเนื้อจึงกลับมาใช้งานได้เร็ว ระยะเวลาที่โบท็อกออกฤทธิ์จึงสั้นกว่า กล้ามเนื้อมัดเล็ก เช่น กราม หน้าผาก หางตา ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปริมาณโบท็อกที่ใช้ ซึ่งต้องอยู่ในการประเมินโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์

หลายคนจะมีความกังวลใจว่าเมื่อโบท็อกหมดฤทธิ์จะทำให้กล้ามเนื้อกลับมาใหญ่กว่าเดิมหรือไม่ ซึ่งไม่เป็นความจริง เพราะโบท็อกทำให้กล้ามเนื้อมัดที่ฉีดไปทำงานลดลง ขนาดกล้ามเนื้อจึงเล็กลง เมื่อหมดฤทธิ์กล้ามเนื้อก็จะกลับมาทำงานเพิ่มขึ้น ขนาดกล้ามเนื้อจะค่อย ๆ เพิ่มขึ้น ซึ่งขึ้นอยู่กับการใช้งาน หากใช้งานมากก็มีโอกาสสูงที่มัดกล้ามเนื้อจะมีขนาดกลับมาเท่าเดิม

 
 
 
 
ฉีดโบท็อกซ์จุดไหนได้บ้าง
 
 
 
 
ฉีดโบท็อกซ์
 

โบท็อก แต่ละยี่ห้อต่างกันอย่างไร ?

ปัจจุบันโบท็อกมีอยู่ด้วยกันหลายยี่ห้อ ซึ่งจะมีความแตกต่างกันทั้งบริษัทที่ผลิต ประเทศที่ผลิต เช่น ประเทศเกาหลี ประเทศเยอรมัน ประเทศอังกฤษ เป็นต้น รวมไปถึงความบริสุทธิ์ของตัวยาที่จะส่งผลต่อประสิทธิภาพของยาและระยะเวลาในการออกฤทธิ์อีกด้วย ซึ่งวันนี้เราจะมาแนะนำ โบท็อกยอดนิยมที่หลายคนเคยได้ยินชื่อ แต่ยังไม่รู้ถึงความแตกต่างในแต่ละยี่ห้อกันค่ะ

 
โบท็อกซ์
โบท็อกซ์
โบท็อกซ์
โบท็อกซ์
 
  • Xeomin โบท็อกซ์ จากประเทศเยอรมัน ที่มีความบริสุทธิ์สูงไม่มีโปรตีนผสม ขึ้นชื่อเรื่องคุณภาพ เห็นผลชัดเจน นั้นหมายถึงความถ้าคนไข้ฉีดโบท็อกซ์ Xeomin ก็จะได้รับตัวยาโบท็อกเพียว ๆ 100 % โอกาสดื้อยาน้อยที่สุด ผลลัพธ์ให้ความธรรมชาติ ไม่เเข็งตึง มีฤทธิ์อยู่ได้นานถึง 8 เดือน – 1  ปี ( หากเป็นเคสที่เคยดื้อยาเเล้วหยุดฉีดโบท็อกซ์อย่างน้อย 2-3 ปี คุณหมอจะเเนะนำให้ลอง Xeomin  )
  • Allergan โบท็อกจากประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นที่นิยมใช้กันทั่วโลก มีความบริสุทธิ์สูงเเต่ยังคงมีโปรตีนผสมอยู่เล็กน้อย โอกาสดื้อยาน้อย ผลลัพธ์เเม่นยำเป็นธรรมชาติ
  • Nabota โบท็อกจากประเทศเกาหลี ราคาไม่เเรงคุณภาพเกินร้อย มีความบริสุทธิ์สูง 98.7% ได้รับรองจาก อย.อเมริกา U.S.FDA  ตัวยาออกฤทธิ์เร็ว ผลลัพธ์ไม่ทำให้ใบหน้าเเข็งตึง สามารถเเสดงสีหน้าได้อย่างปกติ
  • Aestox โบท็อกจากประเทศเกาหลี ตัวนี้มีความบริสุทธิ์อยู่ที่ 99.5% มีโปรตีนผสมอยู่ค่อนข้างเยอะกว่ายี่ห้อ Allergan , Xeomin เเต่ก็ได้รับความนิยมไม่เเพ้กัน เหมาะสำหรับมือใหม่อยากฉีดโบเเต่มีงบจำกัด ล่าสุดผ่านการรับรองจาก อย.เกาลี อย.ไทย และ U.S.FDA เป็นที่เรียบร้อย
 

เตรียมตัวให้พร้อมก่อนฉีดโบท็อก

  1. ควรหยุดการใช้ยาแก้ปวด ยาแอสไพริน ยากลุ่มต้านการอักเสบ NSAIDS ได้แก่ Ibruprofen, Naproxen อย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนการฉีด เพื่อป้องการอาการฟกช้ำ
  2. งดวิตามินที่ทำให้เลือดหยุดไหลยาก เช่น วิตามินอี น้ำมันปลา น้ำมันอิฟนิ่งพริมโรส สารสกัดจากโสม ขิง กระเทียม ใบแปะก๊วย เป็นเวลา 2 สัปดาห์
  3. งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 24 ชั่วโมงก่อนการฉีด
  4. สุขภาพร่างกายอยู่ในสภาพปกติดี ไม่มีโรคประจำตัวร้ายแรง เช่น โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง และไม่ได้อยู่ในภาวะตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรอยู่
  5. ควรแจ้งให้แพทย์ผู้ฉีดทราบถึงปัญหาที่กังวลและสิ่งที่ต้องการในแต่ละส่วนอย่างชัดเจนก่อนฉีด เนื่องจากความต้องการที่ต่างกันไปตามแต่ละบุคคล เช่น บางท่านชอบให้ตึงมาก ๆ แต่บางท่านอาจชอบให้ดูเป็นธรรมชาติ แตกต่างกันไป
  6. หากเป็นไปได้ในวันฉีดควรล้างเครื่องสำอางหรือทำความสะอาดใบหน้าก่อนพบแพทย์
    ก่อนฉีดโบท็อกซ์
 
 

ขั้นตอนการฉีดโบท็อก 3 สเต็ปสู่ความสวย

  1. คุณหมอประเมินปัญหาพร้อมกับประเมินจำนวนยูนิตที่ต้องใช้ และกำหนดจุดที่จะฉีดโบท็อก
  2. ทำความสะอาดใบหน้าให้เรียบร้อยและประคบน้ำแข็งบริเวณที่จะทำการฉีดโบท็อก
  3. คุณหมอทำการฉีดโบท็อกเพื่อแก้ไขปัญหาของคนไข้อย่างเบามือ
 
botoxริ้วรอย24
botoxริ้วรอย20
 
LINE_ALBUM_Review2_๒๒๐๑๒๓_2
 
botoxกรามแพรววา3
BotoxBabiไพลิน2
โบท็อก (3)
 

ดูแลตัวเองหลังฉีดโบท็อก ให้ความสวยอยู่กับเราไปนาน ๆ

  1. หลังฉีดโบท็อกซ์งดนอนราบ  เป็นเวลาประมาณ 4 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการไหลของโบท็อกซ์
  2. งดการนวดกดจุดบริเวณที่ฉีด เป็นเวลา 1  เดือน
  3. หลีกเลี่ยงไม่ให้บริเวณที่ฉีดโดนความร้อนเป็นเวลา 1-2 สัปดาห์
  4. หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้ใบหน้าเกิดอาการ Fushing เช่น ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์, ออกกำลังกายอย่างหนัก, อบซาวน่า, แช่น้ำอุ่น เนื่องจากความร้อนจะสลายตัวยาให้หมดสภาพเร็วขึ้น
  5. กรณีฉีดโบท็อกบริเวณกราม หลังฉีดให้เคี้ยวหมากฝรั่ง 2 ข้างเท่า ๆ กัน โดยการสลับซ้ายขวา เป็นเวลา 30 นาที – 1 ชั่วโมง เพื่อให้ตัวยากระจายเข้ากล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดได้ดียิ่งขึ้น
  6. หลังฉีดโบท็อกได้ประมาณ 4 ชั่วโมง สามารถแต่งหน้าได้ตามปกติ โดยจะมีรอยแดงจากเข็มและรอยนูนจากการฉีด ซึ่งจะหายไปเองภายในเวลา 1 – 2 ชั่วโมงหลังฉีด
  7. งดการทำทรีทเม้นท์ด้วยเครื่อง RF หรือเลเซอร์ 2 สัปดาห์ แต่สามารถทาครีมไม่ตามปกติดูแลตัวเองหลังฉีดBOTOX
 

อันตรายและผลข้างเคียงจากการฉีดโบท็อก

ซึ่งโดยปกติทั่วไปแล้วโบท็อกของแท้ ผ่านอย. จะไม่ทิ้งสารตกค้างในร่างกายของเรา แต่การฉีดโบท็อกนั้นก็มีความเสี่ยงต่าง ๆ ที่จะตามมา จะเป็นผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้หลังจากการฉีดโบท็อก ดังนี้

  1. ติดเชื้อ เกิดจากการเลือกคลินิกที่ไม่สะอาด ไม่ได้มาตรฐาน อุปกรณ์ที่ใช้ในการฉีดไม่สะอาด รวมไปถึงเกิดจากหมอที่ฉีดไม่ใช่หมอจริง ๆ ที่เคยได้ยินว่า หมอกระเป๋า นั่นเอง เพราะผู้ที่ไม่ใช่บุคลากรทางการแพทย์จะไม่รู้จัก Sterile technique (เทคนิคการทำให้ปราศจากเชื้อโรค) ซึ่งเป็นเทคนิคที่สำคัญในการป้องกันการติดเชื้อจากการทำหัตถการทุกชนิด
  2. ตาตก จะพบได้ในการฉีดโบท็อกริ้วรอยระหว่างคิ้ว ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ใกล้เปลือกตาด้านบน ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณหนังตาอ่อนแรงและตกลงมาได้ หากฉีดไม่ถูกวิธีและใช้เทคนิคที่ไม่ปลอดภัย
  3. มุมปากเบี้ยว ยิ้มไม่สุด จะพบได้จากการฉีดโบท็อกบริเวณกราม ซึ่งเกิดจากการกระจายตัวไปผิดจุดของโบท็อก จะเกิดได้ทั้งการยิ้มไม่ขึ้น แสดงสีหน้าได้ไม่ปกติ หรือเรียกกันว่า หน้าแข็ง นั่นเอง

โดยสาเหตุหลักการเกิดผลข้างเคียงจากการฉีดโบท็อกดังกล่าวมานี้ เกิดได้ด้วยกันหลายปัจจัยด้วยกัน ดังนี้

  1. ความไม่ชำนาญของแพทย์ หากไม่ใช่แพทย์จริง ๆ หรือเป็นหมอกระเป๋า อาจเกิดความผิดพลาดในตำแหน่งที่ฉีดมีความคลาดเคลื่อนขึ้นได้
  2. คุณภาพของโบท็อกซ์ หากเป็นโบท็อกของแท้ ผ่านอย. ไม่ใช่ยาหิ้ว หรือยาที่ไม่ได้มาตรฐาน จะทำให้เกิดความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียงน้อยกว่าโบท็อกของปลอม
  3. ปริมาณในการฉีด หรือเรียกว่ายูนิต ซึ่งการฉีดในปริมาณที่มากเกินไปจะทำให้เกิดอาการแข็งตึง จนไม่สามารถแสดงสีหน้าความรู้สึกได้ เช่น ยิ้มไม่สุด ไม่สามารถยกปากบนได้ ไม่สามารถยกคิ้วได้
  4. การไหลของโบท็อก เกิดได้จากการดูแลตัวเองหลังฉีดโบท็อกของคนไข้ เช่น การนอนราบหลังฉีดโบท็อกทันที ก็จะทำให้ตัวยากระจายไปในส่วนที่เราไม่ต้องการ จนเกิดผลข้างเคียงต่าง ๆ ตามมานั่นเอง นอกจากนี้ความบริสุทธิ์ของโบท็อก ก็จะส่งผลให้เกิดการไหลของตัวยาได้เช่นเดียวกัน ยิ่งตัวยาที่มีความบริสุทธิ์มาก ความเสี่ยงในการไหลก็จะลดลงด้วย
 

ข้อควรระวังในการฉีดโบท็อกซ์ 

ไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถทำสวยได้ด้วยการฉีดโบท็อก ซึ่งบุคคลไม่สามารถฉีดโบท็อกได้ ดังนี้

  1. ผู้ที่มีอาการแพ้สาร Botulinum
  2. ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรอยู่
  3. ผู้ที่เป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงรุนแรง
  4. ผู้ที่เป็นโรคเลือดออกแล้วหยุดยาก
 
ฟิลเลอร์ใต้ตา
 
 

โบท็อก FACE LIFT VS HIFU

หลายคนคงกำลังลังเลใจว่าจะเลือกทำ HIFU หรือจะฉีดโบท็อก Face lift ดี เนื่องจากทั้งสองอย่างนี้มีฤทธิ์ในการยกกระชับเหมือนกัน แต่แน่นอนว่าผลลัพธ์ของทั้งสองอย่างนี้ไม่เหมือนกัน จะต่างกันอย่างไร และแบบไหนเหมาะกับคุณมากกว่ากัน มาทำความเข้าใจพร้อม ๆ กันได้เลยค่ะ

 

  1. การยกกระชับ HIFU ลงลึกกว่าโบท็อก Face lift จึงทำให้มีแรงดึงใบหน้าที่มากกว่า
    • HIFU เป็นการใช้คลื่นอัลตร้าซาวด์ความเข้มข้นสูง พลังงานลงลึกถึงใต้ผิวหนังถึงชั้น SMAS ช่วยยกกระชับใบหน้าได้อย่างล้ำลึก ทำให้มีแรงดึงได้มากกว่าการฉีดโบท็อกลิฟท์กรอบหน้า ซึ่งจะช่วยยกหน้าแค่เพียงชั้นผิวตื้น ๆ เท่านั้น
  2. HIFU กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน HIFU ในขณะที่โบท็อกทำให้ผิวชั้นบนตึงขึ้น
    • เนื่องจากเป็นการยิงพลังงานไปใต้ผิวหนังจึงจะช่วยสร้างคอลลาเจนใต้ผิวหนัง ทำให้ผิวหน้าเปล่งปลั่งและแน่นฟูขึ้น และ HIFU สามารถยิงลงบนผิวหนังได้ทั่วใบหน้า ซึ่งโบท็อกจะไม่มีฤทธิ์ในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และทำได้เพียงบริเวณกรอบหน้า
  3. ผลลัพธ์ มีความแตกต่างกัน
    • HIFU จะสามารถอยู่ได้ตั้งแต่ 6 เดือน – 1 ปี ขึ้นอยู่กับการดูแลของแต่ละบุคคล โดยสามารถทำซ้ำได้หากมีความหย่อนคล้อยสูง ส่วนผลลัพธ์ของโบท็อก Face lift อยู่ได้สั้นกว่า HIFU เพราะโบท็อก Face lift ทำงานในชั้นที่ตื้นกว่า
  4. ค่าใช้จ่าย การฉีดโบท็อกเหมาะสำหรับผู้ที่มีงบประมาณจำกัด เพราะจะมีค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่าการทำ HIFU จึงทำให้การฉีดโบท็อกเป็นที่นิยมมากว่านั่นเอง
 

โบท็อก VS ฟิลเลอร์

ทั้ง 2 สิ่งนี้อยู่คู่กับสาว ๆ มานาน แต่สำหรับมือใหม่ที่ยังไม่เข้าใจในความแตกต่างของ โบท็อก และ ฟิลเลอร์ วันนี้เราจะมาเรียนรู้ไปพร้อม ๆ กันค่ะ

  1. ผลลัพธ์ ซึ่งผลลัพธ์ของ โบท็อก และ ฟิลเลอร์ มีความแตกต่างกัน อย่างที่กล่าวมาคือโบท็อกซ์จะช่วยในการลดขนาดกล้ามเนื้อให้เล็กลง และช่วยคลายกล้ามเนื้อที่หดย่น ให้กลับมาเรียบเนียนตึงได้อีกครั้ง โบท็อกจึงเปรียบเสมือนเตารีด ส่วนการฉีดฟิลเลอร์เปรียบเสมือนการสร้างบ้าน และเติมเต็มในส่วนที่ขาดหายไปให้ดูสมส่วนและมีมิติยิ่งขึ้น
  2. ตำแหน่งที่ฉีด โบท็อกและฟิลเลอร์สามารถฉีดได้หลายจุด ดังนี้

ตำแหน่งการฉีดโบท็อก

  • ลดกราม
  • ลิฟท์กรอบหน้า
  • ลดน่อง
  • ลดริ้วรอยย่นบริเวณหน้าผาก ตีนกา หางตา ระหว่างคิ้ว
  • ผิวหนังบริเวณคอ มือที่เหี่ยว
  • บริเวณใต้วงแขนเพื่อลดกลิ่นกาย

ตำแหน่งการฉีดฟิลเลอร์

  • ปัญหาปากบาง ปากไม่เป็นทรง
    หลังฉีดฟิลเลอร์ ริมฝีปากจะดูอวบอิ่ม กระจับคมชัด มุมปากยก เพิ่มความหวานละมุนให้กับใบหน้า เวลายิ้ม เวลาพูด ก็จะดูมีเสน่ห์ ทาลิปสวยมากขึ้น
  • ปัญหาใต้ตาดำ เป็นร่องลึก
    หลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาจะอิ่มฟูขึ้น หน้าดูสดใส ดูเด็กลง ความโทรม ความหมองคล้ำจะจางลงทันที
  • ปัญหาคางสั้น คางตัด
    หลังฉีดฟิลเลอร์รูปหน้าจะเปลี่ยนทันที หน้าเรียว V-shape ได้สักส่วนที่ดีมากขึ้น ผลลัพธ์หลังทำดีไม่เเพ้การผ่าตัดศัลยกรรมคางเลยก็ว่าได้
  • ปัญหาร่องแก้มลึก
    หลังฉีดฟิลเลอร์ นอกจากจะช่วยเรื่องใบหน้าอิ่มฟูเเล้ว ยังได้ความหน้าเด็กควบคู่มาด้วย หมดปัญหาหน้าดูเเก่กว่าวัย
  • ปัญหาขมับตอบ
    หลังฉีดฟิลเลอร์ โหงวเฮ้งของใบหน้าจะเปลี่ยนทันที หน้าจะดูละมุนมากขึ้น ดูสดใสเอิบอิ่ม หมดปัญหาหน้าโทรม หน้าแก่กว่าวัย

 

 

เช็กก่อนสวย โบท็อกของแท้ต้องดูอะไรบ้าง

หลายคนที่คิดจะทำสวยด้วยการฉีดโบท็อก ก็คงมีเรื่องหนักใจอยู่ไม่น้อยเกี่ยวกับโบท็อกที่เราจะฉีดไป เป็นของแท้ ผ่าน อย. มีคุณภาพจริงหรือเปล่า เนื่องจากช่วงนี้มีโบท็อกระบาดเยอะมากจนน่ากังวลใจ วันนี้เรามีเทคนิคเช็กโบท็อก Aestox ของแท้ต้องดูอะไรบ้าง ? จาก คุณหมอไอซ์ แพทย์ด้านการปรับรูปหน้าและดูแลผิวพรรณจาก Sowon Clinic มาฝากกันค่ะ

  • หน้ากล่องเขียนยี่ห้อเขียนว่า  Aestox
  • ข้างกล่องมีอักษรสีเเดงว่าเขียนว่า ยาควบคุมพิเศษ
  • บนกล่องจะมี hologram สามารถขูดเเละสแกนเพื่อเช็คว่าเป็นของเเท้
  • ภายในกล่องจะมีฉลากยา เป็นภาษาไทยเนื่องจาก อย.ไทยเป็นคนบรรจุ
  • ก้นกล่องจะมีเลขวันผลิตเเละวันหมดอายุ เเละข้างขวดก็จะมีเลขวันผลิตวันหมดอายุ
    ทั้ง 2 เลขต้องตรงกัน
 
 
ปกวิธีเช็คโบท็อก
 
 
โปรโมทหมอ06
โปรโมทหมอ02
 

ฉีดโบท็อกที่ไหนดี ?! เทคนิคเลือกคลินิกฉีดโบท็อก

  • ประสบการณ์เเละฝีมือของเเพทย์

เทคนิคเเละประสบการณ์ของเเพทย์ถือเป็นสิ่งสำคัญมากค่ะ ให้ทุกคนเข้าใจตรงนี้เลย  ว่า..ไม่ใช่เเพทย์ทุกคนที่จะ ฉีดโบท็อก ได้ ดังนั้นเเพทย์ที่เราเลือกต้องมีความเชี่ยวชาญด้านการฉีดโบปรับรูปหน้าเเละในการวางตำแหน่งที่จะลงเข็มอย่างเเม่นยำ รวมไปถึงต้องรู้ปริมาณการฉีดโบท็อกเเต่ละตำแหน่งเป็นอย่างดีว่าจุดไหนควรใช้กี่ยูนิตนั้นเอง

  • ทีมเเพทย์ให้คำเเนะนำ เเละประเมินรูปหน้าอย่างตรงไปตรงมา

เเพทย์ต้องมีความสามารถประเมินโครงสร้างใบหน้าของคนไข้ได้อย่างละเอียด สามารถออกเเบบใบหน้าให้ได้สักส่วนที่พอดีเเละสวยงามเป็นธรรมชาติ ไม่เซลล์ขายจนเกินไป หากเคสไหนประเมินเเล้วเห็นว่าไม่ควรทำ เเพทย์ต้องเเจ้งเเละเเนะนำอย่างจริงใจ

  • การเลือกใช้ยี่ห้อโบท็อกที่ได้มาตรฐาน ผ่านอย. ของจริงตรวจสอบได้

ทางคลินิกควรแกะกล่องเปิดขวดให้คนไข้ดูต่อหน้า ให้เห็นเลยว่าเป็นของใหม่ เพื่อความชัวร์ว่าโบท็อกที่เราเลือกสะอาดปลอดภัยไร้สิ่งเจือปน

  • คลินิกความงามที่ให้บริการต้องได้มาตรฐานความสะอาด ปลอดภัย สามารถตรวจสอบได้

คลินิกที่เปิดให้บริการความงามต้องมีใบอนุญาตประกอบกิจการ จากกระทรวงสาธารณสุข อุปกรณ์เครื่องมือในการรักษาหรือพื้นที่ทำหัตถการต้องสะอาด กว้างขวาง

  • มีรีวิวที่น่าเชื่อถือ เเละตรวจสอบได้ว่าเป็นของจริง
  • โบท็อกราคา มีความเหมาะสมไม่ถูกหรือเเพงจนเกินไป

ทั้งนี้ทั้งนั้นจะขึ้นอยู่กับปัญหารูปหน้าของคนไข้ที่ต้องการเเก้ไขเเละปริมาณที่เเพทย์ ประเมินเบื้องต้นเเล้วว่าควรใช้กี่ยูนิต ซึ่ง 2 อย่างนี้ต้องสมดุลกันนั้นเองค่ะ

  • ช่องทางการติดต่อสื่อสาร สะดวกรวดเร็ว 
 
 
การันตีรางวัล-05

 


บทความนี้เกิดจากการเขียนและส่งขึ้นมาสู่ระบบแบบอัตโนมัติ สมาคมฯไม่รับผิดชอบต่อบทความหรือข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือทำให้เกิดความเสียหาย หรือละเมิดสิทธิใดๆ กรุณาแจ้งมาที่ ht.ro.apt@ecivres-bew เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกจากระบบในทันที