OpenSourceInitial

ผู้เขียน : OpenSourceInitial

อัพเดท: 12 ม.ค. 2009 08.17 น. บทความนี้มีผู้ชม: 433605 ครั้ง

ปัจจุบันองค์กรหลายแห่งในประเทศไทยมีการใช้โปรแกรม โอเพ่นซอร์ส เป็นเครื่องมือหลักในการดำเนินธุรกิจ และสามารถใช้งานได้ดี มีเสถีนรภาพสูง สิ่งนี้เป็นสิ่งยืนยันได้ว่า โปรแกรมโอเพ่นซอร์สเป็นทางเลือกที่เป็นไปได้ในเชิงธุรกิจ นอกจากนี้ปัจจุบันผู้ใช้ทั่วไปก็เริ่มเล็งเห็นความสำคัญในการใช้โอเพ่นซอร์สมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นโปรแกรมโอเพ่นซอร์สที่สามารถลงในวินโดว์ได้อย่าง OpenOffice.org ที่เริ่มมีการใช้อย่างแพร่หลาย หรือว่าเป็น โอเพ่นซอร์ส OS ตัวใหม่ที่ได้ความนิยมขณะนี้อน่าง Ubuntu


Open Source Mugration [จะนำโอเพ่นซอร์สมาใช้ในองค์กรได้อย่างไร?]

         
          คุณคงเห็นแล้วว่า ปัจจุบนัมีซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สมากมายหลากหลายให้เลือกดาวน์โหลดไปใช้ได้ตามแต่ความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานส่วนบุคคลหรือใช้ในระดับองค์กร เพื่อทดแทนซอฟต์แวร์ระบบปิด (Proprietary) ซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์ที่ต้องเสียเงินซื้อ

          อย่างไรก็ตาม การ Migration หรือการที่องค์กรจะเปลี่ยนใช้โอเพ่นซอร์ส อาจไม่ใช่เรื่องง่ายหรือทำได้รวดเร็วเหมือนการใช้งานส่วนบุคคล เพราะองค์กรต้องมีการวางแผนและดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนด ซึ่งแน่นอนว่า การนำซึ่งใหม่อย่างซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สมาใช้ในองค์กรคงต้องพบกับอุปสรรคและปัญหาหลายประการ

         ทั้งปัญหาทางด้านเทคนิค ความเข้ากันได้กับข้อมูลเดิมที่มีอยู่ รวมถึงปัญหาทักษะการใช้งาน และความคุ้นเคยของพนักงานเอง

         แม้การนำโอเพ่นซอร์สมาใช้งานจะไม่ง่ายและรวดเร็วทันใจดั่งใจหวง แต่ถ้าทำสำเร็จ องค์กรจะได้ประโยชน์มากมายหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นการลดความเสี่ยงจากการละเมิดลิขสิทธิ์ ลดค่าใช้จ่ายในการซื้อซอฟต์แวร์เป็นต้น

          เนื้อหาต่อไปนี้จะเป็นการเสนอแนะแนวทางการนำโอเพ่นซอร์สมาใช้ในองค์กร เพื่อช่วยให้การใช้งานซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สครั้งนี้ประสบความสำเร็จและเกิดปัญหาน้อยที่สุด

เข้าใจเหตุผลการเปลั้ยนแปลง

          หากคุณอยู่ในฐานะของ CIO หรือผู้ดูแลระบบไอทีภายในองค์กร สิ่งแรกที่เราควรกระทำก่อนเริ่มต้นนำซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สมาใช้ในองค์กรก็คือความเข้าใจกับพนักงานทุกระดับ เริ่มตั้งแต่ระดับผู้ปฏิบัติการเจ้าหน้าที่สนับสนุนทางเทคนิคไปจนถึงผู้บริหารระดับสูง เพื่อให้เข้าใจตรงกันว่าการนำเอาโอเพ่นซอร์สมาใช้งานนั้น ส่งผลดีต่อองค์กรอย่างไรบ้าง ไม่ว่าจะเป็นการช่วยลดค่าใช้จ่ายการซื้อซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์ หรือการใช้ซอฟต์แวร์อย่างถูกกฏหมาย เป็นต้น

          นอกจากนี้ สิ่งหนึ่งที่ต้องทำความเข้าใจกับฝ่ายบริหารก็คือ องค์กรต้องเตรียบงบประมาณสำหรับฝ่ายบริหารก็คือ องค์กรต้องเตรียมงบประมาณสำหรับนำโอเพ่นซอร์สมาใช้งานในองค์กรนี้ด้วย เพราะคนส่วนใหญ่เข้าใจว่า การนำซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สมาใช้งานนั้น จะไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ เลย แต่จริงๆ แล้ว เราอาจจะต้องเสียค่าใช้จ่ายอยู่บ้าง ในส่วนที่เป็นค่าบริการ เช่น กรณีที่เป็นซอฟตืแวร์ขนาดใหญ่ หรือมีความซับซ้อนค่อนข้างมาก เราอาจจะต้องจ้างบริษัทที่ปรึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ในการให้คำปรึกษา รวมถึงช่วยแก้ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นตามมา

บทความนี้เกิดจากการเขียนและส่งขึ้นมาสู่ระบบแบบอัตโนมัติ สมาคมฯไม่รับผิดชอบต่อบทความหรือข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือทำให้เกิดความเสียหาย หรือละเมิดสิทธิใดๆ กรุณาแจ้งมาที่ ht.ro.apt@ecivres-bew เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกจากระบบในทันที