นักแสวงหา

ผู้เขียน : นักแสวงหา

อัพเดท: 21 ม.ค. 2014 12.25 น. บทความนี้มีผู้ชม: 4121 ครั้ง

ในแง่ของผู้ชมอย่างเราๆ สิ่งที่ควรรู้ ก็คือการเตรียมพร้อมสู่ยุคของดิจิทัลทีวี ที่จะเริ่มต้นในปี 2557 นี้ เพราะเมื่อถึงเวลานั้น ทีวีอนาล็อกที่เราดูกัน รวมไปถึงทีวีดาวเทียมจะต้องถูกปรับเปลี่ยน โดยจะมีทางเลือกในการรับชมมากขึ้น หน้าที่ของผู้ชมก็อาจจะต้องหาอุปกรณ์รับสัญญาณมาติดตั้งเพิ่มเติม


เตรียมพร้อมสู่ยุค Digital TV และ Mobile TV ในไทย

ในแง่ของผู้ชมอย่างเราๆ สิ่งที่ควรรู้ ก็คือการเตรียมพร้อมสู่ยุคของดิจิทัลทีวี ที่จะเริ่มต้นในปี 2557 นี้ เพราะทีวีอนาล็อกที่เราดูกัน รวมไปถึงทีวีดาวเทียมจะต้องถูกปรับเปลี่ยน โดยจะมีทางเลือกในการรับชมมากขึ้น หน้าที่ของผู้ชมก็อาจจะต้องหาอุปกรณ์รับสัญญาณมาติดตั้งเพิ่มเติม

 รายการโทรทัศน์ในประเทศไทย ปัจจุบันมีการออกอากาศผ่านเสาอากาศทีวี รับชมได้ฟรีโดยไม่มีค่าบริการรายเดือน หรือที่เรียกว่า ฟรีทีวี และโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม

ปัจจุบันได้เริ่มพัฒนาเข้าสู่ยุคของการจัดการคลื่นความถี่โทรทัศน์แบบ Digital โดยเป็นหน้าที่หลักของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) ซึ่งดูแลกิจการด้านวิทยุ-ทีวีของ กสทช. ในการออกใบอนุญาตและดำเนินการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคดิจิทัลทีวี

 

ล่าสุดได้มีประกาศมาตรฐานการแพร่ภาพดิจิทัลทีวีแบบ DVB-T2 ยิ่งกระตุ้นให้เราเห็นว่า ยุคของดิจิทัลทีวีใกล้ตัวเรามากขึ้นแล้ว เราจะเตรียมพร้อมอย่างไร

 

            หากเปรียบ ช่อง Free TV เป็นเหมือน อสังหาริมทรัพย์ ก็ไม่ผิด ช่อง 3 5 7 และ 9 เป็นเหมือน ห้างผูกขาด อันยาวนาน มีชื่อเสียง มีความผูกพันธ์ กับทั้งผู้เช่า(ผู้ผลิตรายการ) และ ลูกค้า(ผู้ชม) มาอย่างยาวนาน แต่ความผูกขาด ก็สร้างความอึดอัด แก่ทั้งท่านผู้เช่า และท่านผู้ชม สำหรับท่านผู้เช่า ก็ต้องแข่งกันจ่ายราคาสูง เพื่อแย่งพื้นที่ในห้าง ส่วนท่านผู้ชม ก็เบื่อเพราะ รายการมีจำกัด รูปแบบซ้ำไปซ้ำมา เพราะผู้เช่า(ผลิตรายการ) ก็ต้องสร้างรายการเพื่อผู้ชมหมู่มาก

            จึงไม่กล้าคิดนอกกรอบเท่าไหร่ การเกิดขึ้นมา ของยูทูป ทำให้ผู้เช่า และผู้ชม อินดี้ มีทางเลือกมากขึ้น แต่ก็ยังเข้าถึงกลุ่มคนไม่มาก ผู้คนส่วนใหญ่ยังบริโภค ฟรีทีวีอยู่ เพราะเป็นพฤติกรรมที่เคยชิน มากว่า 60 ปี หรือ 3 generation แล้ว การเกิดขึ้น ของ Digital TV ก็คือ การเพิ่มพื้นที่ห้าง ให้มากขึ้น เพราะสามารถมีได้ถึง 48 ช่อง....แต่ระบบการส่ง (จากห้องส่ง) และการรับ (จากตัวTV ที่บ้าน) ต้องปรับเปลี่ยน หรือลงทุนขนานใหญ่ ที่สุดแล้ว ก็คือกำไรของท่านลูกค้า(ผู้ชม) ที่จะมีทางเลือกหา content ที่ชอบได้มากขึ้น ที่เหลือ ทั้งเจ้าของห้าง ผู้ผลิตรายการหรือ content ก็ต้อง แข่งกันแย่งลูกค้ากันไป

            แม้ระบบทีวีอนาล็อคจะมีข้อดีคือฟรี และเข้าถึงง่าย แต่ข้อเสียคือจำนวนช่องน้อย และ มีสัญญาณรบกวนเยอะ ต่างจากระบบส่งสัญญาณแบบดิจิตอล ที่ภาพและเสียงที่ได้มีความคมชัดมากกว่า เพราะไม่มีคลื่นรบกวนหรือมีน้อยมาก จึงทำให้เรารับชมรายการโทรทัศน์ด้วยความคมชัดสูงแบบ High-Definition ในสัดส่วนภาพ 16:9 Wide Screen ซึ่งแสดงภาพแบบเต็มจอ สัดส่วนไม่ผิดเพี้ยนจากต้นฉบับ และยังมีช่องฟรีทีวีให้เลือกชมมากสูงสุดถึง48 ช่อง

            สำหรับการเตรียมตัวให้พร้อมรับชมทีวีดจิตอลนั้นก็ไม่ยาก ถ้าเป็นโทรทัศน์รุ่นเก่า ทั้งจอตู้ จอ Plasma LCD LED Smart TV หรือ 3D TV จำเป็นที่จะต้องมีอุปกรณ์รับสัญญาณดิจิตอลที่เรียกกันว่า "Set Top Box" เป็นตัวรับสัญญาณก่อนจะส่งเข้าเครื่องโทรทัศน์อีกต่อหนึ่ง ซึ่งภาครัฐจะสนับสนุนงบประมาณให้สามารถซื้อกล่องแปลงสัญญาณในราคาถูก เพื่อช่วยให้การเปลี่ยนแปลงสู่ระบบดิจิตอลเป็นไปได้รวดเร็วขึ้น แต่ถ้าใครใช้ Digital TV ที่มี Built-in Digital Tuner แบบ DVB-T2 อยู่แล้วก็สามารถรับชมทีวีระบบดิจิตอลได้ทันที โดยไม่ต้องต่อสายพ่วงกับอุปกรณ์ต่างๆ ส่วนบ้านไหนใช้บริการจานดาวเทียม หรือเคเบิลทีวีอยู่แล้ว ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนแปลงใดๆ แถมยังมีช่องฟรีทีวีเพิ่มขึ้นมาเป็น 48 ช่อง พูดง่ายๆ ก็คือ เฉพาะบ้านที่ใช้เสาก้างปลา หรือหนวดกุ้งอยู่ จะต้องเตรียมตัวให้พร้อมรับกับ Digital TV ที่กำลังจะมาถึงในอนาคตอันใกล้นี้นั่นเอง

การรับชมแบบ On Demand อาจจะทำให้ “เวลาไพร์มไทม์” เปลี่ยนไป

             ปกติเวลาไพร์มไทม์ อยู่ในช่วง 20.30 – 22.00น. แต่พฤติกรรมของผู้ชมในปัจจุบัน ทานข้าวนอกบ้าน เดินคอมมูนิตี้มอลล์ เวลา 5 ทุ่มถึงเที่ยงคืน อาจจะเป็นเวลาไพร์มไทม์ที่เหมาะสมกับกลุ่มคนทำงาน อย่าลืมว่าพฤติกรรมการรับชมแบบ    On Demand คือ อยากจะดูเมื่อไหรก็ได้ที่อยากดู บางรายการรับชมย้อนหลังผ่านอินเทอร์เน็ตได้ แต่รายการที่ยังต้องการความสดอย่างกีฬา ฟุตบอล มวย ที่ต้องการรู้ผลแบบเรียลไทม์ ยังต้องการรับรับชมผ่านรายการบนฟรีทีวีและทีวีดาวเทียมอยู่

             เพียงแต่การนำเสนอ การวิเคราะห์ที่ “ลึก” ไม่ใช่แค่ผลกีฬา จะเป็นคำตอบที่ผู้ชมจะเลือกรับชม แต่ถ้าผู้ชมมีทางเลือกในการรับชมผ่าน Mobile TV ล่ะ เวลาไพร์มไทม์เป็นโอกาสทองได้ หากผู้ชมไม่ต้องรีบกลับบ้านไปเฝ้าหน้าจอ แต่สามารถรับชมได้ทันทีผ่านอุปกรณ์พกพา

 Digital TV มีดีอย่างไร?

 

              ปกติแล้วเทคโนโลยีการถ่ายทอดภาพและเสียง ของประเทศไทยในปัจจุบันนั้น แบ่งได้เป็น 4 ช่องทาง คือ โทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบอนาล็อก เคเบิลทีวี โทรทัศน์ผ่านดาวเทียม และโทรทัศน์ผ่านอินเตอร์เน็ต ซึ่งทั้ง 4 ระบบนี้แม้จะสามารถส่งผ่านภาพและเสียงได้ดี แต่ก็ยังไม่สามารถควบคุมคุณภาพของสัญญาณที่ส่งออกไปได้ยาก ซึ่งจะแตกต่างจากระบบดิจิตอล ที่สัญญาณภาพและเสียงจะถูกแปลงเป็นข้อมูลดิจิตอลก่อนแพร่ภาพออกไป ทำให้สามารถควบคุมคุณภาพและความชัดเจนของสัญญาณต่างๆ ได้ดีขึ้นได้มาก ซึ่งนี่จะเป็นครั้งแรกที่เราจะได้รับชมรายการทีวีทั่วไปด้วยความคมชัดแบบมาตรฐานสูง (High Definition: HD) อีกด้วย

 

ขอขอบคุณที่มาข้อมูล

http://www.it24hrs.com/2012/digital-tv-mobile-tv-thailand/

http://technology.spokedark.tv/2013/07/10/digital-tv/

http://www.samsung.com/th/article/digital-tv/

http://smartmobile.co.th/enew/digitalTv.html

 

 


บทความนี้เกิดจากการเขียนและส่งขึ้นมาสู่ระบบแบบอัตโนมัติ สมาคมฯไม่รับผิดชอบต่อบทความหรือข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือทำให้เกิดความเสียหาย หรือละเมิดสิทธิใดๆ กรุณาแจ้งมาที่ ht.ro.apt@ecivres-bew เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกจากระบบในทันที