วีรพล

ผู้เขียน : วีรพล

อัพเดท: 12 ธ.ค. 2006 19.37 น. บทความนี้มีผู้ชม: 2477 ครั้ง

รวมเรื่องราวของเพื่อนเอกภาษาญี่ปุ่น ที่เขียนรวมเล่มแจกเพื่อนในงานรับปริญญา


3 วันดี 4 วันไข้

3วันดี 4วันไข้   Ì

เมื่อพูดถึงไอ้ริดแล้วไม่พูดถึงคุณชายลักษณ์ซะ ไม่ได้เพราะสองคนนี้เป็นเพื่อนซี้กัน จนเป็นแบบที่ว่าใครทำอะไรพลาดไปอีกคนสามารถนำมาขยายเล่าต่อให้เพื่อนคนอื่น ต่อกันอย่างไม่มีตกหล่นแต่ไอ้ริดดูจะเสียเปรียบอยู่ที่ว่าเวลามันเล่ามันมัก จะต้องมีตกหล่นแน่   เพราะการจดจำรายละเอียดปลีกย่อยนั้นลักษณ์มีความเป็นเลิศเรียกได้ว่าเขาเกิดมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ   เช่นเวลาที่ตลาดเอาเป็นว่าถ้าเขาอยู่ตั้งแต่เริ่มเหตุการณ์เขาสามารถเล่าท่าทาง  เรียงลำดับการพูด  ได้อย่างถูกต้อง  ราวกับว่าคนที่ฟังอยู่ได้เข้าไปอยู่ในเหตุการณ์นั้นด้วยก็ไม่ปานคำพูดที่ว่า 

สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น  คงจะใช้กับเขาคนนี้ไม่ได้เพราะถ้ามันได้เล่ามาแล้วไม่ต้องไปเห็นด้วยตาถึง10 ตาก็ได้

ไม่ว่าคนๆ นั้นจะใส่เสื้อสีอะไรยี่ห้ออะไร ราคาเท่าไร เขาหายใจกันกี่เฮือกต่อวินาที  มันบอกเล่าได้หม๊ด.....

พูดง่ายๆ มันความจำดีจึงเป็นที่ไว้วางใจของเพื่อนๆในชั้นปี  ที่จะฝากผีฝากไข้ในการถามเรื่องเกี่ยวกับภาษาญี่ปุ่นจากเขา  อะหนึ่งคือว่าไอ้นี่มันเรียนภาษาญี่ปุ่นมาตั้งแต่มอปลาย  แล้วด้วยดังนั้นในเมื่อผมไม่รู้ว่าศัพท์ซักตัวขึ้นมา      มันก็เป็นสิ่งจำเป็นที่ผมก็ต้องถาม

 

 

 

เขานี่แหละ  จะได้ประหยัดเวลาหา..อิอิ

วี              “เฮ้ยลักษณ์  ตัวอักษรตัวนี้อ่านว่าอะไรหว่า”

ลักษณ์    “เออ...เดี๋ยวนะ”นั่งนึกไปเป็นนาที..นาที

วี              “เฮ้ยได้ยังว่ะคิดออกยัง”

ลักษณ์    “เดี๋ยวๆนึกอยู่กูว่าน่า...มันต้องตัวนี้เอ๊...หรือว่าตัวนี้หว่า…”

วี              “....”   - - “

ลักษณ์    “ เฮ้ย...มึงไปเอา Dic. มาช่วยกันดูดิ”

วี              “....”

ลักษณ์   “ นั้นกูว่าแล้วมันต้องตัวนี้…”           

วี              “ เออ..” ( ใช่เลยกูก็ว่ามันต้องเป็นตัวนี้....กูว่านะกูไปเปิดหาเอาคนเดียวดีกว่าไม่ต้องเสียเวลาวะไอ้คุณลักษณ์เอย)

ทำให้ผมได้รู้ว่ามันจำดีเฉพาะเรื่องบางเรื่อง

นอกจากความจำที่ยอดเยี่ยมในบางเรื่องบางครั้งของเขาแล้ว   เขายังมีคำพูดคมคายเหลือคะนา นับดูได้จากประโยคที่แต่งในคาบเรียนภาษาญี่ปุ่นแม้ว่าเขาจะสนิทกับไอ้ริดมัน แต่มิมีคำหรืออะไรที่เกี่ยวกับจังหวัดลำพูนเลยเวลาที่เขาแต่งประโยคออกมา

 ภูมิต้านทานความบ้าและรักบ้านเกิดอันเกินสมควรมีมากเชื้อบ้าของ

 

 

ไอ้ริดเลยทำอะไรเขาไม่ได้  และไอ้ประโยคที่เขากล่าวนั้นก็คือ

 หากโลกนี้ปราศจากซึ่งความรัก  มนุษย์ก็คงเหมือนซากศพที่ปราศจากชีวิต อารมณ์ ความรู้สึก จิตใจ  และถ้าหากเป็นอย่างนั้นตัวฉันคงจะอยู่ในโลกนี้ต่อไปไม่ได้

แหวะจะอ้วกเอาตายกันทั้งห้องไม่ใช่ผมคนเดียวที่มีอาการครับทั้งห้องโฮร้องด้วยเสียง  ชอบใจหรือเปล่าก็ไม่รู้แต่ที่รู้ในฐานะที่เป็นผู้ชายในชั้นปีคนหนึ่งบอกได้เลยว่า คิดได้ไง  เลี่ยนชะมัด  แต่ที่แปลกพวกผู้หญิงในชั้นปีได้ฟังก็รู้สึกเคลิบเคลิ้มไปตามๆกัน  บวกอาการชวนฝันเข้าไปอีก  รู้สึกหมั่นไส้ขึ้นมาตงิดๆ เลย

เป็นไงลักษณ์นี่เจ้าคารมคมคายดีไหมละยังไม่หมดยังมีอีกในเรื่องจินตนาการอันกว้างไกลคุณไม่ต้องเสียใจเลยถ้าได้เป็นเพื่อนกับเขาคนนี้เพราะเมื่อคุณได้เป็นเพื่อนกับเขาแล้วคุณจะหน้าเหมือนดาราขึ้นมาทันทีใครละจะไม่ชอบ ทำให้เป็นคนที่มีคนรู้จักมักจี่กับเขามากมายจนถึงว่ามากเกินไปด้วยซ้ำ   จนผมอดรนทนไม่ไหวอยากรู้ว่าทำมาย.. ทำไมมันถึงรู้จักคนเยอะ  เพราะผมมีโอกาสได้ไปเที่ยวกับเขาอยู่บ่อยๆ การที่จะเจอกับคนรู้จักโยที่ไม่คาดฝันนั้นเป็นเรื่องธรรมดาแต่ว่าไอ้ลักษณ์นี่ไปที่ไรเจอทุกทีเลย แล้วดันบ่อยอีกผมก็เลยต้องถามอย่างจริงจังและต้องใจแบบสุดๆ ว่า

 

 

“ ลักษณ์มึงรู้จักคนเยอะดีนะ”

ลักษณ์    “  เปล่าหรอก  บางคนกูก็ไม่รู้จัก”

วี              “  เอ้าเฮ้ย   แล้วมึงทักตอบเขาไปทำไมว่ะ”

ลักษณ์    “ สงสัยเป็นคนรู้จักพี่กูวะ”   ( อธิบายง่ายๆ   คือมันมีคู่แฝด ) 

วี              “ งั้นมึงก็มั่วนิ่ม   อะดิ”

ลักษณ์    “ โอยไม่เป็นไรหรอก   บางทีเขาก็ให้ของมา    ได้ของฟรีบ่อยๆ  ก็เพราะอย่างนี้แหละ ” 

[ แล้วตอนที่เข้าปีหนึ่งใหม่ๆ มาพูดบอกกับกูว่าเคยเจอกูตอนมอปลายที่โรงเรียน( จักรคำคณาทรลำพูน) นี่มันจริงอะเป่าว่ะ ]

ผมไม่ได้บอกว่าลักษณ์นี่มันเชื่อไม่ได้หรอกแต่ว่าโปรดใช้วิจารณญาณในการเชื่อน่าจะดีกว่าแต่ไม่ต้องให้ผู้ปกครองพิจารณาก็ได้เดียวมันจะวุ่นวายไปกันใหญ่

แต่จะว่าไปดูๆไปแล้วเขามีอะไรดีๆเยอะนะแต่ว่าคนเราไม่มีใคร หรืออะไรที่จะดีเลิศ  Perfect หรอก...เขามีปัญหาทางด้านสุขภาพร่างกายที่ไม่ค่อยแข็งแรงดั่งคนที่ว่า 3    วันดี  4   วันไข้ หลักฐานที่ยืนยันได้แน่นอนว่าเป็นอย่างนั้นก็คือ

ประโยคที่ว่า “ โฮย....ไอ้ ( ลักษณ์ ) เนี่ย  อาทิตย์หนึ่งมีเจ็ดวัน  มันไม่สบายสัก 3 วันวันละโรค ( ประโยคที่ว่านี่ได้มาจากใครก็น่าจะรู้นะครับเวลาพูดสำเนียงติดพะเยานิดๆ)

ผมเพิ่งมาเห็นกับตาว่าเป็นเรื่องจริงก็ไอ้ตอนที่ได้เห็นกระเป๋ายาที่พกติดตัวไปตลอดการเดินทางที่ต้องไปค้างอ้างแรมที่อื่น  เป็นเวลานาน   กระเป๋านี่คนทั้งค่ายไม่สบายก็ไม่ต้องกลัวครับแถมแก้ได้สารพัดโรคเลยยิ่งกว่า กระเป๋าวิเศษของโดเรมอนอีก       ผมไม่เคยใช้บริการเลยไม่ได้ไม่กล้านะแต่    เกรงใจ + เกรงกลัว   ในเรื่องการพกยาแบบไม่เกรงใจใคร      

มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ ลักษณ์จำเป็นต้องเข้าโรงพยาบาล ( ส่วนมากเวลามันเป็นอะไรก็จะใช้ในกระเป๋ายานั้นแล)  ไปอยู่ได้ 2 - 3 วันผมก็ได้มีโอกาสไปเยี่ยมเขาดูอาการดีขึ้นมากแล้ววันที่ไปเยี่ยมนี้ก็ไม่มีอะไรมาก พรุ่งนี้ก็ออกโรงพยาบาลแล้ว......แต่มันมีนี้ซิ  มันดันมาบอกกับเราว่านางพยาบาลที่นี่  มีอยู่คนหนึ่งน่ารักมาก   แล้วเธอมักจะมาช่วงเย็นกว่าที่ผมมาเยี่ยมลักษณ์มันแต่ผมมารู้อีกทีตอนที่ลักษณ์มันใกล้จะออกโรงพยาบาลคือในวันพรุ่งนี้แล้ว   เลยคิดว่าเดี๋ยวกลับไปทำงานก่อนแล้วมาอีกทีแต่ดันหลับไปซะได้..

หลังจากที่ลักษณ์ออกจากโรงพยาบาลไม่นานผมก็ไปฝากท้องกับมื้ออาหารตอนเย็นที่บ้านลักษณ์มันวันนี้มีขนมจีนเป็นมื้อเย็น   กินกันไปดูทีวีกันไปซักพัก  พ่อลักษณ์เกิดปวดเอวขึ้นมา...

 

 

ก็มองกันจับบ้างดูบ้างนวดบ้างก็ไม่หาย   ไอ้ความคิดชั่วร้ายก็เกิดขึ้นมาจนได้ภายในใจและในหัวผม “ ไปโรงพยาบาลซิ...ไปตรวจกับหมอดีกว่านะ ” ( อันนี้..แช่งหรือหวังดีกันแน่นี่ ) สุดท้ายและท้ายสุดก็ไม่ได้ไป ( เห้อ...เซงเลย ) เช้ามาด้วยความสำนึกผิดเลยไปเล่าให้ลักษณ์ฟังลักษณ์ตอบกลับมาว่าไงรู้ไหมครับ

“ ไอ้เลว...แช่งพ่อกู ”   “เฮ้ยกูเปล่านะเป็นห่วงไง...เป็นห่วง ” ลักษณ์ก็ทำสีหน้าสำนึกผิดขึ้นมาทันที ( โดยที่ในใจผมคิดและอยากจะพูดว่า รอดแล้วกู )

ช่วงนั้นถ้าลักษณ์บ่นขึ้นมาว่าเป็นอะไรก็ตาม  เมื่อมาปรึกษาผมละก็ไม่ต้องสงสัยเลยครับผมจะเชียร์ให้มันเข้าไปตรวจที่ โรงพยาบาลอย่างเต็มเหนี่ยวอย่างเงียบๆ  ภายในใจ  แล้วพูดแบบเป็นห่วงมันว่า “ เฮ้ยมึงไปโรงพยาบาลเลยไป นี่กูเป็นห่วงมึงนะ ” “เออกูรู้แต่     เฮ้ยกูจามแค่ทีเดียวเองไล่กูไปโรงพยาบาลไอ้สาด...แช่งกูไงวะมึงนะ” “เฮ้ย !...กูเป็นห่วงมึงจริงๆนะ ( ซะเมื่อไหร่ละ) ”  มันก็แปลกนะครับเชียร์ในใจ ( แช่ง)ให้มันเข้าโรงพยาบาลแทบตายกลับแข็งแรงดีกว่าเสียเดิมอีก   แต่ทีตอนบอกว่า  “เฮ้ย..มึงไม่เป็นอะไรมากหรอก ” ดันเข้าโรงพยาบาลซะได้นี่...... เหอ............ไม่เข้าใจมันเลย...

 

“ แต่เฮ้ยกูเลิกแช่งมึงนานแล้วนะถ้ามึงเป็นอะไรช่วงนี้กูไม่เกี่ยวนะ”

 

อโรปรมาราภา  - - - ความไม่มีโรคเป็นภาพอันประเสริฐจริงไหมเพื่อนเอย…

 


บทความนี้เกิดจากการเขียนและส่งขึ้นมาสู่ระบบแบบอัตโนมัติ สมาคมฯไม่รับผิดชอบต่อบทความหรือข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือทำให้เกิดความเสียหาย หรือละเมิดสิทธิใดๆ กรุณาแจ้งมาที่ ht.ro.apt@ecivres-bew เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกจากระบบในทันที