วีรพล

ผู้เขียน : วีรพล

อัพเดท: 17 ธ.ค. 2006 19.20 น. บทความนี้มีผู้ชม: 2298 ครั้ง

รวมเรื่องราวของเพื่อนเอกภาษาญี่ปุ่น ที่เขียนรวมเล่มแจกเพื่อนในงานรับปริญญา


ออย (ฮอด) หรือ ออยนิด 

หญิงสาวตัวเล็กๆแต่เป็นคนที่มีวัยวุฒิมากที่สุด ภายในชั้นปี เป็นที่น่าสังเกตและแปลกใจที่ว่าผมกับเพื่อนๆไม่เคยเรียกว่า พี่ออยนิดเลย แว่วๆข่าวมาว่าเธอก็แค่อายุมากกว่าพวกเราๆแค่1-2 ปีเอง แต่พวกเราก็ให้ความเคารพ แม้จะเอาเธอมานินทาบ่อยๆก็ตาม

เธอมาจากที่ใดก็คงไม่ต้องบอก หรืออธิบายอะไรให้มันมากมายไปกว่านี้แล้ว  ฮอดเป็นอำเภอหรือเปล่าก็ไม่รู้แต่ที่รู้ก็คือว่าที่นี่อยู่ใน เขตจังหวัดเชียงใหม่แน่นอน! ไกลแค่ไหนนะเหรอไกลมากๆ  ยิ่งกว่าไกลปีนเที่ยงอีกแถวนั้นเรียกว่าบ้านนอกไม่ได้หรอกต้องเรียกกว่ากันดารเลยเห็นจะได้    เธอก็เหมือนผู้หญิงทั่วไปที่เข้าสู่วัยทองของบั่นปลายชีวิต  อารมณ์และการพูดจาจะเหมือนวิทยุคลื่นแทรกเสียงดังบ้าง   เสียงขาดๆ หายๆบ้าง      ภาษาไทยเข้ามาแทรกบ้าง  ภาษาเมืองปนเข้าไปอีก และที่จะขาดไม่ได้คือเสียงที่ลากยาวๆและกึกก้อง ภายในปากของเธอในประโยคหรือคำสุดท้ายที่เธอพูด ….อย่างนี้คงมีคนที่จะอยู่กับเธอได้ยากแต่ถึงกระนั้น  คำว่าธรรมะกับคนแก่ย่อมเป็นของคู่กัน    คนที่เป็นคนที่ออยนิดให้ความไว้วางใจและใช้งานอย่างเมามันก็จะเป็นใครไม่ได้นอกจาก  สุบิน ผู้ซึ่งไม่เคยจะตอบโต้ออยนิด( แต่บางครั้งก็ตอบโต้ ด้วยวาจาบ้างบางที  แล้วก็ได้เรื่องทุกที ) สุบินมักจะปรนนิบัติรับใช้ออยนิดอยู่เสมอๆ ถึงแม้ว่าในโทรศัพท์ของออยนิดจะบันทึกชื่อสุบินจากผู้ชายให้กลายเป็นผู้หญิงก็ตาม  ไม่ต้องสงสัยอะไรมากหรอกจากชื่อสุบินจะกลายเป็น สะบีน่า(นี่มันชื่อยี่ห้อชุดชั้นในนี่นา...เจ๊ )ก็เพราะความที่แฟนออยนิดเป็นคนขี้หึงมากๆเลยทำให้ต้องบันทึกชื่อเพื่อนๆผู้ชายในชั้นปีเป็นชื่อผู้หญิงให้หมด ( เพราะด้วยเสน่ห์ที่ดึงดูดเพศตรงข้ามของเธอทำให้เกิดความหึงหวงขึ้นบ่อยๆ ) ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าออยนิดจะเมมชื่อผู้ผมเป็นผู้หญิงชื่อว่าอะไร

                แม้ว่าจะเครียดจากการถูกหึงหวงอยู่บางแต่ออยนิดไม่ใช่ว่าจะไม่มีอารมณ์ขัน (แม้ว่าจะไม่ได้ต้องใจให้มันขำขันก็ตาม)

 

ก่อนเข้าค่ายกับคนญี่ปุ่นพวกเราได้เฟ้นหาสถานที่อย่างเอาเป็นเอาตายจนได้ที่นี่มา  น้ำพุร้อนสันกำแพง

หลังจากที่ประชุมกัน อย่างเครียดแถบเอาเป็นเอาตายประมาณว่าใครเดินผ่านเราสามารถฆ่าให้ตายคาที่ด้วยฝ่ามือ เพียงฝ่ามือเดียวแต่ก็ยกเว้นสาวๆเอกท่องเที่ยวที่เดินผ่านหน้าห้องภาค ที่ทำให้ลูกหมาตัวน้อยหน้าตาน่ารักอย่างเราๆ ( 4 สัน)  ถูกหิ้วไปนอนกอดที่บ้านสักคืนก็ยังดี...โทษครับนอกเรื่องอีกแย้ว...

ขณะที่พวกผม  พี่เบียร์  ไอ้เข็ม   และพวกผู้หญิงอีกประมาณสองคนซึ่งเป็นฝ่ายดูแลอาหารในค่ายนี้  เถียงกันว่าจะเอายังไงกับเมนูอาหารที่ยังตกลงกันไม่ได้ดี

ฝ่ายผู้หญิง             “นี่ๆ... ทำไอ้นี่ดิ”

ไอ้เข็ม                    “เฮ้ย...เอาไม่ได้อาหารมันซ้ำกันเยอะแล้วนะ”

ฝ่ายผู้หญิง             “นี่ๆ... ทำไอ้นั้นดิ”

ฝ่ายชาย                  “ไรว้า..  มันไม่ง่ายไปหน่อยเหรอทำค่ายทั้งที่”

ฝ่ายผู้หญิง             “นี่ๆ... ทำไอ้โน้นดิ”

ฝ่ายผู้ชาย               “เฮ้ย...คนญี่ปุ่นมันจะกินเผ็ดได้เหรอ”

ฝ่ายผู้หญิง             “ก็ไม่ต้องใส่พริกดิ”

ฝ่ายผู้ชาย               “โฮ้ย...แล้วไม่คิดถึงคนไทยที่อยู่กันบางไง”

ฝ่ายผู้หญิง             “ เฮ้ย... ตกลงจะเอาไงว่ะไอ้โน้นก็ไม่เอาไอ้นี่ก็ไม่เอาอย่าเรื่องมากน่า”

ฝ่ายผู้ชาย               “เอ้า.. พูดแบบนี้ได้ไงเล่า”

ฝ่ายผู้หญิง“นี่ๆ... ทำไอ้โน้นดิ”

ฝ่ายผู้ชาย“นี่ๆ... ทำไอ้โน้นดิ”

ฝ่ายผู้หญิง“นี่ๆ... ทำไอ้โน้นดิ”

ฝ่ายผู้หญิง“นี่ๆ... ทำไอ้โน้นดิ”

ฝ่ายผู้ชาย“นี่ๆ... ทำไอ้โน้นดิ”

ฝ่ายผู้หญิง“นี่ๆ... ทำไอ้โน้นดิ”

 ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันกะไอ้แค่ของกินแค่สามสี่วันทำไม่เถียงกันทั้งห้องเป็นอาทิตย์แล้วยังตกลงกันไม่ได้อีกนี่แล้วจู่ๆ

ออยนิดเดินผ่านมาหยุดฟังอยู่นานจนทนที่พวกเราเถียงกันต่อไปไม่ไหวจึงเสนอความคิดด้วยเมนูที่ว่า

ออยนิด  “ มันจะไปยากอะยังงง หมู่สูก็เอาคั่ววววบ่าริดไม้ก้า”

                ( มันจะไปยากอะไรพวกแกก็เอาคั่ว........!?.)

พอจบประโยคเท่านั้นแหละพี่เบียร์ไม่เกรงใจเลยมันฮา แตกออกมาเป็นคนแรก ต่อจากนั้นทั้งกลุ่มก็หัวเราะกันแบบฮาแตกไม่เว้นแม้แต่คนที่นั่งอ่านหนังสือการ์ตูนกับนิตยาสารอยู่ใกล้   บางคนนั่งลอกการบ้านอยู่ไส้ดินสอหักกันระนาว เพราะไอ้คั่วบ่าริดไม้นี่แหละ  แต่ว่าผมไม่รู้ว่ามันเป็นอะไรก็เลย มองหน้าไอ้เข็มกับพี่เบียร์

วี              “ เฮ้ยไอ้เข็มมันคั่วอะไรวะ ”

ไอ้เข็ม  “ กูก็ไม่รู้วะ ห้า..ฮา....ห้า” 

วี              “ เฮ้ยพี่เบียร์มันคั่วอะไรวะ ”

พี่เบียร์   “ กูก็ไม่รู้วะ ห้า..ฮา....ห้า ”

แล้วก็ไม่รู้ด้วยว่ามันจะกินได้หรือเปล่า           ทำให้รู้ว่าที่เราถียงกันตั้งนานนี่การจัดเมนูอาหารมันไม่ได้ยากไปกว่าที่เรา จะต้องรู้ว่าไอ้คั่วบ่าริดไม้นี่มันคืออะไร

 ด้วยวัยวุฒิที่กัดกร่อนความว่องไวในการตัดสินใจดูจะเป็นปัญหาของออยนิดเป็นอย่างมาก... อย่างตอนที่หมดคาบเรียนแล้วขณะนั้นพวกเราๆอยู่บนตึก 27 ชั้น 10 กัน

 

การไปที่ลิฟต์ก่อน เป็นสิ่งที่นักศึกษาที่เรียนอยู่ชั้นสูงๆพึงกระทำกันถ้าหากไปช้าต้องรออีกนานและนานกว่าจะได้เข้าลิฟต์อีกทีเมื่อออยนิดและพวกเราไปถึงหน้าลิฟต์ ก็เขากันไปในลิฟต์ที่นี้ออยนิดเข้าเป็นคนสุดท้าย และลิฟต์ดูท่าทางว่าจะเต็มแล้ว...แต่ยังอัดเข้าไปได้ เพราะหลักการขึ้นลิฟต์ที่นี่มีอยู่ว่าอัดเข้าไปให้ได้มากที่สุดเท่าที่มนุษย์จะทำได้  ผมก็ไม่เข้าใจหรอกว่าตึกที่มี27ชั้นในวิลัยแห่งนี้นักเรียน มีเป็นพันตึกนี่เป็นตึกที่มีคนมาเรียนเยอะแล้วทำไมมันสร้างมาให้มีลิฟต์เพียงแค่สองตัว

( อีกตัวไว้ขึ้นอีกตัวเอาไว้ลง มั้ง...)ไม่แปลกหรอกที่ทุกชั้นของตึกนี้จะมีคนมาออ  อยู่ที่หน้าลิฟต์เต็มไปหมดโดยเฉพาะชั้นแรกจะมีคนเข้าแถว ขึ้นลิฟต์ตั้งแต่หน้าลิพต์จนออกมานอกตัวตึกเลย   กลับมาที่ออยนิดกันต่อ  ออยนิดยืนเก้ๆกังๆอยู่หน้าลิฟต์จะเข้าก็ไม่เข้าไม่รู้เอาไงจนลักษณ์รำคาญ  “ ออยนิดเข้ามาซิ...”

ออยนิด  “แต่มันเต็มแล้วบ่ใจ่ก้า”  ( แต่ลิพต์มันเต็มแล้วไม่ใช่หรือ )

 ลักษณ์    “เออ เข้ามาเหอะเข้ามาซิ ”

 ออยนิด  “.....”     

ตัดสินใจอยู่สักพักก็พุ่งเข้ามา  ปัง !  ลิฟต์หนีบหัวเข้าให้  

ไม่มีใครถามออยนิดว่าเจ็บหรือเปล่า   ( แต่แอบ หัวเราะกันอย่างถ้วนหน้าถ้วนตา + มีเสียงเสียงหนึ่งดังขึ้นมาว่าเป็นไงละป้าฮอด  ลังเลดีนัก )

การที่ถูกออยนิด ตวาดใส่เป็นสิ่งที่น่ากลัวอย่างมาก  ก็จากเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในวันพระจันทร์เต็มดวง  เป็นโอกาสดีที่พวกเราบวกกับอาจารย์ญี่ปุ่น( TsuNeMi เซนเซ ) ภายในชั้นปีจะไปชมพระจันทร์ (เทศกาลหนึ่งของคนญี่ปุ่น ประมาณเดือน กันยายนเห็นจะได้ )  เหตุเกิดที่สวนสาธารณะที่มีชื่อว่าสวนบวกหาด  พวกเราไม่ได้ชมจันทร์กันอย่างบจริงจังหรอก ไปนั่งกินข้าวกินเหล้ากันมากกว่า  ออยนิดก็เกิดมีปัญหาขึ้นมาต้องไปเข้าห้องน้ำด้วยข้าศึกประชิดถึงหน้าด่านแล้วงานนี้ ปล่อยเกิดอาการที่ว่าแตกเปลี่ยว ( แบบว่าต้องไปคนเดียว ) ขึ้นมาออยนิด หายไปนานพร้อมกับมาเล่าเหตุการณ์ระทึกใจที่เกิดขึ้นให้ฟังว่า  ตอนออยนิดเขาไปในห้องน้ำก็ไม่มีอะไรมากหรอก แค่แม่บ้านสองคนเข้ามาทำความสะอาดห้องน้ำอยู่พอดีเขาก็ทำความสะอาดกันอยู่นานมาก  ออยนิดก็ไม่กล้าที่จะทำภารกิจอะไรก็เลยต้องจำใจรอแล้วรออีก แต่ป้าแม่บ้านสองคน ก็ทำความสะอาดไปคุยไป  ไม่ยอมอออกไปจากห้องน้ำสักทีด้วยความที่ว่าภารกิจนี้ ต้องใช้สมาธิและความเงียบเป็นอย่างมาก  หากปฏิบัติการครั้งนี้ ของออยนิดไม่สำเร็จมีหวังออยนิดต้องอึดอัดเป็นแน่แท้  การรอคอยนั้นผู้ที่ไม่เป็นผู้รอนั้น ไม่รู้หรอกว่ามันแสนจะนานและด้วยภาระที่หนักอึ้งที่เตรียมปลดปล่อยแล้ว   เมี่อออยนิดทนไม่ไหวอีกต่อไปเลยเปิดประตูออกมา ปัง! แล้วตวาดใส่แม่บ้านที่กำลังทำความสะอาดออกไปว่า   “ ตกลง...ฮาจะได้ขี้ก็นี่ ! ”

( ทำไปได้ไง  นี้แหละสันชาตญาณดิบในการเอาตัวรอด ของมนุษย์) แม่บ้านพอได้ยินก็งงซิครับ งง แต่ก็ต้องออกไปโดยไม่ตอบโต้เหมือนใครนิ


บทความนี้เกิดจากการเขียนและส่งขึ้นมาสู่ระบบแบบอัตโนมัติ สมาคมฯไม่รับผิดชอบต่อบทความหรือข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือทำให้เกิดความเสียหาย หรือละเมิดสิทธิใดๆ กรุณาแจ้งมาที่ ht.ro.apt@ecivres-bew เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกจากระบบในทันที