ศูนย์ข้อมูลอัญมณีและเครื่องประดับ

ผู้เขียน : ศูนย์ข้อมูลอัญมณีและเครื่องประดับ

อัพเดท: 30 ส.ค. 2017 08.36 น. บทความนี้มีผู้ชม: 176 ครั้ง

ติดตามเรื่องราวของอัญมณีสีเขียวสดใสในตระกูลเบริลนามว่า ‘มรกต’ (Emerald) อัญมณีที่มีความเกี่ยวพันกับอารยธรรมและความเชื่อต่างๆ ของมนุษย์มานานนับพันปี ได้ที่ https://goo.gl/3tW1au หรือบทความอื่นๆ ที่ http://infocenter.git.or.th


มรกต อัญมณีแห่งความรัก ความหวัง และความสมบูรณ์

สายฝนที่หลั่งรินลงมาจากฟากฟ้า สรรสร้างความงดงามทางธรรมชาติได้อย่างน่าอัศจรรย์ ทันทีที่เม็ดฝนแรกหล่นลงกระทบพื้นดิน ความแห้งแล้งก็พลันสลายไป ความฉ่ำเย็นแล่นเข้ามาแทนที่ การผลิแตกใบอ่อนของพืชพันธุ์ต่างๆ เป็นสัญญาณของการกำเนิดชีวิตใหม่ นำมาซึ่งความหวังที่สดใส มองไปทางไหนก็เห็นแต่ความเขียวชอุ่มชุ่มชื่นเย็นตาเย็นใจ หยดน้ำที่ค้างเกาะอยู่บนยอดใบเมื่อผนวกเข้ากับฉากหลังสีเขียวสดฉายประกายเขียวระยิบระยับวับวาว พาใจกระหวัดให้นึกถึงมรกต อัญมณีสีเขียวที่เปรียบเสมือนของขวัญจากธรรมชาติที่ได้สร้างไว้ให้แก่โลกมนุษย์
 
อัญมณีสีเขียวสดใสในตระกูลเบริลนามว่า ‘มรกต’ (Emerald) นี้ มีรากศัพท์มาจากภาษากรีกว่า “Smaragdos” แปลว่า สีเขียว เป็นอัญมณีที่มีความเกี่ยวพันกับอารยธรรมและความเชื่อต่างๆ ของมนุษย์มานานนับพันปี โดยเชื่อกันว่ามรกตจะนำความสุขสวัสดีมีโชคมาสู่ผู้ครอบครอง ทั้งยังมีพลังบำบัดโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ เช่น โรคกระดูกและข้อ ความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจ เป็นต้น
 
ทั้งยังเชื่อกันว่ามรกตมีสรรพคุณในการรักษาโรคเกี่ยวกับดวงตา มีเรื่องเล่าขานว่าจักรพรรดิ์เนโรแห่งโรมได้นำมรกตมาทำเป็นแว่นกันแดดเพื่อใช้ชมการแข่งขันกีฬาการต่อสู้ โดยสีเขียวของมรกตจะช่วยลดทอนความเข้มของแสงอาทิตย์ลง ทำให้การมองเห็นสบายตามากขึ้น ซึ่งในทางวิทยาศาสตร์การแพทย์แผนปัจจุบันได้พิสูจน์แล้วว่า สีเขียวเป็นสีที่ช่วยผ่อนคลายความอ่อนล้าของดวงตาและช่วยบรรเทาความตึงเครียดได้
 
พระเจ้าชาห์ จาฮาน แห่งราชวงศ์โมกุล ผู้สร้างทัช มาฮาล มหาอนุสรณ์สถานแห่งความรัก เป็นอีกผู้หนึ่งที่ศรัทธาในพลังอำนาจของมรกต พระองค์จะพกเครื่องรางทำจากมรกตเพื่อป้องกันสิ่งชั่วร้าย เครื่องรางมรกตชิ้นนี้มีรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า น้ำหนัก 217.80 กะรัต ที่ด้านหนึ่งแกะสลักรูปดอกป๊อปปี้ ส่วนอีกด้านหนึ่งจารึกบทสวดตามคัมภีร์อัลกุรอาน โดยเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2001 เครื่องรางมรกตชิ้นนี้ได้ถูกนำออกประมูลในกรุงลอนดอน โดยบริษัทคริสตี้ และมีผู้ไม่ประสงค์ออกนามประมูลไปในราคาสูงถึง 2.2 ล้านเหรียญสหรัฐ
 
เครื่องรางมรกตของพระเจ้าชาห์ จาฮาน (Shah Jahan) แห่งราชวงศ์โมกุล
ด้านหนึ่งแกะสลักรูปดอกป๊อปปี้ (ซ้าย) อีกด้านหนึ่งจารึกบทสวดตามคัมภีร์อัลกุรอาน (ขวา)
ภาพจาก: http://www.columbia.edu
 
ในยุคอียิปต์โบราณเชื่อกันว่ามรกตเป็นสัญลักษณ์ของความสมบูรณ์ ความหวัง การเกิดใหม่ และความเป็นอมตะ ดังนั้น ในบรรดาสมบัติที่จะถูกบรรจุในพีระมิดของฟาโรห์เมื่อสิ้นพระชนม์มักจะมีข้าวของเครื่องใช้และเครื่องประดับที่ทำจากมรกตรวมอยู่ด้วยเสมอ นี่จึงอาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่มรกตเป็นอัญมณีซึ่งเป็นที่โปรดปรานของพระนางคลีโอพัตรา ราชินีผู้เลอโฉมและทรงอิทธิพลของอียิปต์ ทั้งนี้มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่สามารถบ่งชี้และยืนยันได้ว่า เมื่อราว 500 ปี ก่อนคริสตกาล อียิปต์มีการทำเหมืองมรกตบริเวณใกล้กับทะเลแดง นับเป็นประเทศแรกๆ ที่มีการทำเหมืองอัญมณี และยังเป็นประเทศผู้ผลิตมรกตที่สำคัญของโลกในขณะนั้นอีกด้วย


ช่างเป็นความบังเอิญอันเหลือเชื่อที่ ‘เอลิซาเบธ เทย์เลอร์’ นักแสดงเจ้าบทบาทผู้ซึ่งเคยรับบทเป็นพระนางคลีโอพัตรา ในภาพยนต์เมื่อปี 1963 ก็เป็นอีกหนึ่งคนที่หลงใหลในมนต์เสน่ห์ของมรกต โดยในปี 1962 เอลิซาเบธ เทย์เลอร์ ได้พบรักกับริชาร์ด เบอร์ตัน พระเอกขั้นเทพแห่งยุค ผู้รับบทเป็นมาร์ก แอนโทนี ขณะถ่ายทำภาพยนต์เรื่องคลีโอพัตราในประเทศอิตาลี ริชาร์ด เบอร์ตัน ได้หมั้นเอลิซาเบธ เทย์เลอร์ ด้วยแหวนมรกตขนาด 7.4 กะรัต ล้อมเพชร 12 เม็ด บนตัวเรือนแพลทินัมของ Bvlgari ทั้งคู่เข้าพิธีแต่งงานเมื่อปี 1964 โดยพ่อบุญทุ่มอย่างริชาร์ด เบอร์ตัน ได้กำนัลเธอด้วยเครื่องประดับมรกตชุดใหญ่ของ Bvlgari ซึ่งเป็นที่กล่าวขานกันถึงความอลังการ อันประกอบด้วย สร้อยคอ จี้ ต่างหู และสร้อยข้อมือ เพื่อเป็นของขวัญวันแต่งงานให้แก่ดาวจรัสฟ้าดวงนี้  

ชุดเครื่องประดับมรกตล้อมเพชรจาก Bvlgari ของขวัญวันแต่งงานที่ริชาร์ด เบอร์ตัน มอบให้แก่เอลิซาเบธ เทย์เลอร์

 
เอลิซาเบธ เทย์เลอร์ ในบทคลีโอพัตรา
ภาพจาก: The Telegraph

ไม่เพียงแต่เป็นที่ต้องตาต้องใจในหมู่มวลมนุษย์เท่านั้น ชื่อเสียงด้านความสวยงามของมรกตยังกระฉ่อนไปไกลจนแม้แต่ทวยเทพก็ยังต้องยอมจำนน กล่าวกันว่ามรกตเป็นอัญมณีซึ่งเป็นที่โปรดปรานของวีนัส เทพีแห่งความรัก มรกตจึงถูกยกให้เป็นสัญลักษณ์ของความรักที่สมหวังมั่นคงยืนยาว คู่แต่งงานนิยมมอบมรกตให้เป็นของขวัญวันครบรอบแต่งงานปีที่ 3 และ 20 อีกด้วย


ศูนย์ข้อมูลอัญมณีและเครื่องประดับ
สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน)

-------------------------------------------------
ข้อมูลอ้างอิง:
1. Emerald Meaning, Powers and History. Jewels for me. http://www.jewelsforme.com/emerald-meaning
2. Historical Reading: The Ancient Emerald Mines in Egypt. GIA. https://www.gia.edu/gia-news-research/historical-reading-ancient-emerald-mines-egypt
3. Elizabeth Taylor’s Bulgari Emeralds and Diamonds. Diamonds in the Library. (23 February 2013) http://diamondsinthelibrary.com/elizabeth-taylors-bulgari-emeralds-and-diamonds/
4. มรกต. Patchra Personal Library. (6 July 2017). http://www.patchra.net/minerals/etc/emerald01.php

 


บทความนี้เกิดจากการเขียนและส่งขึ้นมาสู่ระบบแบบอัตโนมัติ สมาคมฯไม่รับผิดชอบต่อบทความหรือข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือทำให้เกิดความเสียหาย หรือละเมิดสิทธิใดๆ กรุณาแจ้งมาที่ ht.ro.apt@ecivres-bew เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกจากระบบในทันที