ณัชร

ผู้เขียน : ณัชร

อัพเดท: 25 พ.ค. 2007 09.10 น. บทความนี้มีผู้ชม: 9706 ครั้ง

Banzai!


ที่มาของการฝ่าลมหนาวไปพระราชวังอิมพีเรียล

(หมายเหตุ: เรื่องนี้นำมาเล่าจากไดอารี่ของผู้เขียน และภาพถ่ายนี้ถ่ายเอง)

 

"Banzai! Banzai! Banzai!"


ในภาพ องค์สมเด็จพระจักรพรรดิและพระบรมวงศานุวงศ์ญี่ปุ่น
เสด็จออก ณ
ระเบียงด้านหน้าพระราชวังอิมพีเรียลด้านใน
เปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าไปถวายพระพรเนื่องในโอกาสปีใหม่
และทรงมีพระราชดำรัสอวยพรประชาชนทั้งประเทศด้วย 
โดยในปีหนึ่งในเขตพระราชฐานด้านในนี้จะเปิดให้ประชาชนเข้าไป
ได้เพียง ๒ ครั้ง คือ
วันเฉลิมพระชนมพรรษาองค์สมเด็จพระจักรพรรดิ
คือ วันที่ ๒๓ ธค. และ วันที่ ๒ มค.
เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่
ฉันเริ่มสนใจติดตามอ่านบทสัมภาษณ์องค์สมเด็จพระจักรพรรดิ
ตั้งแต่ทรงเสด็จเยือนประเทศไทยในฐานะพระราชอาคันตุกะของ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในงานฉลองสิริราชสมบัติเมื่อกลางปีนี้แล้ว
ด้วยเหตุผลง่าย ๆ คือฉันกำลังเตรียมตัวจะมารับทุนที่ประเทศของท่านนี่เอง 
ดังนั้น  ในบรรดาพระราชอาคันตุกะทั้งหลาย  ฉันจึงมีความสนใจที่จะอ่าน
เรื่องราวเกี่ยวกับพระองค์ท่านมากกว่าใคร
อีกทั้งฉันต้องการจะเก็บข้อมูลไว้
ไปรายงานเซนเซวิชาดาบซามูไรของฉันด้วย


และยิ่งฉันได้อ่านบทสัมภาษณ์องค์สมเด็จพระจักรพรรดิมากขึ้นเท่าใด

ก็ยิ่งทราบว่าท่านและราชวงศ์เบญจมาศทรงมีความสนิทสนมผูกพันกับในหลวง
และราชวงศ์จักรีของเราอย่างลึกซึ้งมาเป็นเวลานานหลายสิบปีแล้ว
และสำหรับในหลวงของเรานั้น  องค์สมเด็จพระจักรพรรดิท่านทรงสนิทสนมด้วย
เป็นพิเศษ
 

และนี่เป็นครั้งแรกด้วยที่ทรงเสด็จเยือนต่างประเทศอย่างเป็นทางการในฐานะองค์
สมเด็จพระจักรพรรดิซ้ำถึงสองครั้ง
  เพราะปกติตามธรรมเนียม protocol
มักจะไม่ทำซ้ำกัน  คือถ้าเคยเสด็จแล้ว  อีกครั้งจะไม่นับเป็นทางการ  แต่จะ
เสด็จเป็นการส่วนพระองค์มากกว่า


นอกจากนี้  ประเทศไทยยังเป็นประเทศแรกที่ทรงเสด็จหลังจากทรงครองราชย์
อีกด้วย
  ซึ่งเรื่องอย่างนี้ ทั้งในเรื่อง protocol และในเรื่องการเลือกเสด็จไทย
เป็นประเทศแรก
  ผู้ที่อยู่ "นอกวงการ" อาจไม่เห็นเป็นเรื่องสำคัญอะไร  แต่
สำหรับ "คนใน" แล้ว
  นับว่า  องค์สมเด็จพระจักรพรรดิทรงถวายพระเกียรติ
ในหลวงของเราเป็นอย่างยิ่งมาก

ถ้าอยากจะทราบถึงความชื่นชมที่ทรงมีต่อในหลวงของเราว่ามากแค่ไหน 
ก็อาจจะพอยกตัวอย่างได้  ใน
คำพระราชทานสัมภาษณ์ของพระองค์ท่านที่มีต่อสื่อมวลชนชาวญี่ปุ่น
ก่อนที่จะทรงเสด็จเยือนประเทศไทยเป็นทางการ ในคราวงานฉลองของ
ในหลวงนั่นเอง

ฉันนั้นเป็นคนรักในหลวง  และในส่วนของต้นตระกูลของฉันเอง ทางฝ่าย
คุณหญิงย่าก็เคยได้มีโอกาสมารับใช
้เบื้องพระยุคลบาทถึงญี่ปุ่นมาตั้งแต่
สมัยล้นเกล้าร.๕มาจนถึงร.ปัจจุบัน
  กล่าวได้ว่า  ต้นตระกูลฉัน
ก็ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากทั้งสองราชวงศ์
ในการดูแลทุกข์สุขมานาน
กว่าร้อยปีแล้วในสองประเทศ ในต่างกรรม ต่างเวลากัน
 

จนกระทั่งมาถึงรุ่นของฉันนี่  ฉันก็ยังได้รับน้ำใจไมตรีจากแผ่นดินนี้
มาเป็นระยะ ๆ
ไม่ขาดสาย  จนกระทั่งถึงวันนี้

ดังนั้น  ฉันจึงยึดเอาองค์คุณธรรมข้อกตัญญูกตเวทิตาธรรมเป็นที่ตั้ง
แล้วก็น้อมใจไว้ว่า ถ้ามีโอกาส ฉันก็อยากจะไปแสดงมุทิตาจิต ต่อผู้ที่เคย
ให้การช่วยเหลือเกื้อกูลแก่ฉันและต้นตระกูลมามิได้ขาด
 

จึงเป็นที่น่ายินดียิ่ง  ที่ได้ทราบเมื่อไม่กี่อาทิตย์นี้เองว่า  ทุก ๆ ปี 
ที่ญี่ปุ่นจะเปิดให้ประชาชนเข้าไปถวายพระพรองค์พระจักรพรรดิได้
ในช่วงปีใหม่
  ฉันเลยตั้งใจไว้ว่า  ไม่ว่าจะหนาวเหน็บแค่ไหน 
ก็จะสู้เพียรไปร่วมงานให้ได้  เพียงเพื่อจะส่งใจไปกวายพระพร
และกล่าวอนุโมทนากับกิจต่าง ๆ
ที่ท่านทรงทำในการบำบัดทุกข์
บำรุงสุขต่อราษฎร
  ทั้งที่ได้รับการเผยแพร่ออกสู่สายตาประชาชน
และที่ไม่ได้รับการเผยแพร่อีกมากมาย  เพราะมีกม.และกฏข้อบังคับต่าง ๆ
ที่ฉันไม่อยากจะเอ่ยเลยว่า เป็นเพราะรัฐธรรมนูญใหม่ที่อเมริกันไปเขียนไว้
หลังสงครามโลกครั้งที่ ๒ แท้ ๆ เชียว จึงกีดกันให้องค์พระจักรพรรดิทรงห่าง
จากประชาชนคนญี่ปุ่น และทำให้คนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าท่านทรงงานให้ประชาชน
มากเพียงใด คล้าย ๆ ในหลวงของเรานั่นเอง

การไปเข้าเฝ้าจะเป็นอย่างไร  เดี๋ยวพรุ่งนี้มาเล่าต่อดีกว่า  วันนี้เหนื่อยมากแล้ว.....


บทความนี้เกิดจากการเขียนและส่งขึ้นมาสู่ระบบแบบอัตโนมัติ สมาคมฯไม่รับผิดชอบต่อบทความหรือข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือทำให้เกิดความเสียหาย หรือละเมิดสิทธิใดๆ กรุณาแจ้งมาที่ ht.ro.apt@ecivres-bew เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกจากระบบในทันที