จิราภรณ์

ผู้เขียน : จิราภรณ์

อัพเดท: 04 ก.พ. 2008 16.20 น. บทความนี้มีผู้ชม: 3790 ครั้ง

เป็นความเชื่อและเรื่องเล่านะจ๊ะ เพื่อนๆ จากนักปรัชญาคนหนึ่งค่ะ


นักปรัชญาเล่าสู่กันฟัง

 ทุกท่านอาจจะงงในเรื่องของ พรหมลิขิต ทำไมต้องตั้งชื่อว่าพรหมลิขิต ..แล้วลิขิตอะไรบ้าง ... แล้วทุกท่านลองอ่านดูนะค่ะว่า มันตรงกับที่พระพรหมลิขิตชีวิตท่านหรือเปล่า

                ตอนที่พระพรหมอยู่บนสวรรค์  พระพรหมได้รับคำสั่งจากองค์อินทร์ให้มีหน้าที่ปั้นคนให้มาเกิดบนโลกมนุษย์ด้วยดินเหนียวแล้วใส่สนามแม่เหล็กฝั่งลงไปในดินรูปคนปั้นนั้น.....พอพระพรหมปั้นเสร็จ พระพรหรมก็ผ่าครึ่งรูปคนปั้นนั้น แล้วโปรยลงมาบนโลกมนุษย์......ขณะที่โปรยลงมานั้น ...ลมมันก็พัดปลิวกระจัดกระจาย....( อ๋อ ลืมบอกไป  รูปคนที่พระพรหมปั้นแล้วก็ผ่าเป็น 2 ชิ้นนั้น ก็จะกลายเป็นชาย 1 ซีก หญิง 1 ซีก...กลายเป็นคน 2 คน) .....55555555++

            เมื่อปล่อยลงมาแล้ว ...ขณะที่ปล่อยลงมานั้น รูปปั้นทั้งสองซีกของรูปปั้นก็ต่างลอยในอากาศเพื่อตกสู่พื้นดิน....(.หนูให้ตอนที่รูปปั้นลอยอยู่ในอวกาศเป็นตอนที่กำลังมีชีวิต ถ้าตกถึงพื้นเมื่อไหร่ ถือว่าตายทันดีนะเจ้าค่ะ).....

          พระพรหมก็ปั้นแล้วก็ผ่าลงมาเรื่อยๆ ..ปั้นตลอด 24 ชั่วโมง ปั้นแล้วผ่า ...ปั้นแล้วผ่าอยู่อย่างนั้น  รูปปั้นที่ถูกผ่าก็ถูกโปรยลงมาบนโลกมนุษย์ กระจัดกระจายออกจากกัน  แต่ด้วยแรงแม่เหล็กที่ฝังอยู่ในรูปปั้นแต่ละซีกนั้น  ก็เริ่มดึงดูดเข้ามาหากัน

            รูปปั้นซีกที่ถูกแยกกันไกล...ก็อาจจะมาเจอกันช้าหน่อย...นั่นก็หมายความว่า  คนที่อยู่ไกลกัน คนละประเทศ  ...ถ้าเป็นเนื้อคู่กันสักวันก็ต้องมาเจอกันอยู่ดี...( อย่างกับ คนไทยได้แฟนฝรั่ง 5555555+++)

          ลักษณะต่อไปของรูปปั้นที่พระพรหมโปรยคือ  ตอนโปรยลงมา  ไอ้ดินเหนียวเนี่ย ดันไปจับกับดินก้อนอื่นซึ่งไม่ใช่คู่ของตัวเอง ...ดินก้อนนั้นประกอบกันไม่สนิทหรอก...( ก็พระพรหมผ่าไม่วัดขนาด...เพราะฉะนั้น ต้องประกบได้เพียงแค่คู่ของตัวเองเท่านั้น ถึงจะสนิท)..55555++   พระพรหมเห็นว่า ดินมันติดกัน ก็เลยกระตุกเชือกออกให้ดินมันหลุดออกจากกันเพื่อลอยหาคู่ของมัน....จึงเหมือนกับ รักเทียม ที่อยู่ด้วยกันแล้วก็ต้องแยกออกจากกัน...( เพราะพระพรหมกระตุกเชือก) 555++

            บางคู่แต่งงานกันเร็วมากๆๆ สายฟ้าฟาดเลย...อาจเป็นเพราะ พระพรหมโปรยลงมาแล้วอยู่ใกล้ๆกัน  แม่เหล็กเลยดูดเข้ามากันเร็ว..555++  แต่บางคน ที่ไร้คู่ยังหาคู่ไม่ได้นั้น  อาจเป็นเพราะ พระพรหมโปรยไกลไปหน่อย....แม่เหล็กยังหาขั้วดูดไม่ได้ ( อ.ขจิต ว่าจริงไหมค่ะ) ......แต่ยังไงเดี๋ยวแรงลมก็จะช่วยให้มาเจอกันเอง 

          แต่บางคน  ดินที่พระพรหมปั้น โปรยมาตั้งนานแล้ว...ยังหาคู่ไม่ได้เลย  ดินก็เริ่มแตกระแหง  แล้วก็สลายไป เพราะฉะนั้น  เหตุการณ์ประเภทนี้ ก็คือ  พวกที่ไร้คู่ เพราะคู่แตกไปแล้ว ต้องเป็นโสดตลอดนั่นเอง 555555555++

            พวกที่ตายแล้วฟื้น ฟื้นมาได้อย่างไร ..ทุกท่านไม่ต้องงงค่ะ  ก็คืออย่างนี้ค่ะ .....เมื่อดินซีกนั้น ลงสู่พื้นดิน (ซึ่งหนูถือว่าตาย....ถ้ามีชีวิตต้องลอยอยู่ในอากาศเท่านั้น)....พอดินลงสู่พื้นดิน แล้วไปโดนตรงสันดิน มันเลยกระเด้งขั้นไปไหม 55+++ ( แบบว่าพระกำลังสวดอภิธรรม แล้วฟื้นขั้นมา ก็น่าจะเป็นประเภทนี้อ่ะนะเจ้าค่ะ) 5555++

            บางครั้งพระพรหมอาจจะตาลายปั้นมานาน...เลยผ่าไม่ค่อยตรงสักเท่าไหร่ ......อีกซีกหนึ่งใหญ่ อีกซีกหนึ่งเล็ก ..เพราะฉะนั้นเนื้อคู่ของคู่นี้ ก็จะมีคนหนึ่ง อ้วน คนหนึ่งผอม 555555555+++ ....บางครั้ง  พระพรหมรีบ หยิบดินไม่ถูก ขาวครึ่งหนึ่ง ดำครึ่งหนึ่ง เอามาปั้น...เพราะฉะนั้น คนคู่นี้ ก็จะดำคน ขาวคน 55555555++

               ผู้ที่คิดเรื่องพระพรหมขึ้นมานี้ ก็คือ อ.ธวัช เล้าภาษิต  รองผู้อำนวยการโรงเรียนบางลี่วิทยา ....( ท่านไปนั่งทานอาหารโต๊ะจีนงานรับปริญญาพี่สาวหนู...ท่านเลยแต่งเรื่องพรหมลิขิตนี้มา...หนูประทับใจในการแต่งเรื่องของท่าน...เพราะท่านเป็นนักปรัชญาที่ดีมากๆ...ก็เลยเอามาเล่าให้พี่น้องชาวบล๊อคได้ฟัง..)

              พระพรหมผ่ารูปปั้นให้ทุกท่านเป็นยังไงบ้างเจ้าค่ะ....แล้วเจอรูปปั้นอีกซีกแล้วหรือยัง  ...ปลิวไปไหนแล้วหรือเปล่า...หรือว่าตกมหาสมุทรไปแล้วเนี่ย...555555555+++

                                มีคำถามอะไรถามได้นะเจ้าค่ะ --------> น้องจิ ^_^


บทความนี้เกิดจากการเขียนและส่งขึ้นมาสู่ระบบแบบอัตโนมัติ สมาคมฯไม่รับผิดชอบต่อบทความหรือข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือทำให้เกิดความเสียหาย หรือละเมิดสิทธิใดๆ กรุณาแจ้งมาที่ ht.ro.apt@ecivres-bew เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกจากระบบในทันที