TPA Writer Where The new ideas begin

ขนิษฐา
ผู้เขียน
ขนิษฐา
คะแนนโหวต
0
ผู้เข้าชม
26836
อัพเดท
14 พ.ย. 2006 16.25 น.

สร้างเสริมการเรียนรู้ของนักศึกษา "นายประเสริฐ ยังรอด"

คอนกรีต

                                 วัสดุในงานก่อสร้าง (คอนกรีต)

นักศึกษา  นายประเสริฐ ยังรอด 
ประสบการณ์ปัจจุบัน  : ควบคุมงานก่อสร้างบ้านจัดสรร

คอนกรีตเป็นวัสดุที่รู้จักและใช้กันในวงการก่อสร้างมานานนับ 1,000 ปี ตั้งแต่ครั้งอาณาจักรโรมันรุ่งเรือง  ชาวโรมันได้ใช้วัตถุธรรมชาติจำพวกพอซโซลานามาบดผสมกับหิน ทรายและน้ำแล้วเทลงในแบบซึ่งทำตามรูปร่างที่ต้องการ เมื่อทิ้งไว้ระยะเวลาหนึ่งจะเกิดการแข็งตัวขึ้น ถ้าถอดแบบ ออก จะได้คอนกรีตตามแบบที่ต้องการและสามารถใช้งานได้เป็นอย่างดี จะพบเห็นได้ทั่วไป เพื่อนำไปใช้ตามอาคารถาวรเช่น ทำกำแพงโบสถ์ ทำวิหาร ท่อลำเลียงน้ำ เป็นต้น

วัสดุที่ใช้ผสมคอนกรีต

วัสดุที่ใช้ผสมคอนกรีตนั้นมีดังนี้

1. ปูนซีเมนต์

ปูนซีเมนต์ทำหน้าที่ประสานมวลในคอนกรีต เช่น หินและทรายให้ติดกัน ปูนซีเมนต์ทำหน้าที่คล้ายกับกาว และมีให้เลือกใช้หลากหลายลักษณะที่แตกต่าง ๆ กันตามวัตถุประสงค์ของการทำคอนกรีต เช่น คอนกรีตที่ต้องการแข็งตัวเร็วจะใช้ปูนซีเมนต์ประเภทหนึ่ง คอนกรีตที่หล่อในทะเลซึ่งเป็นน้ำเค็มก็จะใช้ปูนซีเมนต์อีกประเภทหนึ่ง

2. มวลรวมละเอียดหรือวัสดุผสมย่อยอย่างละเอียด (fine aggregate)

วัสดุประเภทนี้อาจเป็นทรายหยาบหรือผงที่ได้จากการย่อยหิน หรือจากตะกรันที่หล่อโลหะแล้วมาบดให้ละเอียดให้ได้ขนาดตามที่ต้องการ แต่ที่ใช้ในการก่อสร้างในประเทศไทยส่วนมากมักจะเป็นทรายมากกกว่าวัตถุอื่น ซึ่งทรายที่เลือกใช้นั้นจะต้องสะอาด แข็งแกร่ง ทนทาน ไม่มีสารเคมีหรืออินทรียวัตถุเจือปน ไม่มีคราบดินโคลนจับติดที่ผิว เพราะจะทำให้การยึดเหนี่ยวของปูนซิเมนต์เสียกำลังไป ดังนั้นก่อนที่จะนำทรายมาใช้จึงควรที่จะร่อนให้สะอาดก่อน

3. มวลรวมหยาบหรือวัสดุผสมย่อยอย่างหยาบ (coarse aggregate)

ปกติจะใช้หินปูนที่นำมาย่อยเป็นขนาดที่เหมาะกับการผสมคอนกรีตคือ ต้องไม่ใหญ่เกินไปเพราะจะทำให้ไม่สามารถเทเข้าไปในระหว่างแบบหล่อกับเหล็กเสริมของคานหรือเสาได้ในกรณีที่ทำคอนกรีตเสริมเหล็ก สำหรับหินที่ใช้ผสมนี้ควรมีขนาดที่คละกัน เช่น หินเบอร์ 2 และหินเบอร์ 1 ทั้งนี้เพื่อให้มีช่องว่างระหว่างหินน้อยลง ทำให้คอนกรีตแข็งแรงและแน่น

4. น้ำ

น้ำที่ใช้ผสมคอนกรีตต้องเป็นน้ำที่สะอาด ซึ่งในการก่อสร้างส่วนมากมักระบุว่าต้องเป็นน้ำสะอาดที่ใช้ดื่มได้ เช่น น้ำประปา

5. สารผสมเพิ่ม

ในงานคอนกรีตบางชนิดจะต้องมีความต้องการพิเศษมากไปกว่าคอนกรีตธรรมดา เช่น ต้องการให้กันน้ำได้ ก็ต้องผสมสารที่กันน้ำลงไปในส่วนผสมของคอนกรีต เพื่อให้คอนกรีตนั้นๆ แน่น น้ำไม่สามารถผ่านได้

การผสมคอนกรีต

คอนกรีตนั้นประกอบด้วยปูนซิเมนต์ ทราย หินย่อย และน้ำ ซึ่งปูนซิเมนต์เป็นตัวสำคัญที่สุด เพราะทำหน้าที่เป็นกาวสำหรับติดยึดหินและทรายเข้าด้วยกัน

สำหรับงานทั่วๆ ไปอัตราส่วนผสมต่างๆ อาจใช้ตัวเลขดังต่อไปนี้เป็นแนวทางในการทำงาน ดังแสดงในตาราง

คอนกรีต*

ลักษณะหิน

ปริมาตรที่ใช้

1 : 3 : 6

1 : 3 : 6

1 : 2 : 4

1 : 2 : 4

แห้ง

ชื้น

แห้ง

ชื้น

32 ลิตรต่อปูนซีเมนต์ 1 ถุง (50 กก.)

28 ลิตรต่อปูนซีเมนต์ 1 ถุง (50 กก.)

26 ลิตรต่อปูนซีเมนต์ 1 ถุง (50 กก.)

23 ลิตรต่อปูนซีเมนต์ 1 ถุง (50 กก.)

*อัตราส่วนผสมของคอนกรีตคือ ซีเมนต์: ทราย: หินย่อย

การผสมคอนกรีตนั้นอาจผสมสมได้หลายวิธี เช่น ผสมด้วยมือธรรมดาด้วยแรงคนโดยใช้พลั่วหรือจอบผสมปูน ผสมด้วยเครื่องผสมคอนกรีตขนาดเล็กซึ่งมีจำหน่ายสำหรับผสมคอนกรีตโดยใช้เครื่องยนต์ขับเคลื่อนหม้อผสม หรือเป็นเครื่องผสมคอนกรีตขนาดใหญ่จากโรงงานและบรรทุกมาส่งยังที่ก่อสร้าง ขณะขับรถมาบนถนนโม่ที่ผสมคอนกรีตก็หมุนผสมไปด้วยเพื่อไม่ให้คอนกรีตแข็งตัวเสียก่อน

ส่วนของผสมคอนกรีต

ส่วนผสมของวัสดุต่างๆ ในคอนกรีตเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องระมัดระวังคอนกรีตจะมีสมบัติดีได้นั้นจะต้องระมัดระวังเกี่ยวกับความสะอาดของวัสดุ สมบัติของวัสดุ ชนิดของปูนซิเมนต์ อัตราส่วระหว่างน้ำกับปูนซิเมนต์ เพื่อไม่ให้คอนกรีตข้นหรือเหลวเกินไป การผสมให้วัสดุต่างๆ เข้ากันจนเป็นเนื้อเดียว อัตราส่วนผสมของวัสดุนั้นอาจใช้ได้ 2 วิธีคือ

1. อัตราส่วนผสมโดยน้ำหนักของวัสดุผสมชนิดต่างๆ

2. อัตราส่วนผสมโดยปริมาตรของวัสดุของส่วนผสม

สำหรับงานคอนกรีตเสริมเหล็กทั่วๆไปนั้นมีส่วนผสมคือ ปูนซิเมนต์ : ทราย: หินย่อย ซึ่งตวงโดยปริมาตรดังนี้

อัตราส่วน 1: 1 ½: 3 ใช้ในกรณีที่หล่อเสาและส่วนของโครงสร้างอาคารที่ต้องการให้แน่นกับน้ำ

อัตราส่วน 1: 2: 4 ใช้ในกรณีที่ต้องการคอนกรีตเสริมเหล็กที่เป็นโครงสร้างทั่วไปเช่น เสา พื้น คาน บันได

อัตราส่วน 1: 3: 5 ใช้ในกรณีที่หล่องานคอนกรีตขนาดใหญ่ เช่น ฐานรากขนาดใหญ่ หรือผนังหนาๆ

การเทคอนกรีต

การเทคอนกรีตนั้นจะต้องระวังอย่าให้ส่วนแยกออกจากกัน เพราะจะทำให้คอนกรีตเสียกำลัง เช่น ในกรณีที่เทคอนกรีตในระยะที่สูงมาก ๆ อาจทำให้วัสดุผสมแยกตัวกัน ตามปกติในเสาขนาดใหญ่นั้น ถ้าการเทสูงกว่า 2 เมตร จะต้องทำท่อลำเลียงลงไป แต่ในงานขนาดเล็ก เช่น บ้าน ซึ่งเสาขนาดไม่ใหญ่มากและต้องเทเสาสูงเกือบสามเมตร ก็อนุโลมให้เทได้โดยไม่ต้องใช้ท่อ

เพื่อให้คอนกรีตแทรกตัวเข้าไปในแบบหล่อได้ทั่วถึงและแน่น ขณะเทจะต้องใช้เครื่องเขย่าคอนกรีตที่เรียกว่า เครื่องสั่น (Vibrator) การใช้เครื่องนี้จะต้องให้สั่นพอสมควร ถ้าสั่นมากจะทำให้น้ำปูนลอยขึ้นมาหน้าผิวคอนกรีต

การบ่มคอนกรีต

เมื่อเทคอนกรีตแล้ว คอนกรีตจะเริ่มแข็งตัวตามระยะเวลาของชนิดปูนซีเมนต์ที่ใช้ตามความต้องการต่าง ๆ กัน ผิวของคอนกรีตภายนอกจะแข็งตัวเร็วกว่าคอนกรีตที่อยู่ภายใน ซึ่งการที่อุณหภูมิต่างกันนี้จะทำให้คอนกรีตแตกร้าวและเสียกำลังได้ ฉะนั้นต้องชะลอการแข็งตัวของคอนกรีตที่อยู่ที่ผิว หรืออีกนัยหนึ่งป้องกันไม่ให้อุณหภูมิสูงกว่าส่วนเนื้อคอนกรีตที่อยู่ภายในวิธีป้องกันนี้ทำโดยการบ่ม การบ่มตามปกติสำหรับปูนซีเมนต์ซิลิกาหรือที่เรียกว่าปูนซีเมนต์ผสมที่นำมาใช้ผสมคอนกรีตนั้น หลังจากเทคอนกรีตแล้วต้องการระยะเวลา 14 วัน จึงจะแข็งตัวดี ฉะนั้นจึงต้องบ่มอยู่ประมาณ 14 วัน การบ่มอาจทำได้โดยวิธีต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

    1. ใช้กระสอบป่าน เช่น กระสอบข้าวสารชุบน้ำให้ชุ่มใช้คลุมและรดน้ำอย่าให้กระสอบแห้งได้ ในกรณีที่เป็นเสาหรือคาน ค.ส.ล.
    2. แบบไม้ถ้าไม่จำเป็นจริง ๆ ไม่ต้องรีบถอด เพราะแบบไม้เป็นเครื่องป้องกันความร้อนได้เป็นอย่างดี
    3. ถ้าเป็นพื้นหรือถนน อาจใช้ดินเหนียวปั้นตั้งเป็นขอบโดยรอบ แล้วขังน้ำไว้บนพื้นหรือถนนนั้น
    4. ถ้าเป็นพื้นหรือถนน อาจใช้ขี้เลื่อยหรือทรายเกลี่ยให้ทั่วผิวหน้าแล้วรดน้ำให้ชุ่มตลอดเวลาที่บ่ม
    5. ใช้แผ่นพลาสติกคลุมการระเหยของน้ำในคอนกรีต
    6. ถ้าเป็นเสาหรือคานที่ไม่มีกระสอบคลุม อาจใช้วิธีฉีดน้ำวันละหลาย ๆ ครั้งเพื่อให้คอนกรีตภายนอกชุ่มชื้นอยู่เสมอ

การถอดแบบหล่อคอนกรีต

ระยะเวลาในการถอดแบบคอนกรีตเสริมเหล็กหลังจากเทคอนกรีตเข้าไปในแบบหล่อเสร็จเรียบร้อยแล้วนั้น จะใช้เท่าใดขึ้นอยู่กับชนิดของปูนซีเมนต์ที่ใช้และส่วนของโครงสร้างที่หล่อด้วยคอนกรีต ซึ่งอาจประมาณได้ดังตาราง

การคำนวณระยะเวลาโดยประมาณของการถอดแบบหล่อคอนกรีต

 

ชนิดของอาคารคอนกรีตที่ควรถอดแบบให้รับน้ำหนักตัวเองได้

ปูนซีเมนต์ซิลิกา

มีปูนซีเมนต์

1 ลบ.ม.คอนกรีต

ปูนซีเมนต์แข็งตัวเร็ว

มีปูนซีเมนต์ใน

1 ลบ.ม. คอนกรีต

ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์

มีปูนซีเมนต์ใน

1 ลบ.ม. คอนกรีต

300-350

กก.

375-425

กก.

450-500

กก.

250-325

กก.

350-400

กก.

425-500

กก.

300-350

กก.

360-400

กก.

425-500

กก.

คอนกรีตเสริมเหล็ก(หล่อในที่ก่อสร้าง)เช่น คาน ตง ค้ำยัน กำแพงกันดิน

วัน

วัน

วัน

วัน

วัน

วัน

วัน

วัน

วัน

21

21

15

15

10

7

8

5

3

คอนกรีตเสริมเหล็กชนิดบางบนพื้นคอนกรีต

โครงที่รับน้ำหนักบิด เช่น บันได

 

21

 

21

 

21

 

18

 

14

 

10

 

12

 

7

 

5

คอนกรีตที่ไม่มีเหล็กเสริมส่วนที่สำคัญ หรืคอนกรีตเสริมเหล็กที่ต้องรับกำลังอย่างแรง เช่น เข็ม

 

28

 

28

 

28

 

21

 

21

 

15

 

14

 

10

 

7

 

 

เอกสารอ้างอิง หนังสือวัสดุก่อสร้าง
พงศ์พัน วรสุนทโรสถ

วรพงศ์ วรสุนทโรสถ

โหวตให้คะแนนบทความ

  • ตอนที่ 1 : คอนกรีต

ความคิดเห็น

Comment. 0007
มงคล โฉแก้ว
มงคล โฉแก้ว
ผมขอบคูณมากที่ได้เข้ามาดูเวฟของคุณได้แนวทางในการคำนวนหาปริมาณการใช้ส่วนผสมของปูที่ถูกต้องขอบคุณมากๆๆๆๆๆ
แจ้งลบความเห็น

Comment. 0006
นิรนาม
นิรนาม
อ่านง่ายดีค่ะ แต่น่าจะมีเรื่องของทรายกับหินด้วย
แจ้งลบความเห็น

Comment. 0005
ตุ๊กแก
ตุ๊กแก
เนื้อหาดี แต่ขอภาพประกอบด้วยได้ไหมค่ะ
แจ้งลบความเห็น

Comment. 0004
เน๊ะ
เน๊ะ
อยากให้มีรปด้วยอ่ะค่ะ
แจ้งลบความเห็น

Comment. 0003
เทพนัดดา
เทพนัดดา
อุ๊ย...มาเจอคราวนี้ อ่านง่ายแล้วครับ ขอบคุณครับที่กรุณาปรับปรุง เพราะมีประโยชน์มากเลยครับ
แจ้งลบความเห็น

Comment. 0002
เทพนัดดา
เทพนัดดา
โอว...เรื่องก็หนัก ตัวหนังสือก็ค่อนข้างอ่านยาก แต่ต้องพยายามอ่านครับ เพราะเนื้อหาดีมาก
แจ้งลบความเห็น

Comment. 0001
ผู้ชม คนหนึ่ง
ผู้ชม คนหนึ่ง
เนื้อหาดีครับ แต่ตัวหนังสือ อ่านยาก ไปนิด ช่วยแก้หน่อยก็ดีครับ เป็นข้อมูลที่ น่าสนใจมาก สำหรับ คนทั่วไป ที่สนใจ จะ ทำงาน บ้าน ก่อสร้าง เล็กๆ น้อยๆ เอง
แจ้งลบความเห็น

กติกาการโพสข้อความ
  • กรุณาใช้ถ้อยคำที่สุภาพ
  • ไม่มีเนื้อหาในเชิงกล่าวหา ให้ร้าย หรือ หมิ่นประมาท
  • ไม่มีเนื้อหาที่เจตนาก่อให้เกิดความเข้าใจผิด หรือ เจตนาให้เกิดความขัดแย้ง
  • ไม่มีเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม และ ผิดกฎหมาย
  • ทาง ส.ส.ท. ขอสงวนสิทธิ์ในการตรวจสอบข้อมูลก่อนนำขึ้นแสดง จึงขออภัยในความไม่สะดวก เพื่อเป็นไปตาม พรบ. คอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550
การโพสข้อความ : * เฉพาะสมาชิกค่ะ
facebook