นิรนาม

ผู้เขียน : นิรนาม

อัพเดท: 17 ม.ค. 2015 07.41 น. บทความนี้มีผู้ชม: 4070077 ครั้ง

www.thummech.com
เป็นความรู้เกี่ยวกับโลหะในทางทฤษฏี ทั้งโลหะที่เป็นเหล็ก และไม่ใช่เหล็ก
โลหะที่เป็นเหล็กที่จะกล่าวก็คือ เหล็ก และเหล็กกล้า
โลหะที่ไม่ใช่เหล็ก เช่น อลูมิเนียม ทองแดง แมกนีเซียม ฯลฯ
ตัวอย่างที่จะกล่าวในหนังสือเล่มนี้จะกล่าวเกียวกับ
- กรรมวิธีการผลิตโลหะ
- คุณสมบัติของโลหะ
- การวิเคราะห์โครงสร้างโลหะ
- การปรับสภาพของโลหะ
- แนวทางที่จะนำไปใช้ประโยชน์
-ฯลฯ

ลองติดตามผลงานดูนะครับ ติชมกันได้นะ มีคำถามอะไรก็ถามได้ ถ้ารู้ก็จะตอบให้ครับ

เมื่อการพัฒนาทางด้านวัตถุมีสูง มองมุมกลับ การพัฒนาทางด้านจิตใจ ด้านคุณธรรมก็ต้องให้สูงตามไปด้วย

วัตถุประสงค์ที่ทำก็คือ อยากเห็นประเทศของเรามีความทัดเทียม หรือเหนือกว่าประเทศที่พัฒนาแล้ว มีการสร้างเทคโนโลยีเป็นของตัวเอง ไม่ต้องตามใคร


86 การชุบผิวแข็งเครื่องมือ เครื่องกล และวิธีการพื้นฐาน

15.3.2 การชุบผิวแข็งสำหรับเครื่องมือ และชิ้นส่วนเครื่องกลอื่น ๆ

 

      เครื่องมือตัดบางอย่างต้องการผิวนอกที่แข็ง แต่พวกมันมักจะเกิดรอยร้าวได้ง่ายถ้า เครื่องมือตัดทั้งชิ้นมีแต่ความแข็ง เพราะมันจะเปราะ ดูที่รูป

 

 

รูปเครื่องมือตัด ใช้การชุบผิวแข็งเพื่อเพิ่มความทนทานต่อการเสียดสี

แนะนำเพื่อให้อ่านได้ต่อเนื่องให้ คลิกขวาเลือก Open link in new window

ติดตามผลงานได้ที่ www.thummech.com

 

นอกจากนี้ ก็ยังมีชิ้นส่วนเครื่องกลอีกมากมาย ที่ทำงานภายใต้ความกดดันที่มีระดับสูงระหว่างทำงาน จึงมีความต้องการเฉพาะพื้นผิวเครื่องมือตัด หรือชิ้นส่วนทางกลที่แข็งที่ทนทานต่อการเสียดสี และการแตก ยกตัวอย่างเช่น แบริ่ง, สลักลูกสูบ, เพลาข้อเหวี่ยง และเพลาลูกเบี้ยว

 

รูปแบริ่งตลับลูกปืนกลม

 

 

รูปเพลาลูกเบี้ยว

 

      ตัวอย่างทั้งหมดที่กล่าวมานี้ต้องทนต่อสภาพที่มีการเสียดสี ความเสียดทานอาจเกิดคงที่ตลอดการทำงาน อีกทั้งมักจะเกิดการกระแทกต่อชิ้นส่วนทางกลซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้อยู่ตลอดเวลา

 

      การทำผิวให้แข็งในสมัยโบราณ นักรบมักจะทำเกราะป้องกันอาวุธทิ่มแทงตัวเอง นักรบสมัยนั้นจะใช้วิธีการหยาบ ๆ ในการที่จะทำให้เกิดความแข็งของเกราะเพื่อป้องกันศัตรู นอกจากนี้ก็ยังนำมาทำที่อาวุธของพวกเขา เพื่อไม่ให้เกิดการแตกร้าวได้ง่ายในอาวุธ

 

รูปเกราะของนักรบโบราณ

 

      ในตัวอย่างตอนบนทั้งหมดที่กล่าวมานี้มักจะใช้วิธีการเคลือบผิวให้แข็ง ก็ใช้เพื่อสร้างความแข็งให้กับงาน และผลิตภัณฑ์ ผิวที่แข็งจะเป็นตัวเคลือบปกป้องภายนอก ส่วนเนื้อภายในยังมีความอ่อนนุ่ม การชุบผิวแข็ง จึงเป็นสิ่งที่จำเป็น และมีความต้องการที่จะนำไปใช้ประโยชน์เพื่อให้ผิวภายนอกทนทานต่อการเสียดสี และภายในมีความยืดหยุ่นได้

 

 

15.4 วิธีการพื้นฐานของการชุบผิวแข็ง

 

วิธีการชุบผิวแข็งมีวิธีการชุบพื้นฐานอยู่ 3 วิธีได้แก่

 

§  วิธีคาร์บูไรซิ่ง (Carburizing)

 

§  วิธีไนไตรดิง (Nitriding)

 

§  วิธีจำกัดวงความร้อน (Localized heating)

     

      ในปัจจุบัน งานอุตสาหกรรมทางด้านโลหะ นิยมใช้ 3 วิธีการนี้กันมากในการชุบผิวแข็ง โดยปกติจะมีถึง 8 (จะกล่าวในหัวข้อต่อ ๆ ไป) กระบวนการ แต่ 3 วิธีที่กล่าวมาจะถูกนำมาพิจารณาก่อนเป็นอันดับแรก ๆ

 

 

15.4.1 วิธีคาร์บูไรซิ่ง

 

      วิธีคาร์บูไรซิ่ง เป็นกระบวนการชุบอาบ (Impregnates) พื้นผิวภายนอกของเหล็กกล้าคาร์บอนต่ำ มีการเพิ่มจำนวนคาร์บอน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญของกระบวนการนี้ รองมาจากกระบวนการปรับสภาพทางความร้อน (การชุบแข็ง) วิธีคาร์บูไรซิ่งถูกนำมาใช้งานกันอย่างกว้างขวาง ที่ใช้เทคนิคทางด้านการชุบผิวแข็ง นอกจากนี้มันยังเป็นวิธีการที่ถูกที่สุดอีกด้วย

  

รูปการทำคาร์บูไรซิ่งเพลาเครื่องจักรกล

 

      เมื่อเหล็กกล้าคาร์บอนต่ำผ่านการชุบแข็งมาแล้ว ปกติมันจะไม่แข็งไปมากกว่ากัน กระบวนการของมันจะมีการเติมคาร์บอนด้วยวิธีคาร์บูไรซิ่ง เพื่อเพิ่มความสามารถให้เกิดความแข็งขึ้น

 

      มีอยู่สองขั้นตอนในวิธีคาร์บูไรซิ่ง อันดับแรกพื้นผิวของชิ้นงานถูกชุบอาบด้วยคาร์บอน และให้ความร้อนมันเหนือแนวเส้นอุณหภูมิของการเปลี่ยนรูปด้านสูง อันดับต่อไปก็นำชิ้นงานผ่านการชุบแข็ง การนำไปชุบแข็งอีกครั้งเนื่องมาจากว่าต้องการให้คาร์บอนมาติดกับพื้นผิวเพื่อที่ให้เกิดความแข็งมากขึ้น

 

      การเพิ่มคาร์บอนลงไปที่พื้นผิวจะทำให้เกิดการป้อนความแข็งโดยตรง ทำให้ผิวที่ได้ค่อนข้างจะแข็ง เนื่องมาจากการปรับสภาพความร้อนเป็นครั้งที่สอง ประโยชน์ที่สำคัญของการทำคาร์บูไรซิ่งก็คือ มีโอกาสที่จะจับชิ้นงานชุบแข็ง หลังจากพื้นผิวมีการทำคาร์บูไรซิ่ง ส่วนรายละเอียดจะได้กล่าวถึงในหัวข้อต่อ ๆ ไปในบทนี้     

 

วิดีโอการทำคาร์บูไรซิ่งในเตา

 

 

15.4.2 วิธีการไนไตรดิง

 

      ในวิธีการไนไตรดิง พื้นผิวของวัสดุเกิดความแข็งโดยการใช้ไนโตรเจน กระบวนการนี้คล้ายคลึงกับวิธีคาร์บูไรซิ่ง แต่ชิ้นงานไม่ความจำเป็นที่จะต้องผ่านการปรับสภาพความร้อนอีกครั้ง อะตอมของไนโตรเจนจะผสมกันทางเคมี กับอะตอมเหล็กกล้าที่อยู่ใกล้เคียง เพื่อให้เกิดรูปแบบส่วนประกอบไนไตรที่มีความแข็งอย่างมาก

 

รูปการทำไนไตรดิงแบบ พลาสมา

 

วิดีโอการทำไนไตรดิง

 

 

15.4.3 วิธีจำกัดวงความร้อน

 

      วิธีจำกัดวงความร้อน ใช้ความร้อน องค์ประกอบทางเคมีมีมากกว่า เลือกพื้นที่ที่จะต้องการทำให้ผิวแข็งมักใช้กับเหล็กกล้าคาร์บอนสูง ด้วยวิธีการนี้ จะนำไปใช้กับบางพื้นผิวที่ต้องการเท่านั้นที่เหล็กกล้าต้องการความแข็ง ชิ้นงานจะผ่านการชุบแข็งมาแล้ว แต่ต้องการที่จะเพิ่มความแข็งให้กับบางบริเวณให้พื้นผิวเกิดความแข็งกว่าเนื้อภายใน โดยเนื้อภายในยังคงความแข็งแบบเดิมไว้ไม่เปลี่ยนแปลง

 

      การให้ความร้อนจะไม่ร้อนจนเหนืออุณหภูมิเปลี่ยนแปลง หลักการที่สำคัญของวิธีจำกัดวงความร้อนก็คือ ความร้อนที่ให้จะอยู่ในบริเวณเฉพาะพื้นผิวที่ต้องการของเหล็กกล้าจนร้อนแดง โดยไม่เกิดความร้อนขึ้นมากภายในเนื้อเหล็ก

 

 

 

 

 

วิธีการจำกัดวงความร้อน มีวิธีที่นิยมทำอยู่ 2 วิธีนั่นคือ

 

·       การชุบผิวแข็งด้วยเปลวไฟ (Flame hardening)

 

·       การชุบผิวแข็งด้วยการเหนี่ยวนำกระแสไฟฟ้า (Induction hardening)

 

 

รูปการชุบผิวแข็งด้วยการใช้เปลวไฟ

 

 

รูปการชุบผิวแข็งด้วยการเหนี่ยวนำกระแสไฟฟ้า

 

กระบวนการเหล่านี้จะได้อธิบายต่อไปในบทนี้

 

 

 

ข้อคิดดี ๆ ที่นำมาฝาก

 

 

            “ความลับของความสำเร็จคือ

                                    เตรียมตัวให้พร้อมอยู่เสมอสำหรับโอกาสที่มาถึง”

"The secret of success in life is to be ready for your opportunity when it comes."
Benjamin Disraeli



บทความนี้เกิดจากการเขียนและส่งขึ้นมาสู่ระบบแบบอัตโนมัติ สมาคมฯไม่รับผิดชอบต่อบทความหรือข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือทำให้เกิดความเสียหาย หรือละเมิดสิทธิใดๆ กรุณาแจ้งมาที่ ht.ro.apt@ecivres-bew เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกจากระบบในทันที