เปมิกา

ผู้เขียน : เปมิกา

อัพเดท: 12 มี.ค. 2007 11.03 น. บทความนี้มีผู้ชม: 17048 ครั้ง

ใครไม่เคยเจอความหนักอึ้งและความเดียวดายคงไม่เข้าใจ


ห้าทุ่มห้าสิบห้ากับการนั่งแท็กซี่ครั้งแรก

เมื่อก้าวลงจากรถไฟ ฉันก็ได้สัมผัสกับอากาศที่ดูเหมือนจะเย็นขึ้นมาอีก คราวนี้ฉันมองเห็นบันไดเลื่อน อยู่ไม่ไกลจากที่ฉันยืนอยู่ ฉันรีบปรี่เข้าไปหามันทันที แต่ที่ไหนได้บันไดเลื่อนปิดให้บริการไปแล้วเรียบร้อย ฉันจึงต้องกลับมาพึ่งบันไดไม่เลื่อนเพื่อนยากอีกตามเคย  ความสนุกยังไม่หมดแค่นั้น ฉันจำเป็นต้องต่อรถอีกครั้งหนึ่งเพื่อไปยังจุดหมายสุดท้ายได้แก่บ้านครอบครัวอุปถัมภ์ของฉัน อันที่จริงฉันสามารถนั่งรถไฟไปถึงสถานีโอดะคิวซากามิฮาระซึ่งเป็นสถานีที่ใกล้ที่สุดได้ แล้วเดินต่ออีกราว 10 นาทีก็ถึงบ้าน แต่เพราะเวลาที่ฉันมาถึงบวกกับสัมภาระที่มี ครอบครัวอุปถัมภ์จึงแนะนำว่าฉันควรลงจากรถไฟก่อนหนึ่งสถานีซึ่งเป็นสถานีใหญ่แล้วนั่งแท็กซี่จะดีกว่า ฉันเห็นด้วย จึงมองหาแท็กซี่ซึ่งจอดเรียงรายรอรับผู้โดยสารอยู่หน้าสถานี ฉันยกกระเป๋าด้วยความระมัดระวัง คราวนี้โชคดีหน่อยที่เป็นการเดินลงบันได ทำให้ฉันออกแรงน้อยลงหน่อย คนขับแท็กซี่ช่วยฉันขนกระเป๋าขึ้นรถ หลังจากออกรถ ฉันยื่นกระดาษที่จดที่อยู่ของครอบครัวอุปถัมภ์เอาไว้ ให้กับคนขับ โดยไม่ได้เตรียมใจก่อนเลยว่าเขาจะบอกกับฉันว่าไม่รู้จัก ฉันถอนหายใจเฮือกใหญ่ ทำไมมันถึงได้มีแต่เรื่องตื่นเต้นอย่างนี้นะ ฉันพยายามสื่อสารด้วยภาษาญี่ปุ่นอย่างกระท่อนกระแท่นกับคนขับว่า บ้านของเขาอยู่ใกล้ๆสถานีรถไฟ  คนขับรับคำ แล้วพูดบางอย่างกับตัวเองซึ่งฉันก็ฟังไม่ค่อยจะออก ถนนหนทางในเวลากลางคืนทำไมมันถึงน่ากลัวอย่างนี้ ฉันนั่งอยู่ในรถโดยมีผู้ชายที่ฉันไม่รู้จักเป็นคนขับ  บนถนนที่ฉันไม่รู้จักชื่อด้วยซ้ำไป คนขับรถก็ขับรถไปเรื่อยดูทางบ้าง ดูแผนที่บ้าง ฉันทั้งหนาวทั้งกลัว คิดในใจว่ารู้อย่างนี้ยอมเดินเข้าบ้านเสียยังดีกว่า  

หลังจากวนหาอยู่พักใหญ่ อยู่ๆเขาก็ร้องอุทานออกมาพลางชี้ให้ดูว่าถึงที่หมายที่ฉันต้องการแล้ว ฉันมองให้ชัดๆอีกที แล้วฉันก็เห็นป้ายชื่อหน้าบ้านเขียนนามสกุลของครอบครัวอุปถัมภ์ของฉันไว้อย่างชัดเจน  มันเป็นช่วงเวลาที่แสนสุขจริงๆ  ฉันจ่ายค่าโดยสารตามที่ขึ้นไว้บนมิเตอร์ แต่เขากลับยื่นคืนให้ฉัน 200 เยน พร้อมกับบอกว่า  มันเป็นความผิดของเขาเองที่พาไปหลงทาง ทำให้เสียเวลามากขึ้น ฉันมัวแต่ดีใจที่ได้มาถึงบ้านและไม่อยากจะต่อร้องต่อเถียง จึงรับเอาเงินที่คืนมาอย่างไร้สติ ฉันเพิ่งมาคิดได้ในภายหลังว่า เขาแสดงความรับผิดชอบได้อย่างน่าชื่นชม ฉันควรจะยกเงินนั้นให้เขาไปเป็นสินน้ำใจ ไม่ใช่รับคืนมาเฉยๆแบบนี้

บทความนี้เกิดจากการเขียนและส่งขึ้นมาสู่ระบบแบบอัตโนมัติ สมาคมฯไม่รับผิดชอบต่อบทความหรือข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือทำให้เกิดความเสียหาย หรือละเมิดสิทธิใดๆ กรุณาแจ้งมาที่ ht.ro.apt@ecivres-bew เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกจากระบบในทันที