Love

ผู้เขียน : Love

อัพเดท: 10 เม.ย. 2024 15.21 น. บทความนี้มีผู้ชม: 172340 ครั้ง

ท่องเที่ยวไทยไปได้ตลอดปี พบกับข้อมูลงานเทศกาลทั่วประเทศไทย และสถานที่ท่องเที่ยว 77 จังหวัด


ขนบธรรมเนียมประเพณีภาคอีสาน

ประเพณีภาคอีสาน วัฒนธรรมภาคอีสาน ประเพณีไทยที่สำคัญ
 
ขนบธรรมเนียมประเพณีภาคอีสาน รวมทั้งพิธีบูชาตามจารีตของชาวอีสาน เกี่ยวโยงอีกทั้งกับความศรัทธาในอำนาจนอกจากธรรมชาติแล้วก็ศาสนาพุทธทักษิณนิกาย มีทั้งยังพิธีการอันเป็นขนบธรรมเนียมที่เป็นสิ่งปฏิบัติและก็จารีตที่ยึดมั่นสืบต่อกันมา
 
ฮีตสิบสอง หมายความว่าจารีตประเพณี 12 เดือนที่เกี่ยวข้องกับหลักทางศาสนาพุทธ ความศรัทธารวมทั้งการดำรงอยู่ทางทำการเกษตรซึ่งชาวอีสานยึดมั่นปฏิบัติกันมาแต่ว่าโบราณ มีแนวปฏิบัตินานับประการในแต่ละเดือนเพื่อกำเนิดมงคลสำหรับเพื่อการดำรงชีพ เรียกอย่างเขตแดนว่างานบุญ ชาวอีสานให้ความใส่ใจกับขนบธรรมเนียมฮีตสิบสองมหาศาลและก็ยึดมั่นปฏิบัติมาอย่างสม่ำเสมอนับเป็นเอกลักษณ์ของชาวอีสานอย่างแท้จริง
คำว่า “ฮีตสิบสอง” มาจากคำว่า “ฮีต” อันซึ่งก็คือจารีต การกระทำที่สืบต่อกันมาจนกระทั่งเปลี่ยนเป็นจารีต “สิบสอง” เป็นจารีตประเพณีที่ประพฤติตามเดือนทางจันทรคติทั้งยังสิบสองเดือน
 
เดือนอ้าย : บุญเข้าบาป (วัฒนธรรมภาคอีสาน)
งานทำบุญเดือนอ้ายหรือเดือนเจียง พระภิกษุจะประกอบพิธีเข้าบาปหรือที่เรียกว่า”เข้าปริวาสบาป” เพื่อทำจ่ายความมัวหมองที่ได้ล่วงละเมิดพระระเบียบเป็น จำเป็นต้องบาปสังฆาทิเสส การอยู่กรรมนั้นจะใช้เวลา 6-9 วันในระหว่างนี้เองประชาชนจะเตรียมอาหาร หวานคาวนำไปมอบให้พระภิกษุสงฆ์ทั้งยังรุ่งเช้าและก็เพล เพราะเหตุว่าการอยู่กรรมจำเป็นต้องอยู่ในรอบๆสงบ อย่างเช่น ป่าเขาหรือที่ห่างไกลชุมชน(หรือบางทีอาจเป็นที่สงบในรอบๆวัดก็ได้) ราษฎรที่นำของกินไปมอบให้ภิกษุในระหว่างอยู่กรรมนี้มั่นใจว่าจะมีผลให้ได้บุญกุศลมากมาย
 
ต้นเหตุของพิธีบูชา
เพื่อลงอาญาภิกษุผู้จำต้องความผิดสังฆาทิเสส จะต้องเข้าปริวาสบาป ก็เลยจะพ้นความผิดหรือพ้นโทษกลับกลายภิกษุ ผู้มีศีล บริสุทธิ์อยู่ในศาสนาพุทธถัดไป คำ “เข้าปริวาสธรรม” นี้ภาษาลาวแล้วก็ไทอีสานตัดคำ “ปริวาส” ออกเหลือเป็น “เข้าบาป” ด้วยเหตุผลดังกล่าวบุญเข้าบาปก็คือ “บุญเข้าปริวาสบาป” นั่นเอง
 
พิธีการ ภิกษุผู้จำต้องความผิดหมวดสังฆาทิเลสที่จะเข้าอยู่ปริวาสบาป เพื่อชำระล้างความหมองมัวของศีลให้แก่ตัวเองจำเป็นต้องไปขอปริวาสจากพระสงฆ์ เมือพระสงฆ์อนุญาติแล้วจึงมาจัดสถานที่ที่จะเข้าอยู่ปริวาสบาป เมื่อตระเตรียมสถานที่เป็นระเบียบเรียบร้อยแล้ว ภิกษุจะต้องความผิดสังฆาทิเสสข้อใดข้อหนึ่งจำเป็นต้องอยู่ปริวาส (การอยู่ค้างแรม) และก็จะต้องปฏิบัติตัวความประพฤติ (การกระทำการจำศีล) ต่างๆเป็นต้นว่า งดเว้นใช้สิทธิอะไรบางอย่างลดฐานะรวมทั้งประจานตัวเอง เพื่อเป็นการลงทัณฑ์ตัวเอง โดยจำเป็นต้องกระทำการปฏิบัติให้ครบปริมาณวันที่ปกปิดบาปนั้นๆเพื่อบรรเทาตนจากความผิดสังฆาทิเสส แล้วก็จะต้องไปพบ “พระสงฆ์จตุรวรรค” (เป็นภิกษุสี่รูปขึ้นไป) เพื่อจะขอ “มานัต” และก็มีภิกษุอีกรูปหนึ่งจะสวดมนตร์ประกาศให้มานัตแล้ว ภิกษุผู้จะต้องบาปสังฆาทิเสสจำต้องปฏิบัติตัวมานัตอีก 6 คืน แล้วพระสงฆ์คนบริสุทธิ์ก็เลยจะเรียกเข้ากลุ่มเปลี่ยนเป็นคนบริสุทธิ์ถัดไป
 
เดือนยี่ บุญคูนลานหรือบุญคูนข้าว
บุญคูนลานหรือบุญคูนข้าวเป็นพิธีบูชาสังสรรค์หลังจากสำเร็จการเก็บเกี่ยว ราษฎรรู้สึกยินดีที่เห็นผลผลิตมากมาย ก็เลยปรารถนาทำบุญสุนทานโดยนิมนต์ภิกษุมาสวดมนต์ไหว้พระในลานข้าวรวมทั้งในบางที่จะมีการสู่ขวัญข้าวเพื่อสังสรรค์ความอุดมสมบูรณ์ กล่าวขอบพระคุณแม่โพสพแล้วก็ขออภัยที่ได้ดูหมิ่น พื้นปฐพีในระหว่างแนวทางการทำท้องนา เพื่อความเป็นมงคลแล้วก็ได้ผลผลิตเป็นสองเท่าในปีหน้า
สาเหตุของพิธีการ
 
ต้นเหตุของพิธีการทำบุญทำกุศลคูนข้าวหรือบุญคูนลาน เพราะว่าเมื่อชาวไร่ชาวนาเก็บเกี่ยวข้าวเสร็จจะหาบฟ่อนข้าวมารวมกันเป็น “ลอนข้าว” ไว้นาของตัวเอง ถ้าเกิดลอมสิ่งของใครกันแน่สูงใหญ่ก็แสดงให้ผู้คนที่ผ่านไปมารู้ว่านาทุ่งนั้นเป็นท้องนาดี คนที่เป็นเจ้าของดีแล้วหัวใจ หายเหมื่อยล้าร่าเริงแจ่มใสต้องการทำบุญสุนทานปลูกข้าวน เพื่อเป็นบุญกุศลส่งให้ในปีหน้าจะเห็นผลผลิตข้าวมากขึ้นอีก เรียกว่า “คูนให้ใหญ่ให้สูงมากขึ้น” เพราะเหตุว่าคำว่า “คูณ” นี้มาจาก “ค้ำคูณ” คืออุดหนุนให้ดียิ่งขึ้น ช่วยทำให้เจริญก้าวหน้าขึ้น
 
พิธีบูชา ผู้ตั้งใจจะทำบุญสุนทานคูนข้าวหรือบุญคูนลาน จำต้องจัดสถานที่ทำบุญทำทานที่ “ลานนวดข้าว” ของตัวเองโดยนิมนต์พระสงฆ์มาเจริญก้าวหน้าพุทธมนต์มีการวางเส้นด้าย ด้ายสายสิญจน์รวมทั้งปักเขลวรอบกองข้าว เมื่อภิกษุก้าวหน้าพุทธมนต์เสร็จและก็จะมอบอาหารเลี้ยงเพลแก่พระสงฆ์ แล้วหลังจากนั้นนำข้าวปลาของกินมาเลี้ยงพี่น้องผู้มาร่วมทำบุญ เมื่อพระสงฆ์ฉันเสร็จก็จะพรมน้ำพุทธมนต์ให้กองข้าว ให้ผู้จัดงานและก็ทุกคนที่มาร่วมทำบุญสุนทาน แล้วหลังจากนั้นท่านก็จะอวยพรผู้จัดงานก็จะนำน้ำมนต์ที่เหลือไปพรมให้แก่วัว ควาย ตลอดจนไร่เพื่อความเป็นศรีมงคล แล้วก็มั่นใจว่าผลการทำบุญสุนทานจะช่วยอุดหนุนพอกพูนให้ได้ข้าวมากเพิ่มขึ้นทุกๆปี
 
เดือนสาม บุญข้าวย่าง
บุญข้าวย่างเป็นจารีตที่เกิดขึ้นจากความสมัครสมานสามัคคีของชุมชนประชาชนจะนัดแนะกันมาทำบุญสุนทานด้วยกันโดยช่วยเหลือกันปลูกหน้าผามหรือปะรำจัดแจงเอาไว้ภายในช่วงบ่าย ครั้นเมื่อถึงรุ่งอรุณในวันถัดมาราษฎรจะช่วยเหลือกันย่างข้าว หรือปิ้งข้าวรวมทั้งใส่บาตรข้าวย่างด้วยกัน ต่อจากนั้นจะให้มีการแสดงธรรมนิทานชาดกเรื่องนางปุณณลงสีเป็นเสร็จพิธีการ
 
สาเหตุของพิธีบูชา
สาเหตุจากความศรัทธาทางศาสนาพุทธ เนื่องจากยุคพุทธกาล มีนางข้ารับใช้ชื่อปุณณลงสี ได้นำแป้งข้าวย่าง(แป้งทำขนมจีน)ไปมอบพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แม้กระนั้นจิตใจของนางมีความรู้สึกว่า ของหวานแป้งข้าวย่างเป็นของหวานของผู้ต้อยต่ำ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าอาจจะไม่ฉัน ซึ่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าหยั่งทราบจิตใจนาง ก็เลยทรงฉันแป้งข้าวย่าง ทำให้นางปลาบปลื้มดีอกดีใจ ชาวอีสานก็เลยเอาตัวอย่างแล้วก็พากันทำแป้งข้าวย่างมอบให้พระมาตลอด ทั้งยังเพราะในเดือนสามอากาศของภูมิภาคอีสานกำลังอยู่ในช่วงฤดูหนาว ในช่วงเช้าผู้คนจะใช้ฟืนจุดไฟ ผิงแก้หนาว ราษฎรจะเขี่ยใช้การได้ออกมาไว้ด้านหนึ่งของกองไฟแล้วนำข้าวเหนียวมาปั้นเป็นก้อนกลมโรยเกลือวางลงบนถ่านไฟแดงๆนั้นเรียกว่า ข้าวย่าง ซึ่งมีกลิ่นหอมหวน ผิวไหม้เกรียมกรอบน่ากินทำให้ระลึกถึงพระสงฆ์ ผู้บรรพชาอยู่วัดต้องการให้ได้รับประทานบ้าง ก็เลยมีการทำบุญทำทานข้าวย่างขึ้น ดังมีคำพูดว่า “เดือนสามค้อย เจ้าเหนือหัวรอปั้นข้าวย่าง ข้าวย่างบ่มีน้ำอ้อย จัวน้อยเช็ดน้ำตา” (เพียงพอถึงสิ้นเดือนสาม ภิกษุก็รอปั้นข้าวย่าง ถ้าเกิดข้าวย่างไม่มีน้ำอ้อยยัดไส้ สามเณรน้อยเช็ดน้ำตา)
 
พิธีบูชา เพียงพอถึงวัดนัดพบทำบุญสุนทานข้าวย่างทุกครอบครัวในหมู่บ้านจะตระเตรียมข้าวย่างตั้งแต่ตอนอรุณของวันนั้นเพื่อข้าวย่างสุกทันตักบาตรจังหัน เว้นแต่ข้าวย่างและจะนำ “ข้าวเขียบ” (ข้าวเกรียบ) ในขณะที่ยังไม่ปิ้งเพื่อพระสามเณรปิ้งรับประทานเองและก็ที่ปิ้งไฟจนกระทั่งโป่งพองใส่ถาดไปด้วยพร้อมจัดของคาวไปมอบให้พระที่วัด ข้าวย่างบางก้อนคนที่เป็นเจ้าของได้ยัดไส้ด้วยน้ำอ้อย แล้วทาด้วยไข่ เพื่อกำเนิดรสหวานหอมเชื้อเชิญกิน พอถึงหอพักแจกหรือศาลาโรงธรรมพระภิกษุสงฆ์เณรทั้งผองในวัดจะลงศาลาที่ญาติโยมที่มารวมกันอยู่บนศาลาก่อนแล้วประธานในพิธีการเป็นผู้ขอศีล พระสงฆ์ให้พร ญาติโยมรับศีล แล้วกล่าวคำมอบข้าวย่าง แล้วหลังจากนั้นก็จะนำข้าวย่างตักบาตรพระ ซึ่งตั้งเรียงไว้เป็นแนวเท่าปริมาณพระสามเณร พร้อมด้วยมอบปิ่นโต สำรับอาหารคาวหวาน เมื่อพระฉันจังหันแสดงธรรมเสร็จรวมทั้งอวยพร ญาติโยมรับพรเป็นเสร็จพิธีการ
 
เดือนสี่ บุญผะเหวด
“บุญผะเหวด” เป็นสำเนียงชาวอีสานที่มาจากคำว่า “บุญพระเวส”หรือพระเวสสันดร เป็นจารีตประเพณีตามคติความเลื่อมใสของชาวอีสานที่ว่า ถ้าเกิดคนใดได้ฟังเทศนาเรื่องพระเวสสันดรอีกทั้ง 13 กัณฑ์จบข้างในวันเดียว จะได้กำเนิดร่วมชาติโลกกับพระศรีอริยเมตไตย บุญผะเหวดนี้จะทำต่อเนื่องกันสามวัน วันแรกเตรียมพร้อมสถานที่ ตกแต่งศาลาการเปรียญวันที่สองเป็นวันฉลองพระเวสสันดร
 
ราษฎรร่วมอีกทั้งพระสงฆ์จากหมู่บ้านใกล้เคียงจะมาร่วมพิธีการมีอีกทั้งการจัดขบวนไทยทานฟังธรรมรวมทั้งแห่พระเวส โดยการแห่ผ้าผะเหวด(ผ้าผืนยาวเขียนภาพเล่าพระเวสสันดร) ซึ่งสมมุติเป็นการแห่พระเวสสันดรไปสู่เมือง เมื่อถึงเวลาเย็นจะมีแสดงธรรมเรื่องพระพวงมาลัย ส่วนวันที่สามเป็นงานทำบุญพิธีการ ประชาชนจะด้วยกันใส่บาตรข้าวพันก้อน พิธีการจะมีไปจนกระทั่งเย็น ราษฎรจะห้อมล้อม รำตั้งขบวนเรียงรายตั้งกัณฑ์มามอบให้ พระจะแสดงธรรมเรื่องพระเวสสันดรชาดกกระทั่งจบและก็เทศนาอานิพระสงฆ์อีกกัณฑ์หนึ่ง ก็เลยเสร็จพิธีการ
 
สาเหตุของพิธีการ
จากเรื่องในหนังสือมาไลยหมื่นมาไลยแสนกล่าวว่ากาลครั้งหนึ่งพระพวงมาลัยเถระได้ขึ้นไปไหว้พระธาตุเกษแก้วจุฬามณีบนสรวงสวรรค์ชั้นดาวดึงส์และก็ได้พบปะพูดคุยกับพระศรีอริยเมนไตย คนที่จะมาเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในอนาคตแล้วก็พระศรีอริยเมตไตยได้สั่งความมาพร้อมกับพระพวงมาลัยว่า
 
“ถ้าเกิดมนุษย์ต้องการจะเจอรวมทั้งร่วมกำเนิดในศาสนาของท่านแล้วจำเป็นจะต้องกระทำตัวดังนี้เป็น”
1. ควรอย่าฆ่าบิดาตีแม่สมที่พราหมณ์
2. ควรอย่ารังควานพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และก็ยุยงให้พระสงฆ์แตกแยกขัดแย้งกัน
3. ให้ตั้งใจฟังแสดงธรรมเรื่อง พระเวสสันดรให้จบในวันเดียวเนื่องด้วย ชาวอีสานต้องการจะได้เจอพระศรีอริยเมตไตยรวมทั้งกำเนิดร่วมศาสนาของท่าน ก็เลยมีการทำบุญทำกุศลผะเหวด ซึ่งเสมอๆทุกปี
 
พิธีบูชา การเตรียมงาน
1. แบ่งหนังสือ นำหนังสือลำผะเหวดหรือลำมหาชาติ (หนังสือเรื่องพระเวสสันดรชาดก) ซึ่งมีปริมาณ 13 กัณฑ์ (หรือ 13 ผูกใหญ่) แบ่งเป็นผูกเล็กๆพอๆกับปริมาณพระสามเณรที่จะนิมนต์มาเทศนาในครั้งนั้นๆ
2. การใส่หนังสือ นำหนังสือผูก เล็กที่แบ่งออก จากกัณฑ์ต่างๆ13 กัณฑ์ ไปนิมนต์พระสามเณรอีกทั้งวัดในหมู่บ้านตัวเองแล้วก็จากวัด ในหมู่บ้านอื่นที่อยู่ใกล้เคียงให้มาเทศนา โดยจะมีใบฎีกาบอกเนื้อหาวันเวลาเทศนา ตลอดจนบอกเจ้าเชื่อถือ คนที่จะเป็นเจ้าของกัณฑ์นั้นๆไว้ด้วย
3. การจัดแบ่งเจ้าเลื่อมใส เพื่อพระสามเณรท่านแสดงธรรมจบในแต่ละกัณฑ์ ผู้เป็นเจ้าเลื่อมใสก็จะนำเครื่องต้นเหตุของทำทานไปมอบให้ตามกัณฑ์ที่ตัวเองรับผิดชอบ ราษฎรจะแยกกันออกเป็นกลุ่มๆเพื่อรับเป็นเจ้าเลื่อมใสกัณฑ์เทศด้วยกัน โดยจำเป็นที่จะต้องหาบ้านพัก ข้าวปลาของกินไว้รอเลี้ยงต้อนรับญาติโยมที่ติดตามพระสามเณร จากหมู่บ้านอื่นเพื่อมาแสดงธรรมผะเหวดคราวนี้ด้วย
4. การเตรียมสถานที่พัก พวกราษฎรจะพากันชำระล้างรอบๆวัดแล้วช่วยเหลือกัน “ปลูกเขาหินม” หรือ ปะรำไว้บริเวณรอบๆวัด เพื่อใช้เป็นที่จำเป็นต้องรับพระสามเณรและก็ญาติโยมผู้ติดตามพระสามเณรจากหมู่บ้านอื่น ให้เป็นที่ค้างแรมแล้วก็ที่เลี้ยงข้าวปลาของกิน
5. การจัดเครื่องคำกริยาบูชาหรือเครื่องครุพัน สำหรับในการทำบุญสุนทานผะเหวดนั้นประชาชนจำต้องตระเตรียม “เครื่องฮ้อยเครื่องพัน” หรือ “ของไหว้คาถาพัน” มีธูปหนึ่งพันดอก เทียนหนึ่งพันเล่ม ดอกบัวโป้ง (บัวหลวง) ดอกบัวแป้ (บัวผัน) ดอกบัวทองคำ (บัวสาย) ดอกผักตบ รวมทั้งดอกก้างของ (ดอกปีบ) อย่างละหนึ่งพันดอก เมี่ยง หมากอย่างละหนึ่งพันคำ มวนยาดูดหนึ่งพันมวน ข้าวตอกแตกใส่กระทงหนึ่งพันกระทง ธุตระหนี่ระดาษ (ธงกระดาษ) หนึ่งพันธง
 
มวยไทยอีสาน ในที่สุดภาพลักษณ์ของมวยไทยโคราช (อีสานมวยไทย) ก็จะถูกตรวจพบว่าสวมกางเกงขาสั้น โดยไม่ต้องสวมมงกุฎบนศีรษะ การวิพากษ์วิจารณ์เข้มงวดและสามารถติดตามได้ในหอสังเกตการณ์ มวยโคราช มวยต่อยเป็นวงกว้าง และนิยมใช้ฟังควายฮีโร่ทั้งสี่รณรงค์รณรงค์ต่อต้าน...
       
มวยไทยโคราช (Muay Thai Korat) เป็นรูปแบบหนึ่งของการต่อสู้ด้วยมือเปล่าโดยพันมือด้วยเชือกหรือด้ายดิบของคนไทยในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาโดยเฉพาะและภาพลักษณ์ของประเทศในสมัยรัชกาลที่ ในรัชกาลที่ 5 และ 6 ที่มวยไทยโคราช (มวยอีสาน) เป็นอีกหนึ่งมวยที่อยู่ในประเทศไทยมายาวนาน ถือเป็นมวยไทยที่ดีที่สุดมาโดยตลอด ชัดเจนกับ มวยลพบุรี มวยอุตรดิตถ์ และมวยไชยา โครงสร้างจากจังหวัดคือเมืองโคราชที่มีชื่อเสียงของเรา
          
จากการไปชกมวยที่กรุงเทพฯ ชนะในกรุงเทพฯ ชนะในกรุงเทพฯ และชนะจากภูมิภาคอื่น ๆ ยังไม่เคยปรากฏที่ไหนแต่ล้วนแต่เป็นตำนาน ประวัติศาสตร์เริ่มเป็นรูปพระปริตรดุลยจอม พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 ซึ่งขึ้นครองราชย์ในปี พ.ศ. 2411 ทรงโปรดปรานกีฬามวยไทย การฝึกซ้อมมวยไทย (มวยไทย) เกิดขึ้นอีกครั้งในเมืองต่างๆ ของร่างกายของประเทศเพียงการต่อสู้ต่อหน้าบัลลังก์แขกของพระเจ้าราชวงศ์ของคุณ ... จากอุรุพงษ์ราชสมโภชอย่างต่อเนื่อง 18 – 21 มีนาคม ร.ส. 128 (พ.ศ. 2452) ณ ทุ่งพระฤาเมรุเจ้าเมืองต่างๆ ได้ประสบผลสำเร็จในการดำเนินการต่างๆ ครบทุกส่วน ของเจ้านายที่ดี ทั่วประเทศมักจะสามารถเอาชนะได้ในบางครั้งด้วยการต่อสู้กับคู่ต่อสู้มากมาย ครั้งหนึ่งราษฎรสามารถสนองพระราชหฤทัยได้ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานยศ เกียรติยศ และประทานอาหารอันมากมายที่จังหวัดนครราชสีมา เมืองโคราชแห่งนี้ขึ้นเป็นคุณหมื่นอาจารย์ มวยต่อไป "หมื่นช่องราดเชิงจอก" จัด 300 ศักดินา คือ แดง นายไทยประเสริฐ ลูกศิษย์ของคุณพระเหมสมหาญเจ้าเมือง โคราชมาก ต้องใช้ "หนังควายข่าว"
         
ส่วนใหญ่ยังอยู่ในโคราชซึ่งถือว่ามีผลงานมากเป็นครูพลศึกษาในโรงเรียนนายร้อยจอมเกล้าวิญญาณจอมเกล้าบางครั้งเกษียณอายุรวม 28 ปี ได้แก่ อ.บัว นิลชา (อิ่ม) และยังมีมวยอีกด้วย ไทยโคราช (มวยไทยอีสาน) ) ด้วยฝีมือดีเป็นผลจากคนโดยเฉพาะโดยเฉพาะกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ยังเป็นครูสอนมวยไทยอีกด้วย เตรียมข้อมูลจากเมืองพระราชวังโคราชที่แสดงความคิดเห็นของนายทับจำโก้ นายหนุ่มหานทะเล นายตู่ ไทยประเสริฐ และนายพูล ศักดา เป็นต้น
 
มันเหมาะสมแล้ว กับมวยไทยโคราช (มวยไทย ในภาคอีสาน) ที่เราจะได้เห็นประวัติศาสตร์และความเป็นมาจนถึงทุกวันนี้รับรองได้เลยว่าเป็นจุดเด่นของความเป็นไทยและยังคงเป็นไทยต่อไปที่ได้มาลองฝึกมวยไทยแล้ว (มวยไทย). ทุกคนได้รับผลประโยชน์มากมายทั้งทางร่างกายและจิตใจ การลดน้ำหนัก การฝึกสมาธิ ที่นี่เป็นที่ที่บางคนบุกเข้ามาและสามารถป้องกันตัวเองจากอันตรายต่างๆ ที่นั่นดี
 
อ้างอิง:
สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย: 
https://www.lovethailand.org/travel/th/
ที่เที่ยวกรุงเทพ ที่เที่ยวกาญจบุรี ที่เที่ยวยะลา ที่เที่ยวปัตตานี ที่เที่ยวราธิวาส
ประเพณีไทย ประเพณีภาคเหนือ ประเพณีภาคกลาง ประเพณีภาคใต้ ประเพณีภาคอีสาน
อาหารภาคเหนือ ขนมไทย ประเทศไทย

บทความนี้เกิดจากการเขียนและส่งขึ้นมาสู่ระบบแบบอัตโนมัติ สมาคมฯไม่รับผิดชอบต่อบทความหรือข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือทำให้เกิดความเสียหาย หรือละเมิดสิทธิใดๆ กรุณาแจ้งมาที่ ht.ro.apt@ecivres-bew เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกจากระบบในทันที