MissHP

ผู้เขียน : MissHP

อัพเดท: 16 ธ.ค. 2020 03.45 น. บทความนี้มีผู้ชม: 154 ครั้ง

บล็อกรวบรวมข้อมูลความรู้ด้านความสวยความงามที่อยากแชร์


เมโสหน้าใส จบปัญหาสิว ทางลัดกู้ผิวขาว

อยากหน้าใสไร้สิว ผิวขาว เมโสหน้าใส ดีอย่างไร?

เมโสหน้าใส คือการฉีดวิตามินและสารบำรุงเข้าสู่ผิวชั้นกลางโดยตรง ซึ่งทำให้ได้ผลเร็วเพียง 1 สัปดาห์ น้อยกว่าการบำรุงผิวโดยการทาครีมหรือวิธีธรรมชาติ ซึ่งอาจต้องใช้เวลานานเป็นเดือนกว่าจะเห็นผลชัดเจน ทำให้ปัจจุบันเมโสหน้าใสได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น

เมโสหน้าใส เหมาะกับใคร?

เมโสหน้าใสเหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผิว อยากมีผิวใส ผิวขาวขึ้น สุขภาพดีขึ้น โดยที่ไม่ต้องใช้เวลานาน ได้แก่

เทคนิคการฉีดเมโสหน้าใสแบบสะกิด vs 16 จุด

ฉีดเมโสหน้าใสแบบสะกิด

เมโสหน้าใสแบบสะกิด เทคนิคนี้คุณหมอจะใช้เข็มฉีดตัวยาเข้าไปในผิวชั้นตื้น โดยจิ้มหรือสะกิดเบา ๆ เป็นจุดเล็ก ๆ ทั่วใบหน้า เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้กับชั้นผิว แต่วิธีนี้เป็นวิธีแบบเก่าที่ปัจจุบันไม่นิยมทำแล้ว เพราะอาจเกิดผลข้างเคียงตามมา ส่วนใหญ่มักจะเกิดกับคนที่ซื้อเมโสมาฉีดเอง ดังนี้

เมโสหน้าใส

การฉีดเมโสหน้าใสแบบสะกิด

 

ฉีดเมโสหน้าใสแบบ 16 จุด

เป็นเทคนิคที่ได้รับความนิยมมากว่าการฉีดเมโสหน้าใสแบบสะกิดผิว คือ การฉีดเมโสหน้าใสแบบ 16 จุด เทคนิคนี้คุณหมอจะฉีดตัวยาเข้าไปตามทิศทางการไหลเวียนของต่อมน้ำเหลือง ซึ่งทำให้ตัวยาซึมเข้าสู่ผิวได้เร็วกว่า และยังรู้สึกเจ็บน้อยกว่า เพราะเป็นการฉีดลงไปในชั้นผิวลึกประมาณ 5-10 มิลลิเมตรเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องใช้ยาชา และยังมีข้อดีมากกว่าการฉีดเมโสหน้าใสแบบสะกิด ดังนี้

เมโสหน้าใส

การฉีดเมโสหน้าใสแบบ 16 จุด

เมโสหน้าใส มีกี่สูตร? แต่ละสูตรมีจุดเด่นอย่างไร?

เพราะปัญหาและสภาพผิวของแต่ละคนไม่เหมือนกัน คุณหมอจำเป็นต้องประเมินสภาพผิวหน้า และเลือกสูตรที่เหมาะสม โดยหลัก ๆ เมโสหน้าใส จะแบ่งออกเป็น 3 สูตร ดังนี้

เมโสหน้าใส

คุณหมอประเมินสภาพผิว เลือกสูตรเมโสหน้าใส

เมโสหน้าใส ยี่ห้อไหนดี?

นอกจากสูตรเมโสที่แตกต่างกันแล้ว ยี่ห้อของเมโสก็มีให้เลือกหลากหลายยี่ห้อ ซึ่งในส่วนนี้คุณหมอจะเป็นผู้ประเมินเลือกยี่ห้อที่ดีที่สุด สามารถแก้ปัญหาได้ตรงจุด โดยเมโสแต่ละยี่ห้อก็จะมีจุดเด่นที่แตกต่างกันออกไป

ฉีดเมโสหน้าใส กี่วันเห็นผล? ฉีดบ่อยแค่ไหน ?

โดยปกติเมโสหน้าใส คุณหมอจะแนะนำให้ฉีดอาทิตย์ละครั้งใน 1 เดือนแรก และหลังจากนั้นฉีดต่อเนื่องทุก ๆ 2 อาทิตย์เพื่อคงสภาพผิวไว้ ซึ่งหลังจากฉีดเมโสหน้าใส จะเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลง ผิวหน้าชุ่มชื้นขึ้น ดูสุขภาพดีขึ้น โดยขี้นอยู่กับการดูแลผิวของแต่ละคนด้วย

การทำเมโสหน้าใสไม่มีแบบถาวร และสารในเมโสหน้าใสสามารถสลายได้หมด 100% ไม่มีสารตกค้าง จึงมีความปลอดภัยสูง

เมโสหน้าใส

ผลลัพธ์เมโสหน้าใส หน้าใสในครั้งแรกที่ฉีด

เมโสหน้าใส ราคาเท่าไหร่?

การฉีดเมโสหน้าใสราคาไม่แพง เริ่มต้นที่ครั้งละ 2,500 บาท แตกต่างกันที่สูตรที่เลือกใช้ ซึ่งถ้าเทียบกับการทำหัตถการแบบอื่น ๆ หรือเทียบกับการทาครีม และดูแลด้วยวิธีธรรมชาติ ที่ต้องใช้เวลานานกว่าจะเห็นความเปลี่ยนแปลง ดังนั้นการฉีดเมโสหน้าใสจึงคุ้มค่ากว่าทั้งระยะเวลา ราคา และผลลัพธ์

หลังจากฉีดเมโสหน้าใส ดูแลตัวเองอย่างไร?

การดูแลหลังฉีดเมโสหน้าใสไม่ยุ่งยาก เนื่องจากรอยเข็มไม่ใช่แผลลึก แต่อาจพบรอยแดง รอยช้ำบริเวณที่ฉีดได้ ซึ่งสามารถหายได้เองภายใน 1-3 วัน

เมโสหน้าใสแบบทา ได้ผลเหมือนกันไหม?

นอกจากเมโสหน้าใสแบบฉีด หลายคนอาจจะเคยได้ยินว่ามีเมโสหน้าใสแบบทาที่ขายตามอินเทอร์เน็ต ที่อวดอ้างสรรพคุณว่าได้ผลเช่นเดียวกัน แต่ในความเป็นจริงแล้ว เมโสหน้าใสแบบทาไม่ต่างจากครีมหรือเซรั่มที่ใช้บำรุงผิวโดยทั่วไป ซึ่งต้องรอให้ตัวยาซึมเช้าสู่ผิว ใช้เวลานานกว่าจะเห็นผล และผลลัพธ์จึงแตกต่างจากการฉีดเมโสหน้าใส

ฉีดเมโสหน้าใสที่ไหน เลือกอย่างไรให้ปลอดภัย?

ก่อนตัดสินใจฉีดเมโสหน้าใส ควรศึกษาข้อมูลและเลือกคลินิกที่น่าเชื่อถือ มีใบอนุญาตอย่างถูกต้อง ดำเนินงานโดยแพทย์ผู้ที่สามารถให้คำแนะนำอย่างละเอียด ใช้เมโสของแท้ สามารตรวจสอบตัวยาและกล่องยาก่อนฉีด และมีราคาสมเหตุสมผล นอกจากนี้ยังสามารถดูรีวิว Customer Review รีวิวจากผู้ใช้บริการจริง จากแหล่งที่เป็นกลางที่เชื่อถือได้ เพื่อประกอบการตัดสินใจ และยังเป็นช่องทางในการตรวจสอบคุณภาพการทำหัตการของแพทย์ได้ด้วย เช่น

* ข้อควรระวัง ตามอินเทอร์เน็ตที่มีการอวดอ้างรับฉีดเมโสในราคาถูก เป็นยาหิ้วเข้ามา ซึ่งทำโดยบุคคลที่ไม่ใช่แพทย์ ขั้นตอนการฉีดที่ไม่มีความสะอาดมากพอ ใช้ตัวยาที่ไม่ผ่านการรับรองจากอย. อาจจะทำให้เกิดการติดเชื้อและเกิดรอยแผลเป็นถาวรได้ ซึ่งเป็นอันตรายมากหากหลงเชื่อ โดยสรุป สำหรับใครที่มีปัญหาผิว ซึ่งเป็นผลจากการขาดการดูแลตัวเองและใช้ชีวิตประจำวัน หรือคนที่ต้องออกงานสำคัญ และต้องการเห็นผลแบบเร่งด่วน การฉีดเมโสหน้าใสให้ผลลัพธ์ได้รวดเร็วกว่าการทาครีมทั่วไป โดยเบื้องต้นสามารถขอคำปรึกษาจากแพทย์ผู้ให้บริการ เพื่อวางแผนการรักษาให้ได้ผลลัพธ์ออกมาเป็นที่น่าพึงพอใจ


บทความนี้เกิดจากการเขียนและส่งขึ้นมาสู่ระบบแบบอัตโนมัติ สมาคมฯไม่รับผิดชอบต่อบทความหรือข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือทำให้เกิดความเสียหาย หรือละเมิดสิทธิใดๆ กรุณาแจ้งมาที่ ht.ro.apt@ecivres-bew เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกจากระบบในทันที