Kathy

ผู้เขียน : Kathy

อัพเดท: 12 มี.ค. 2021 14.03 น. บทความนี้มีผู้ชม: 96 ครั้ง

ในปี 2021 หากใครยังคิดเล็กคิดน้อยและมีทัศนคติไปในทางลบเกี่ยวกับการศัลยกรรมหรือเสริมความงาม น่าจะไม่ได้ตามเทรนด์ความสวยความงาม ที่โลกใบนี้ก้าวผ่านเรื่องภายนอกไปแล้ว เพราะทุกคนมีสิทธิ์ในร่างกายการตัดสินใจในการทำศัลยกรรม และใช้บริการคลินิกเสริมความงามที่ให้บริการดูแลความงามตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า


เสริมความงามอย่างปลอดภัยเพื่อเพิ่มความมั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวัน

 
ในปี 2021 หากใครยังคิดเล็กคิดน้อยและมีทัศนคติไปในทางลบเกี่ยวกับการศัลยกรรมหรือเสริมความงาม น่าจะไม่ได้ตามเทรนด์ความสวยความงาม ที่โลกใบนี้ก้าวผ่านเรื่องภายนอกไปแล้ว เพราะทุกคนมีสิทธิ์ในร่างกายการตัดสินใจในการทำศัลยกรรม และใช้บริการคลินิกเสริมความงามที่ให้บริการดูแลความงามตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ไม่ใช่แค่เพียงแต่ผู้หญิงเท่านั้นที่ดูแลความสวยความงามและผิวพรรณ แต่ผู้ชายหลายคนก็หันมาดูแลเรื่องผิวพรรณเช่นกัน ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องปกติ ตราบใดการดูแลตนเองอย่างดีโดยใช้บริการคลีนิคเสริมความงามเป็นการสร้างความมั่นใจในรูปร่างและรูปลักษณ์ของตนเอง 
 
การดูแลตนเองที่สามารถทำได้อย่างสม่ำเสมอนั้นก็คือ เริ่มต้นจากการรับประทานอาหารที่ถูกสุขลักษณะและถูกหลักโภชนาการ รวมไปถึงการออกกำลังกายเพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงของร่างกาย และเพิ่มสมรรถภาพในด้านร่างกาย และถ้าเรามีปัญหาด้านผิวพรรณที่เราไม่สามารถแก้ไขได้ การเลือกใช้บริการคลินิกความงามจึงถือเป็นทางเลือกที่ดี เพราะจะมีปแพทย์เฉพาะทางด้านผิวพรรณคอยให้คำปรึกษาแนะนำในการดูแลตนเอง ส่วนมากจะเป็นปัญหาสิวที่มีหลากหลาย ทั้งสิวผด สิวอักเสบ การรับประทานอาหารให้ถูกหลักโภชนาการนั้นเริ่มต้นจาก กินอาหารครบ 5 หมู่ แต่ละหมู่ให้หลากหลาย และหมั่นดูแลน้ำหนักตัว คือ ควรบริโภคอาหารชนิดต่างๆ ให้ได้วันละ 15-25 ชนิด และให้มีการหมุนเวียนกันไปในแต่ละวัน กินข้าวเป็นอาหารหลัก สลับกับอาหารประเภทแป้งเป็นบางมื้อ ซึ่งถ้าเป็นไปได้ ควรบริโภคข้าวกล้อง หรือ ข้าวซ้อมมือ ควบคู่ไปกับอาหารประเภทแป้ง โดยหมวดข้าวแป้งนี้ ควรบริโภควันละ 8-12 ทัพพี กินพืช ผักให้มาก และกินผลไม้เป็นประจำ พยายามเลือกซื้อและบริโภคพืช ผัก และผลไม้ ตามฤดูกาล โดยพืชผักควรกินประมาณ วันละ 4-6 ทัพพี ส่วนผลไม้กินประมาณ 3-5 ส่วนต่อวัน (ผลไม้ 1 ส่วน เช่น กล้วยน้ำว้า 1 ผล เงาะ 4 ผล ส้ม 2 ผลกลาง มะละกอ 10 คำ, ฝรั่ง 1 ผลเล็ก) กินปลา เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ไข่ และถั่วเมล็ดแห้งเป็นประจำ ซึ่งให้โปรตีน โดยให้ บริโภควันละ 6-12 ช้อนกินข้าว สำหรับไข่ก็สามารถบริโภคได้สัปดาห์ละ 2-3 ฟอง ดื่มนมให้เหมาะสมตามวัย ซึ่งวัยทำงานนี้ สามารถดื่มนมได้วันละ 1-2 แก้ว กินอาหารที่มีไขมันแต่พอควร เพราะถ้าได้รับไขมันมากเกินไป จะทำให้เกิดปัญหาไขมันในเลือดสูง และเป็นปัญหาโรคอ้วน และถ้ากินพืชผัก และผลไม้น้อย ขาดการออกกำลังกาย จะทำให้ไขมันไปเกาะที่ผนังหลอดเลือดแดงได้ง่ายขึ้น จนเกิดการแข็งตัวนำไปสู่โรคความดันโลหิตสูงและโรคหัวใจขาดเลือด หลีกเลี่ยงการกินอาหารรสจัดและเค็มจัด เพราะจะทำให้เกิดโรคอ้วนและความดันโลหิตสูงได้ กินอาหารที่สะอาดปราศจากการปนเปื้อน เพราะสิ่งปนเปื้อนต่างๆ สามารถทำให้เกิดโรคอุจจาระร่วง หรืออาหารเป็นพิษ รวมทั้งอาจจะทำให้เกิดโรคพยาธิ และมะเร็งบางประเภทได้ งดหรือลดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะเป็นสารเสพติด และถ้าดื่มจนติดแล้ว จะทำให้ร่างกายขาดวิตามิน และแร่ธาตุต่างๆ รวมทั้งอาจจะเป็นโรคตับแข็งควบคู่ไปด้วย หลักในการกินอาหารทั้ง 9 ข้อนี้ ถ้าสามารถปฏิบัติได้ ควบคู่กับการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอก็จะทำให้ร่างกายแข็งแรง ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ และยังทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย
 
 

บทความนี้เกิดจากการเขียนและส่งขึ้นมาสู่ระบบแบบอัตโนมัติ สมาคมฯไม่รับผิดชอบต่อบทความหรือข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือทำให้เกิดความเสียหาย หรือละเมิดสิทธิใดๆ กรุณาแจ้งมาที่ ht.ro.apt@ecivres-bew เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกจากระบบในทันที