Mayazaki

ผู้เขียน : Mayazaki

อัพเดท: 01 ม.ค. 2024 14.07 น. บทความนี้มีผู้ชม: 2317 ครั้ง

เราเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านการทำ SEO ราคาถูก (Search Engine Optimization) ด้วยประสบการณ์รับทำ SEO ราคาถูก มากกว่า 8 ปี เราจึงเชี่ยวชาญด้านการทำการตลาดโปรโมทเว็บไซต์รับทำ SEO ราคาถูก ให้คุณให้ติดหน้าแรกของ Google หมายความว่าเว็บไซต์ของคุณนั้นจะต้องติดอันดับที่ดีที่สุดของการค้นหาบน Google


รวม 20 เครื่องมือช่วยทำ SEO ให้ติดหน้าแรก อัพเดทล่าสุด

วางแผนกลยุทธ์การตลาดออนไลน์ ด้วยการทำ SEO ถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญในการที่จะทำให้เว็บไซต์ธุรกิจสามารถติดอันดับการค้นหาบนเครื่องมือค้นหาอย่าง Google ได้ง่ายมากขึ้น ซึ่งในการทำ SEO ให้ประสบผลสำเร็จนั้น ก็ต้องใช้องค์ประกอบในเรื่องต่างๆ รวมเข้าด้วยกัน หนึ่งในนั้นก็คือ เครื่องมือช่วยทำ SEO นั่นเอง ในบทความนี้เราได้รวบรวมข้อมูลของเครื่องมือทำ SEO ที่ครอบคลุมในทุกด้านรวม 20 รูปแบบ ให้คุณได้เลือกใช้งานตามความเหมาะสมกับธุรกิจ ตามมาดูกันเลยว่าเครื่องมือช่วยทำ SEO ที่กำลังเป็นที่นิยมในตอนนี้มีรูปแบบไหนกันบ้าง เพื่มเติม SEO คืออะไร

 

เครื่องมือช่วยทำ SEO คืออะไร

เครื่องมือในการทำ SEO คือ ชุดเครื่องมือที่ใช้ในการวิเคราะห์ และ ปรับปรุงเว็บไซต์เพื่อเพิ่มความเหมาะสมให้กับเครื่องมือค้นหา (Search Engines) เช่น Google ในการแสดงผลในผลการค้นหา (SERPs) โดยเครื่องมือนี้มีคุณสมบัติ และ ฟังก์ชันต่างๆ ที่นำมาใช้ในการทำ SEO ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ 

เครื่องมือที่ใช้ในการทำ SEO แต่ละรูปแบบ จะมีคุณสมบัติ และ ฟังก์ชันในการทำงานที่แตกต่างกันไป ทั้งนี้ในการเลือกนำมาใช้ ก็ต้องเลือกเครื่องมือที่เหมะสม และ ตอบโจทย์ความต้องการมากที่สุด จึงจะได้ผลลัพธ์ที่ดีกับธุรกิจของคุณ และวัตถุประสงค์ของการทำ SEO 

 

อัปเดตเครื่องมือทำ SEO 20 รูปแบบ ที่ธุรกิจส่วนใหญ่นิยมใช้ 

การทำธุรกิจให้ประสบผลสำเร็จตามเป้าหมาย จำเป็นต้องมีกลยุทธ์ทางการตลาดที่น่าสนใจ ซึ่งหากคุณต้องการผลลัพธ์ที่น่าพอใจ ก็จำเป็นต้องเลือกใช้เครื่องมือทำ SEO ที่มีคุณภาพเข้ามาช่วยเสริมให้กับธุรกิจของคุณ สำหรับเครื่องมือทำ SEO ที่ธุรกิจส่วนใหญ่นิยมใช้ก็มีหลายรูปแบบด้วยกัน ดังนี้

 

  1. Google Analytics

Google Analytics เป็นเครื่องมือวิเคราะห์ และ ติดตามการเข้าชมเว็บไซต์ และ แอปพลิเคชัน ซึ่งถูกพัฒนาโดย Google ให้บริการฟรีแก่ผู้ใช้ทั่วไป ซึ่งคุณสามารถเพิ่มรหัสติดตามในเว็บไซต์ หรือ แอปพลิเคชันของคุณเพื่อเก็บข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งานและพฤติกรรมของผู้ใช้ที่เข้าชมได้เลย

โดยข้อมูลเหล่านี้คุณสามารถนำมาปรับใช้ในการวิเคราะห์ และ ทำสถิติเพื่อให้คุณสามารถปรับปรุงประสิทธิภาพของเว็บไซต์ หรือ แอปพลิเคชันของคุณให้ดียิ่งขึ้น

ในส่วนของคุณสมบัติเครื่องมือ Google Analytics ก็มีหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการให้ข้อมูลที่หลากหลายเกี่ยวกับผู้ใช้งาน จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ แหล่งที่มาของการเข้าชม หน้าเว็บไซต์ที่ได้รับความสนใจมากที่สุด หรือ เวลาที่ใช้ในการเข้าชม

รวมไปถึงรายละเอียดของผู้ใช้ เช่น อุปกรณ์ที่ใช้ ตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ และ พฤติกรรมการท่องเว็บ ก็มีรายละเอียดให้คุณสามารถนำมาปรับปรุงเนื้อหา ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

Google Analytics Offline Website

https://analytics.google.com/analytics/web/
  1. Google Search Console
Google Search Console

Google Search Console เป็นเครื่องมือฟรีที่ให้บริการโดย Google ช่วยให้คุณจัดการ และ ติดตามประสิทธิภาพของเว็บไซต์ในการเรียงลำดับผลการค้นหาของ Google ได้ง่าย ซึ่งเครื่องมือนี้ ช่วยให้คุณสามารถดูข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับเว็บไซต์ ที่สำคัญต่อการเรียงลำดับในผลการค้นหา เช่น

  • การตรวจสอบ และ ส่งแผนที่เว็บไซต์ ช่วยให้ Google เข้าถึง และ เริ่มดำเนินการทำดัชนีเว็บไซต์ของคุณได้อย่างเหมาะสม
  • การตรวจสอบสถานการณ์เว็บไซต์ ว่าถูกดัชนี และ แสดงในผลการค้นหาของ Google อย่างไรบ้าง
  • การตรวจสอบและแก้ไขปัญหาการระบุเว็บไซต์ และ แก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้น เช่น การบล็อกดัชนี หรือ การพบข้อผิดพลาด
  • การวิเคราะห์การค้นหา และ การเรียงลำดับ ข้อมูลเกี่ยวกับ Keyword ที่นำผู้ใช้มาสู่เว็บไซต์ของคุณ รวมถึงตำแหน่งในผลการค้นหา การคลิกเข้าชม และอื่นๆ 
  • การตรวจสอบการเชื่อมโยงเข้าสู่เว็บไซต์ ว่ามีเว็บไซต์ไหนที่เชื่อมโยงมายังเว็บไซต์ของคุณ และ แสดงข้อมูลเกี่ยวกับประเภทของลิงก์ที่ใช้

Google Search Console เป็นเครื่องมือที่สำคัญสำหรับการตรวจสอบ และ ปรับปรุงเว็บไซต์เพื่อให้เหมาะสมกับการค้นหาใน Google และเพิ่มโอกาสในการเรียงลำดับในผลการค้นหาได้ดียิ่งขึ้น

Google Search Console Offline Website

https://search.google.com/search-console/about
  1. SEMrush
SEMrush

SEMrush เป็นเครื่องมือ และ แพลตฟอร์มที่ใช้ในการวิเคราะห์ และ ทำ SEO (Search Engine Optimization) รวมไปถึงการทำการตลาดออนไลน์ ซึ่งต้องนับว่าเป็นเครื่องมือที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในวงการทำ SEO

ในส่วนของคุณสมบัติ SEMrush ก็มีมากมาย ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถดำเนินการตรวจวัด และ วิเคราะห์เว็บไซต์คู่แข่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยคุณสมบัติที่สำคัญของ SEMrush มีดังนี้ 

  • การวิเคราะห์คีย์เวิร์ด ที่เหมาะสมสำหรับเนื้อหา และ การทำ SEO โดยให้ข้อมูลเกี่ยวกับปริมาณการค้นหา การแข่งขัน และ คำแนะนำในการเลือกใช้ Keyword ที่เหมาะสม 
  • การวิเคราะห์ และ ตรวจสอบคู่แข่งของเว็บไซต์ รวมไปถึงวิเคราะห์ Keyword การจัดอันดับ และ กิจกรรมอื่นๆ เพื่อให้คุณสามารถพัฒนากลยุทธ์ทางการตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ 
  • การตรวจวัดผลการทำ SEO รวมไปถึง ข้อมูลที่เกี่ยวกับการระบุเว็บไซต์ การทำแผนที่ไซต์, การเชื่อมโยงข้ามเว็บไซต์ และ การตรวจวัดผลในรูปแบบอื่นๆ 
  • การวิเคราะห์ และ จัดการการโฆษณา PPC จัดการแคมเปญโฆษณาจ่ายเงินต่อคลิก (PPC) ในแพลตฟอร์ม Google Ads และ โซเชียลมีเดียอื่นๆ เพื่อให้คุณสามารถตรวจสอบประสิทธิภาพ และ ปรับปรุงแคมเปญของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพ

SEMrush เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพ และ ถือเป็นผู้ที่เชี่ยวชาญ ที่สามารถช่วยให้การทำ SEO สามารถวิเคราะห์ และปรับปรุงกลยุทธ์การตลาดในวงการออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 

SEMrush Offline Website

https://www.semrush.com/
  1. Ahrefs
Ahrefs

Ahrefs เป็นเครื่องมือ และ แพลตฟอร์มที่ใช้ในการวิเคราะห์ และ ทำ SEO (Search Engine Optimization) เช่นเดียวกับ SEMrush  ซึ่งก็มีคุณสมบัติ และ สามารถดำเนินการตรวจวัด รวมไปถึงการวิเคราะห์เว็บไซต์คู่แข่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดย Ahrefs มีคุณสมบัติสำคัญที่ช่วยให้การทำ SEO ประสบผลสำเร็จ ดังนี้ 

  • ช่วยในการค้นหา และ เลือก Keyword ที่เหมาะสมสำหรับเนื้อหา และ การทำ SEO โดยให้ข้อมูลเกี่ยวกับปริมาณการค้นหา การแข่งขัน และ คำแนะนำในการเลือกใช้ Keyword 
  • ช่วยวิเคราะห์ และ ตรวจสอบคู่แข่ง รวมถึงวิเคราะห์ Keyword ที่เหมาะสม การจัดอันดับ และ กิจกรรมอื่นๆ เพื่อให้คุณสามารถพัฒนากลยุทธ์การตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ช่วยในการวิเคราะห์ และ จัดการแคมเปญโฆษณา ในแพลตฟอร์ม Google Ads และ โซเชียลมีเดียอื่นๆ เพื่อให้คุณสามารถตรวจสอบประสิทธิภาพ และ ปรับปรุงแคมเปญของคุณได้อย่างต่อเนื่อง 
  • ช่วยในการตรวจสอบ และ วิเคราะห์โดเมนที่เชื่อมโยงมายังเว็บไซต์ของคุณ รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับจำนวนลิงก์ คุณภาพที่ใช้

Ahrefs Offline Website

https://ahrefs.com/
  1. Moz Pro
Moz Pro

Moz Pro เป็นเครื่องมือและแพลตฟอร์มที่ใช้ในการวิเคราะห์และทำ SEO (Search Engine Optimization) และการตลาดออนไลน์ เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ได้รับความนิยมในวงกว้างในวงการ SEO และ การตลาดดิจิตอล มีคุณสมบัติเด่นที่น่าสนใจดังนี้

  • Moz Pro มีเครื่องมือที่ช่วยในการค้นหา และ วิเคราะห์ Keyword ที่สำคัญและแข็งแกร่งสำหรับเว็บไซต์ ซึ่งช่วยให้คุณสามารถเลือกและติดตาม Keyword ที่เหมาะสมสำหรับการตลาดของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ช่วยให้คุณสามารถตรวจสอบค่าโดเมน และ ลิงก์ภายนอกของเว็บไซต์ได้อย่างรวดเร็ว และ มีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังช่วยในการวิเคราะห์โครงสร้างลิงก์ ค่าโดเมนที่แข็งแกร่ง ค่าเรตติ้งโดเมน การตรวจสอบลิงก์ที่เสี่ยงต่อการโดนลบหรือลิ้งก์ที่ไม่ดีได้อีกด้วย
  • ช่วยในการตรวจสอบ และ วิเคราะห์ตำแหน่งในการค้นหาของเว็บไซต์ ซึ่งช่วยให้คุณเข้าใจว่าเว็บไซต์ของคุณติดอันดับอย่างไรในผลการค้นหา และ ยังช่วยให้คุณวางแผน และ ปรับปรุงการทำ SEO เพื่อเพิ่มโอกาสในการติดอันดับสูงขึ้น
  • มีเครื่องมือที่ช่วยในการวิเคราะห์เนื้อหาของเว็บไซต์ เช่น การตรวจสอบ Keyword ในเนื้อหา การวิเคราะห์การเชื่อมโยงภายใน และ การวิเคราะห์ข้อมูลโครงสร้างหน้าเว็บ เพื่อช่วยให้คุณสร้างเนื้อหาที่มีคุณภาพและมีประสิทธิภาพในการทำ SEO
  • Moz Pro มีเครื่องมือที่ช่วยในการติดตาม และ รายงานผลการทำ SEO ของเว็บไซต์ ซึ่งช่วยให้คุณเข้าใจแนวโน้มการเปลี่ยนแปลง และ ผลการปรับปรุงที่ได้ดำเนินการไปแล้ว 

โดยรวมแล้ว Moz Pro เป็นเครื่องมือที่มีความสำคัญสำหรับผู้ที่ทำการตลาด และ การทำ SEO เพราะช่วยในเรื่องการวิเคราะห์ และ ปรับปรุงการแสดงผลในเครื่องมือค้นหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Moz Pro Offline Website

https://moz.com/
  1. Yoast SEO
Yoast SEO

Yoast SEO เป็นปลั๊กอิน (Plugin) ที่ใช้กับระบบการจัดการเนื้อหา (Content Management System) เช่น WordPress เพื่อช่วยในการทำ SEO (Search Engine Optimization) ของเว็บไซต์ให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นในการติดอันดับในผลการค้นหาของเครื่องมือค้นหา เช่น Google โดยมีจุดเด่นหลายอย่างที่น่าสนใจสำหรับการทำ SEO  เช่น 

  • ช่วยวิเคราะห์ และ ให้คำแนะนำในการเลือก และ ใช้ Keyword ซึ่งช่วยให้คุณสามารถสร้างเนื้อหาที่เข้ากับการค้นหาในเครื่องมือค้นหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ช่วยให้คุณสามารถกำหนดหัวข้อ และ คำอธิบายที่ถูกต้องสำหรับหน้าเว็บไซต์ ซึ่งสามารถแสดงในผลการค้นหาได้อย่างเหมาะสม 
  • ช่วยให้คุณสามารถสร้างโครงสร้างเนื้อหาที่เข้ากับเกณฑ์ SEO โดยการใช้หัวข้อ รายการ และ การใช้ Keyword ที่ถูกต้องในเนื้อหา เพื่อให้เว็บไซต์มีโครงสร้างที่เป็นระเบียบ และ เข้าใจง่ายต่อการอ่านมากขึ้น
  • ช่วยในการตรวจสอบความสมบูรณ์ของเนื้อหา เช่น การใช้ Keyword ที่เหมาะสม การใช้รูปแบบสำหรับหัวข้อและ ย่อหน้า การให้ลิงก์ภายในในเนื้อหา เพื่อให้เนื้อหามีคุณภาพและเป็นประโยชน์สูงสุดสำหรับผู้ใช้งาน

โดยรวมแล้ว Yoast SEO เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้คุณปรับปรุงเนื้อหาของเว็บไซต์ และ ทำ SEO ให้มีประสิทธิภาพสูง มีโอกาสติดอันดับในผลการค้นหาเพิ่มขึ้น และ เพิ่มโอกาสในการเพิ่มผู้เข้าชมของคุณ

Yoast SEO Offline Website

https://yoast.com/
  1. Screaming Frog
Screaming Frog

Screaming Frog เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการวิเคราะห์เว็บไซต์เพื่อทำ SEO (Search Engine Optimization) และการจัดการเนื้อหาของเว็บไซต์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเว็บไซต์ที่มีขนาดใหญ่ ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถทำการตรวจสอบ และวิเคราะห์สิ่งต่างๆ บนเว็บไซต์ได้ในมุมมองที่ละเอียดและรวดเร็วมากขึ้น

นอกจากนี้ Screaming Frog ยังสามารถเรียกดูเว็บไซต์ และ ดึงข้อมูลเกี่ยวกับโครงสร้างเว็บไซต์ต่างๆ เช่น URL หัวข้อ แท็ก ลิงก์ภายในและภายนอก รวมไปถึงข้อมูลอื่นๆ ที่สำคัญสำหรับการทำ SEO

และการวิเคราะห์เว็บไซต์ได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังสามารถตรวจสอบปัญหาทางเทคนิค เช่น รหัสสถานะของหน้าเว็บ Keyword ที่ซ้ำซ้อน และ ข้อผิดพลาดอื่นๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อการทำ SEO ได้อีกด้วย

Screaming Fro Offline Website

https://www.screamingfrog.co.uk/
  1. Google Keyword Planner
Google Keyword Planner

Google Keyword Planner เป็นเครื่องมือที่ให้บริการโดย Google Ads (ก่อนหน้านี้เป็น Google AdWords) ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการวิเคราะห์และค้นหาคำสำคัญ (keywords) เพื่อใช้ในกิจกรรมทางการตลาดออนไลน์

เช่น การทำ SEO การโฆษณา PPC (Pay-Per-Click) และ การสร้างเนื้อหา นอกจากนี้ ยังช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถค้นหา Keyword ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ หรือ เนื้อหาได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม โดยสามารถดูข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับ Keyword

เช่น ปริมาณการค้นหาเฉลี่ยต่อเดือน, คำแนะนำเกี่ยวกับ Keyword อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง, และการคาดการณ์การคลิกและการค่าเสียหายที่เกี่ยวข้องกับการโฆษณา PPC ทั้งนี้เพื่อการทำ SEO จะสามารถเพิ่มผู้เข้าชมเว็บไซต์ได้มากขึ้น

Google Keyword Planner Offline Website

https://ads.google.com/
  1. BuzzSumo
BuzzSumo

BuzzSumo เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการวิเคราะห์ และ ค้นหาเนื้อหาที่ได้รับความนิยมและกำลังมาแรงในสื่อสังคม (social media) และ เว็บไซต์ต่างๆ ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถหาไอเดียเนื้อหาใหม่ๆ

วิเคราะห์การแพร่กระจายของเนื้อหา, และติดตามผลลัพธ์การแชร์เนื้อหาต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วและสะดวกมากยิ่งขึ้น และ ด้วยการใช้ BuzzSumo, ที่มีฟังก์ชันใช้งานง่าย ทำให้ผู้ใช้งานสามารถค้นหา Keyword

หรือหัวข้อที่น่าสนใจ เพื่อดูเนื้อหาที่เกี่ยวข้องที่กำลังได้รับความนิยมมากที่สุดในสื่อสังคมต่างๆ เช่น Facebook, Twitter, LinkedIn, Pinterest, และ อื่นๆ

นอกจากนี้ยังสามารถวิเคราะห์การแชร์เนื้อหาของเว็บไซต์ ทำให้สามารถดูข้อมูลเกี่ยวกับจำนวนการแชร์, ผู้ใช้งานที่แชร์, และการติดตามผลลัพธ์ของการแชร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ต้องบอกว่า เครื่องมือนี้ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถวิเคราะห์และติดตามความสำเร็จของเนื้อหาต่างๆ ที่แบ่งปันในสื่อสังคม ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถดำเนินกิจกรรมการตลาดออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

BuzzSumo Offline Website

https://buzzsumo.com/
  1. Ubersuggest

Ubersuggest เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการวิเคราะห์ และ ค้นหา keywords ที่เกี่ยวข้องกับ SEO (Search Engine Optimization) และ กิจกรรมการตลาดออนไลน์ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ของ Neil Patel

นักการตลาดออนไลน์ชื่อดัง โดย Ubersuggest ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถค้นหา Keyword ใหม่ๆ, วิเคราะห์และเปรียบเทียบ Keyword  ดูค่าค้นหาเฉลี่ยต่อเดือน และ แนะนำ Keyword ที่เกี่ยวข้องให้กับเนื้อหา หรือ ธุรกิจที่สนใจ 

นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์อื่นๆ ที่สามารถใช้ได้ใน Ubersuggest เช่น การวิเคราะห์เว็บไซต์ของคู่แข่ง การติดตามอันดับคำสำคัญในผลการค้นหา การวิเคราะห์โดเมนในเว็บไซต์

การตรวจสอบผลลัพธ์การค้นหาบนโซเชียลมีเดีย และอื่นๆ เรียกได้ว่า Ubersuggest เป็นเครื่องมือที่น่าสนใจสำหรับนักการตลาดออนไลน์

ผู้ที่มีความสนใจในการทำ SEO เนื่องจากช่วยให้สามารถวิเคราะห์และวางแผนกิจกรรมการตลาดออนไลน์ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพได้เป็นอย่างดี

Ubersuggest Offline Website

https://neilpatel.com/ubersuggest/
  1. Majestic SEO
Majestic SEO

Majestic SEO (หรือเรียกว่า Majestic) เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการวิเคราะห์ และ ค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับลิงก์ (link) บนเว็บไซต์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเชิง SEO (Search Engine Optimization) ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถทำการวิเคราะห์ลิงก์ในเว็บไซต์ของตนหรือของคู่แข่งได้อย่างละเอียดและรวดเร็ว

Majestic เน้นในการวิเคราะห์ข้อมูลลิงก์ เช่น จำนวนลิงก์ที่ชี้ไปยังเว็บไซต์นั้นๆ ความเชื่อมโยงของลิงก์ (link profile), ความสำคัญ และ ความเชื่อถือได้ของเว็บไซต์ที่มีลิงก์มาไปยังเว็บไซต์ของเรา และข้อมูลอื่นๆ เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถปรับปรุงกิจกรรมการสร้างลิงก์และการทำ SEO ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในส่วนของฟีเจอร์ที่น่าสนใจของ Majestic ยังรวมถึงการวิเคราะห์สรุปข้อมูลลิงก์ที่สำคัญของเว็บไซต์ (Site Explorer), การวิเคราะห์ตัวอักษรและการใช้ Keyword ในลิงก์ (Anchor Text Analysis), การติดตามและวิเคราะห์การเจริญเติบโตของลิงก์ในเวลา (Link Growth)

และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการวิเคราะห์ลิงก์ นับว่า Majestic เป็นเครื่องมือที่น่าสนใจสำหรับนักการตลาดออนไลน์และผู้ที่มีความสนใจในการทำ SEO เนื่องจากช่วยให้สามารถวิเคราะห์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

Majestic Offline Website

https://majestic.com/
  1. SERPstat
SERPstat

SERPstat เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการวิเคราะห์และค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับการจัดอันดับในหน้าผลลัพธ์การค้นหา (SERPs) และ การทำ SEO (Search Engine Optimization) โดยเฉพาะ

ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถทำการวิเคราะห์และวางแผนกิจกรรม SEO ให้มีประสิทธิภาพและสามารถเพิ่มความสำเร็จในการติดอันดับในการค้นหาของเว็บไซต์ได้

SERPstat มีฟีเจอร์ที่น่าสนใจสำหรับการวิเคราะห์ SEO เช่น การวิเคราะห์คำสำคัญ (Keyword Analysis) เพื่อหา Keyword ที่เกี่ยวข้องและค้นหา Keyword ใหม่ การวิเคราะห์การติดอันดับ (Rank Tracking) เพื่อติดตามอันดับของ Keyword ใน SERPs

การวิเคราะห์การแข่งขัน (Competitor Analysis) เพื่อเปรียบเทียบผลการค้นหาและลิงก์กับคู่แข่ง, การวิเคราะห์ลิงก์ (Backlink Analysis) เพื่อตรวจสอบลิงก์เชิงคุณภาพ, และฟีเจอร์อื่นๆ เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถวิเคราะห์และวางแผนการตลาดออนไลน์ในแง่ของ SEO ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

SERPstat Offline Website

https://serpstat.com/
  1. KeywordTool.io
KeywordTool.io

KeywordTool.io เป็นเครื่องมือที่มีข้อมูล Keyword ที่มาจากเครื่องมือค้นหาของ Google และเครื่องมือค้นหาอื่นๆ เพื่อให้ผู้ใช้งานได้รับข้อมูล Keyword ที่ครอบคลุมและเป็นประโยชน์ วิธีการใช้งานเครื่องมือนี้ ไม่ยุ่งยาก

แค่เพียงผู้ใช้งานใส่คำหลัก หรือ หัวข้อที่สนใจลงใน KeywordTool.io แล้ว เครื่องมือจะสร้าง Keyword ที่เกี่ยวข้องขึ้นมาให้ ซึ่งยังรวมถึงคำสำคัญย่อย (long-tail keywords) ที่มีการค้นหาสูงแต่มีความแข็งแกร่งค่อนข้างน้อยมาให้อีกด้วย

นอกจากการค้นหาคำสำคัญแล้ว KeywordTool.io ยังมีฟีเจอร์อื่นๆ เช่น การวิเคราะห์คำสำคัญที่ใช้โดยคู่แข่ง การติดตามแนวโน้มของคำสำคัญ, การสร้างไอเดียเนื้อหา, การวิเคราะห์และเปรียบเทียบผลลัพธ์การค้นหาของเว็บไซต์ต่างๆ, และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการวิเคราะห์และค้นหา Keyword เพื่อช่วยให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีอีกด้วย 

KeywordTool.io Offline Website

https://keywordtool.io/
  1. SEOptimer
SEOptimer

SEOptimer เป็นเครื่องมือที่ช่วยในการวิเคราะห์และปรับปรุงเว็บไซต์เพื่อการทำ SEO (Search Engine Optimization) และ การปรับปรุงประสิทธิภาพในการทำการตลาดออนไลน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเว็บไซต์ในเชิงเทคนิคและองค์ประกอบที่ส่งผลต่อการค้นหาและการติดอันดับในเครื่องมือการค้นหาต่างๆ 

SEOptimer ให้การวิเคราะห์อย่างละเอียดเกี่ยวกับเว็บไซต์เพื่อค้นหาปัญหาทางเทคนิคที่อาจมีอยู่ เช่น ปัญหาเกี่ยวกับการโค้ด, การโหลดหน้าเว็บ, โครงสร้าง URL, การใช้งาน Meta tag, การใช้งานรูปแบบ URL, การใช้งานรูปแบบแฟ้ม robots.txt, การใช้งานรูปแบบแฟ้ม sitemap, และอื่นๆ โดยเครื่องมือยังให้ข้อเสนอแนะและคำแนะนำในการปรับปรุงเว็บไซต์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำ SEO อีกด้วย

นอกจากนี้เครื่องมือยังสร้างรายงานที่มีข้อมูลเกี่ยวกับสถิติการเข้าชมเว็บไซต์, การค้นหาคำสำคัญ, การติดอันดับในเครื่องมือค้นหา, ความเสี่ยงทางความปลอดภัย, และปัญหาทางเทคนิคอื่นๆ ออกมาให้คุณทราบอีกด้วย

เรียกได้ว่า SEOptimer เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถทำการวิเคราะห์และปรับปรุงเว็บไซต์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำ SEO และปรับปรุงประสิทธิภาพในการตลาดออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพเป็นอย่างมากเลยทีเดียว 

SEOptimer Offline Website

https://www.seoptimer.com/
  1. Raven Tools
Raven Tools

Raven Tools เป็นเครื่องมือที่ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถจัดการ และ ปรับปรุงกิจกรรม SEO (Search Engine Optimization) และการตลาดออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดย Raven Tools มีคุณสมบัติที่หลากหลายเพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถวิเคราะห์และติดตามผลลัพธ์การค้นหาของเว็บไซต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ยังรวมถึงการวิเคราะห์ Keyword , การตรวจสอบความสมบูรณ์ของเนื้อหา, การตรวจสอบและบริหารจัดการสร้างลิงก์, การตรวจสอบปัญหาทางเทคนิคในเว็บไซต์, การตรวจสอบประสิทธิภาพของอีเมลแคมเปญ, และอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งคุณสมบัติต่างๆ เหล่านี้ช่วยทำให้ลูกค้า หรือ ทีมงาน สามารถวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ ได้อย่างสะดวกมากขึ้น

Raven Tools Offline Website

https://raventools.com/
  1. DeepCrawl
DeepCrawl

DeepCrawl เป็นเครื่องมือที่ช่วยในการสแกนและวิเคราะห์ทุกพื้นที่ของเว็บไซต์เพื่อค้นหาปัญหาทางเทคนิคและปรับปรุงประสิทธิภาพในการทำ SEO ซึ่งรวมถึงโครงสร้าง URL, คีย์เวิร์ดที่ใช้ในเนื้อหา, แฟ้ม robots.txt, แผนผังเว็บไซต์ (sitemap),

การใช้งานแท็กหัวเรื่อง (heading tags), และอื่น ๆ นอกจากนี้ เครื่องมือตัวนี้ยังช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถรับรู้และ แก้ไขปัญหาทางเทคนิคที่อาจส่งผลต่อการติดอันดับในเครื่องมือค้นหาได้อย่างถูกต้อง 

DeepCrawl ยังมีฟีเจอร์ที่ช่วยในการวิเคราะห์และจัดการเนื้อหาเว็บไซต์ เช่น การตรวจสอบความสมบูรณ์ของเนื้อหา, การตรวจสอบคำสำคัญ, การตรวจสอบลิงก์ภายในและลิงก์ภายนอก, การตรวจสอบปัญหาทางเทคนิค,

การติดตามการเปลี่ยนแปลงในการค้นหา, และอื่น ๆ และ ยังรายงานข้อมูล ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถปรับปรุงและจัดการเว็บไซต์ ได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ 

DeepCrawl Offline Website

https://www.lumar.io/
  1. SpyFu
SpyFu

SpyFu เป็นเครื่องมือการทำ SEO (Search Engine Optimization) และการวิเคราะห์การตลาดออนไลน์ที่มุ่งเน้นในการสำรวจ และ วิเคราะห์ Keyword ของคู่แข่ง เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถพัฒนากลยุทธ์การตลาดและ SEO ให้มีประสิทธิภาพ

โดย SpyFu จะให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ Keyword เชิงพื้นที่ที่ผู้ใช้งานสนใจ และรวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับ Keyword ที่คู่แข่งขันใช้, ราคา Keyword ในแคมเปญโฆษณาต่าง ๆ, ประวัติการค้นหาคำสำคัญ, คำแนะนำในการตลาด, และอื่น ๆ ซึ่ง เครื่องมือนี้จะช่วยในการวิเคราะห์ Keyword ที่เหมาะสม และ มีความนิยมสูง มาใช้ในการทำ SEO 

นอกจากนี้ SpyFu ยังมีคุณสมบัติที่ช่วยในการวิเคราะห์และติดตามการแสดงโฆษณาของคู่แข่ง การวิเคราะห์เว็บไซต์แข่งขัน, การตรวจสอบ Backlink และการติดตามประวัติการค้นหาของคู่แข่ง

รวมถึงการจัดระดับคำสำคัญในผลการค้นหา สร้างรายงานและแนะนำเพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าใจและวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อการตัดสินใจวางแผนกลยุทธ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

SpyFu Offline Website

https://www.spyfu.com/
  1. CognitiveSEO
CognitiveSEO

CognitiveSEO เป็นเครื่องมือที่มีคุณสมบัติ ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถทำการวิเคราะห์และตรวจสอบสถานะ SEO ของเว็บไซต์ได้อย่างละเอียด รวมถึงการวิเคราะห์โดเมนรอบๆ, Keyword, โครงสร้างลิงก์ภายในและลิงก์ภายนอก,

การเชื่อมโยงข้ามหน้าเว็บ, การวิเคราะห์ Keyword ของคู่แข่ง, การตรวจสอบความสมบูรณ์ของเนื้อหา นอกจากนี้ CognitiveSEO ยังมีคุณสมบัติที่ช่วยในการจัดการลิงก์ภายนอกและการวิเคราะห์ผลกระทบจากการสร้างลิงก์

และยังรวมถึงการตรวจสอบลิงก์ที่เสี่ยงต่อการโดนลบหรือลิ้งก์ที่ไม่ดี, การตรวจสอบการอ้างอิงจากโดเมนอื่น, การวิเคราะห์โปรไฟล์โซเชียลมีเดีย อีกด้วย

CognitiveSEO Offline Website

https://cognitiveseo.com/
  1. SEOquake
SEOquake

SEOquake เป็นเครื่องมือเสริมที่ใช้ในการวิเคราะห์และตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับเว็บไซต์เพื่อการทำ SEO (Search Engine Optimization) และการตลาดออนไลน์ อีกทั้งยังช่วยจัดเตรียมข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับเว็บไซต์ที่ผู้ใช้งานสนใจ

เช่น ค่าเรตติ้งโดเมน (Domain Rating), ค่าเรตติ้งของหน้าเว็บ (Page Rating), จำนวนลิงก์ภายนอก, จำนวนลิงก์ภายใน, การเชื่อมโยงข้ามหน้าเว็บ, การวิเคราะห์คีย์เวิร์ดที่ใช้บนหน้าเว็บ, การวิเคราะห์แท็กหัวเรื่อง (Heading tags),

คำสำคัญที่ใช้ใน URL, โดยผู้ใช้งานสามารถใช้ข้อมูลเหล่านี้เพื่อปรับปรุงการทำ SEO และการตลาดของเว็บไซต์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพที่ดีมากยิ่งขึ้น 

นอกจากนี้ SEOquake ยังมีคุณสมบัติเสริมอื่น ๆ เช่น ค้นหา Keyword , วิเคราะห์เว็บไซต์คู่แข่ง, ตรวจสอบความเข้ากันได้ของคีย์เวิร์ด, และการสร้างรายงานเพื่อวิเคราะห์ผลการทำ SEO และการตลาดด้วยความสะดวกในการใช้งานและข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ SEOquake จึงถูกจัดให้เป็นเครื่องมืออีกรูปแบบหนึ่งที่น่าใช้สำหรับผู้ที่ต้องการวิเคราะห์และปรับปรุงเว็บไซต์ในเชิง SEO

SEOquake Offline Website

https://www.seoquake.com/index.html
  1. BrightEdge
BrightEdge

BrightEdge เป็นแพลตฟอร์มการทำ SEO (Search Engine Optimization) และ การตลาดดิจิทัลที่ช่วยให้ผู้ที่ทำการตลาดสามารถวิเคราะห์และปรับปรุงการแสดงผลในการค้นหาของเว็บไซต์ของพวกเขาได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดย BrightEdge มีคุณสมบัติที่ช่วยในการวิเคราะห์คีย์เวิร์ดที่สำคัญ

การวิเคราะห์และติดตามการแสดงผลในการค้นหา, การติดอันดับในเครื่องมือการค้นหา, การวิเคราะห์การค้นหาท้องถิ่น, การวิเคราะห์ผลการแสดงผลของอัตราความสำเร็จ, การวิเคราะห์แนวโน้มของ Keyword

การตรวจสอบความสอดคล้องกับ SEO และข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างเว็บไซต์, การจัดอันดับของคำสำคัญ, และอื่น ๆ แพลตฟอร์ม BrightEdge ช่วยให้ผู้ทำการตลาดสามารถปรับปรุงแผนการตลาดออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในด้าน SEO, การสร้างเนื้อหา, การวางแผนการตลาด, การติดตามผลการทำ SEO, และการเพิ่มประสิทธิภาพในการตลาดออนไลน์ทั้งหมดแบบครบวงจร 

BrightEdge Offline Website

https://www.brightedge.com/
 

สรุป

เครื่องมือรูปแบบต่างๆ เหล่านี้จะช่วยให้คุณวิเคราะห์และปรับปรุงการทำ SEO ในด้านต่างๆ เช่น การวิเคราะห์ Keyword , การตรวจสอบการเชื่อมโยงข้ามเว็บไซต์, การตรวจสอบและเพิ่มประสิทธิภาพของเนื้อหา, การตรวจสอบข้อมูลการเรียงลำดับของเว็บไซต์

ในด้านอื่นๆ ได้อย่างละเอียด มีประสิทธิภาพ หากคุณต้องการวางแผนกลยุทธ์ทางการตลาด แต่ยังไม่รู้ว่าจะเลือกใช้เครื่องมือแบบไหนดี สามารถติดต่อสอบถาม Seoseznam ของเราได้เลย เราเป็นบริษัทรับทำ SEO ที่ให้บริการด้วยผู้เชี่ยวชาญ มีประสบการณ์มาอย่างยาวนาน พร้อมให้คำแนะนำทุกเวลา  

 


บทความนี้เกิดจากการเขียนและส่งขึ้นมาสู่ระบบแบบอัตโนมัติ สมาคมฯไม่รับผิดชอบต่อบทความหรือข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือทำให้เกิดความเสียหาย หรือละเมิดสิทธิใดๆ กรุณาแจ้งมาที่ ht.ro.apt@ecivres-bew เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกจากระบบในทันที