Marnote

ผู้เขียน : Marnote

อัพเดท: 23 ม.ค. 2023 15.15 น. บทความนี้มีผู้ชม: 4474 ครั้ง

Being healthy is a must.


เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ใช่เพื่อเผยผิวหน้าขาวใสไร้ฝ้า

 
แดดเมืองไทย คือ ศัตรูตัวร้ายที่ทำลายผิวสวยๆของสาวๆหนุ่มๆเป็นอย่างมาก และยังสร้างความเสียหายในชั้นผิวอยู่ตลอด ไม่ว่าจะเป็นรอยคล้ำ จุดด่างดำ และปัญหาหนักอกหนักใจนั่นก็คือ ปัญหาฝ้า กระ ซึ่งลงลึกไปยังชั้นผิวและสร้างรอยฝ้าให้เราหมดความมั่นใจในตัวเองเป็นอย่างมาก แน่นอนว่าการดูแลปัญหาด้านผิวที่สำคัญคือ การทาครีมกันแดด ซึ่งก็ช่วยป้องกันผิวได้ดีในระดับหนึ่ง ส่วนการรักษาฝ้านั้น ก็ต้องใช้ผลิตภัณฑ์ที่ดูแลฝ้าโดยเฉพาะอย่าง ครีมลดฝ้า ที่จะช่วยลดความหนาของฝ้า รวมไปถึงบำรุงดูแลผิวบริเวณที่มีฝ้าให้ค่อยๆเรียบเนียนกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ หากรักษาด้วยผลิตภัณฑ์ครีมบำรุงต่างๆแล้วไม่ได้ผล การปรึกษาแพทย์ผิวหนังเฉพาะทางเรื่องการรักษาฝ้า ถือเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด
 
หลายคนอาจสงสัยว่า ฝ้า คืออะไร และทำไมปัญหาเรื่องฝ้าถึงเป็นเรื่องใหญ่และหากไม่รักษาอย่างถูกวิธีอาจทำให้เป็นอันตรายต่อผิวหนังได้ ฝ้า ปัญหาสุดกลุ้มของผิวพรรณ ที่เรียกได้ว่าเป็นญาติสนิทกับรอยกระ เพราะกระบวนการเกิดนั้นคล้ายคลึงกันมาก แต่ฝ้าจะมีบริเวณที่กว้างกว่า มองเห็นได้ชัดกว่า สามารถเกิดขึ้นได้ในทุกส่วนของใบหน้า แต่ส่วนใหญ่แล้วมักจะมีฝ้าบริเวณโหนกแก้ม โดยตัวเลขเฉลี่ยของคนที่เป็นฝ้าส่วนใหญ่จะเริ่มจากวัย 30 ปีขึ้นไป สาเหตุการเกิดฝ้า เกิดจากการที่เม็ดสีผิวหรือเม็ดสีเมลานิน ทำงานมากเกินไป จึงทำให้สีผิวไม่สม่ำเสมอ เนื่องมาจากเจ้าเม็ดสีเมลานินนั้นมีหน้าที่กรองรังสียูวี เมื่อผิวได้รับแสงแดดมากขึ้น เมลานินก็จะถูกผลิตออกมามากขึ้นตามไปด้วย โดยรังสีที่มีผลต่อการเกิดฝ้าคือ "รังสี UVA" ซึ่งรังสียูวีเอจะมีช่วงคลื่นที่ยาวกว่ารังสียูวีบี จึงสามารถทำลายผิวได้ลึก จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเมื่อตากแดดนาน ๆ แล้วผิวถึงคล้ำเสียได้ และนอกจากแสงแดดแล้ว เรื่องของการใช้เครื่องสำอางบางชนิด การทานยาบางชนิด เช่น ยาคุมกำเนิด รวมไปถึงฮอร์โมนและกรรมพันธุ์ ก็เป็นสาเหตุของการเกิดฝ้าได้เช่นกัน ถ้าสาเหตุการเกิดฝ้ามาจากกรรมพันธุ์ โอกาสฝ้าจะกลับมาเกิดซ้ำจะมีสูงมาก และปริมาณอาจเท่าเดิมหรือลดลงกว่าเดิมเล็กน้อย จึงไม่คุ้มค่ากับการทุ่มเงินรักษาเท่าไร ฝ้าต่างจากกระ "เพราะฮอร์โมน" ถ้าเป็นกระส่วนใหญ่แล้วจะเกิดจากแสงแดด ความร้อน และอายุ แต่ในกรณีของฝ้ามักจะมีปัจจัยฮอร์โมนเข้ามาค่อนข้างเยอะ เช่น มีการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนอย่างรวดเร็วตอนตั้งครรภ์ รวมไปถึงการที่ฮอร์โมนลดลงอย่างรวดเร็วก็ทำให้เกิดฝ้าได้เช่นกัน อย่างช่วงการเข้าสู่วัยทอง และวัยหมดประจำเดือน เป็นต้น ประเภทของฝ้า ฝ้าแบบตื้น จะอยู่ในระดับผิวหนังกำพร้า (ผิวหนังชั้นนอก) ฝ้าชนิดนี้จะเป็นสีน้ำตาล ขอบชัด เกิดขึ้นได้ง่าย และสามารถรักษาให้หายได้โดยใช้เวลาไม่นาน ฝ้าแบบลึก จะอยู่ในระดับที่ลึกกว่าผิวหนังกำพร้า ความลึกของมันจะทำให้เกิดการแสดงสีออกมาเป็นสีน้ำตาลอมฟ้าหรือสีน้ำตาลอมม่วง เป็นฝ้าที่รักษาได้ยาก การทายามักให้ผลเพียงแค่ทำให้ดูจางลงเท่านั้น
 
 
 
 

บทความนี้เกิดจากการเขียนและส่งขึ้นมาสู่ระบบแบบอัตโนมัติ สมาคมฯไม่รับผิดชอบต่อบทความหรือข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือทำให้เกิดความเสียหาย หรือละเมิดสิทธิใดๆ กรุณาแจ้งมาที่ ht.ro.apt@ecivres-bew เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกจากระบบในทันที