Marnote

ผู้เขียน : Marnote

อัพเดท: 23 ม.ค. 2023 15.15 น. บทความนี้มีผู้ชม: 4478 ครั้ง

Being healthy is a must.


ผิวแห้งกร้านต้องปราบด้วยโลชั่นบำรุงผิวที่เต็มไปด้วยอาหารผิว

 
คนที่มีผิวแห้ง ไม่ว่าจะในสภาพอาการแบบใด ผิวก็ยังคงแห้งกร้าน และไวต่อการเกิดการระคายเคืองของผิวอีกด้วย เพราะบริเวณที่ผิวแห้งนั้น เซลส์ผิวที่ตายแล้วยังคงเกาะอยู่ที่ชั้นผิว ซึ่งทำให้ผิวใหม่ที่กำลังจะผลัดเซลส์ขึ้นมาทำงานได้ช้าลง เกิดริ้วรอยและความหมองคล้ำอย่างเห็นได้ชัด จึงไม่แปลกใจว่าสาวๆหนุ่มๆที่มีผิวแห้งนั้นจะคอยพกโลชั่นและครีมบำรุงผิว ครีมผิวแห้ง อยู่เสมอ เพื่อคอยเติมความชุ่มชื้นให้แก่ผิว เพื่อที่ผิวจะได้ไม่แห้งกร้านและรู้สึกสากเมื่อสัมผัส 
 
ผิวแห้งนั้นจะยิ่งแสดงอาการของความแห้งกร้านของผิว เมื่อเข้าสู่หน้าหนาว แม้หลายคนจะค้านว่า เมืองไทยไม่มีหน้าหนาว แต่อากาศในช่วงนั้นสร้างความเสียหายให้กับคนผิวแห้งเป็นอย่างมาก เพราะด้วยความแห้งขออากาศ และความเย็นในบางช่วง รวมไปถึงยิ่งเราอาบน้ำอุ่น น้ำอุ่นก็คือหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ผิวแห้ง การชโลมครีมบำรุงผิวและโลชั่น หรือจะเป็นออยล์หลังการอาบน้ำในทันทีจะช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นในชั้นผิวมากยิ่งขึ้น อาหารเสริมสำหรับคนผิวแห้ง หมองคล้ำ ขาดน้ำ นั้นก็มีทั้ง อีฟนิ่งพริมโรส ซึ่งเป็นพืชชนิดหนึ่งที่คนนิยมนำมาสกัดเป็นน้ำมัน โดยประโยชน์ของอีฟนิ่งพริมโรสนั้นสามารถช่วยลดสิว บำรุงผิวให้สดใสเปล่งปลั่งและเนียนนุ่ม ช่วยเพิ่มความกระชับ ลดริ้วรอย ช่วยลดอาการก่อนมีประจำเดือน อาการวัยทอง และช่วยบำรุงหัวใจได้ด้วย เนื่องจากในอีฟนิ่งพริมโรสนั้นมีกรดแกมมาไลโนอิคซึ่งร่างกายไม่สามารถผลิตเองได้ กรดชนิดนี้ช่วยในการทำงานของโครงสร้างผิวหนังให้สามารถทำงานได้ดียิ่งขึ้น สำหรับในปัจจุบันมีการนำอีฟนิ่งพริมโรสมาเป็นส่วนผสมในอาหารเสริมทั้งชนิดแคปซูลและชนิดทาภายนอก สำหรับผู้ที่จะกินอีฟนิ่งพริมโรส ควรกินในช่วงระยะเวลาสั้นๆ ไม่ควรกินติดต่อกันเป็นเวลานานและควรปรึกษาแพทย์ก่อนการกิน น้ำมันปลาคือน้ำมันที่มีจากการสกัดเนื้อปลาทะเล เช่น ปลาทูน่า ปลาค็อด ปลาเฮอร์ริ่ง เป็นต้น ซึ่งในน้ำมันปลาจะมีสารอาหารสำคัญนั่นก็คือกรดไขมันโอเมก้า-3 ซึ่งสามารถช่วยบำรุงผิว ช่วยลดการอักเสบซึ่งเกี่ยวข้องกับการแก่ก่อนวัย ช่วยลดอาการผิวแห้งกร้าน ไม่เรียบเนียน ช่วยลดรอยสิว นอกจากนี้กรดโอเมก้า-3 ยังถือเป็นไขมันดี ซึ่งช่วยบำรุงหัวใจ บำรุงกล้ามเนื้อและยังช่วยบำรุงสมองด้วย วิตามินอีและวิตามินซี ซึ่งวิตามินทั้ง 2 ตัวนี้ช่วยสนับสนุนการทำงานซึ่งกันและกันได้ดีเมื่อต้องการกินเพื่อบำรุงผิวค่ะ โดยแบ่งกินหลังอาหารมื้อเช้า - เย็นได้ ไม่จำเป็นต้องกินมื้อใดมื้อหนึ่งเพราะอาจจะทำให้กระเพาะระคายเคืองได้ ซึ่งวิตามินอีนั้นทำหน้าที่บำรุงผิวโดยตรง ช่วยกระตุ้นให้ผิวแข็งแรง ผิวกระชับ อุ้มน้ำได้ดีมากขึ้น หากกินพร้อมกับวิตามินซีนั้น วิตามินซีก็จะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายดูดซับวิตามินทั้งคู่ได้ดีมากขึ้น แอสตาแซนทิน (Astaxanthin) จัดเป็นสารอาหารในกลุ่มแคโรทีนอยด์ ลักษณะเป็นสีชมพู แดงไปจนถึงม่วงเข้ม ประโยชน์ของแอสตาแซนทินนั้นคือช่วยบำรุงผิว ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ดูแลผิวพรรณให้สดใส ลดริ้วรอย ช่วยบำรุงให้โครงสร้างของผิวทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และนอกจากจะมีประโยชน์ในการบำรุงผิวแล้ว ยังช่วยกระตุ้นการทำงานของสมองให้มีตวามจำที่ดีขึ้น ช่วยบำรุงสายตา ช่วยลดอาการเจ็บปวดกล้ามเนื้อและช่วยลดระดับไขมันเลว ลดคอเรสเตอรอล
 
 
 

บทความนี้เกิดจากการเขียนและส่งขึ้นมาสู่ระบบแบบอัตโนมัติ สมาคมฯไม่รับผิดชอบต่อบทความหรือข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือทำให้เกิดความเสียหาย หรือละเมิดสิทธิใดๆ กรุณาแจ้งมาที่ ht.ro.apt@ecivres-bew เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกจากระบบในทันที