วัตพล

ผู้เขียน : วัตพล

อัพเดท: 13 พ.ค. 2024 22.35 น. บทความนี้มีผู้ชม: 690762 ครั้ง

ผิวแห้งคัน ปัญหาคันยุบยิบที่รักษาให้หายได้


ยาคุมลดสิว ตัวช่วยกู้หน้าพังจากฮอร์โมนวัยรุ่น

ยาคุมลดสิวได้จริงไหม

เมื่อเข้าสู่วัยรุ่น หนุ่มสาวหลายคนอาจจะกำลังเจอกับสภาวะฮอร์โมนในร่างกายเปลี่ยนแปลงเร็วกว่าปกติ ซึ่งร่างกายจะทำหน้าที่ผลิตฮอร์โมนรูปแบบต่าง ๆ ออกมา แต่ฮอร์โมนที่เราจะนำมาพูดถึงในวันนี้และเป็นฮอร์โมนที่สร้างปัญหาต่อหนุ่มสาวมากที่สุดคือ ฮอร์โมนแอนโดรเจน เนื่องจากฮอร์โมนประเภทนี้มีผลต่อการเกิดสิวโดยตรง ยิ่งร่างกายของหนุ่มสาวผลิตฮอร์โมนแอนโดรเจนออกมาเยอะเท่าไหร่ ก็จะเกิดสิวขึ้นมากเท่านั้น 

ไม่ว่าใครก็ตามที่กำลังหาวิธีรักษาสิวหรือกำลังรักษาสิวอยู่ ถ้าสิวที่คุณเป็นคือสิวฮอร์โมน คุณสามารถรักษาสิวให้หายขาดเองได้โดยที่ไม่ต้องเสียค่ารักษาแพง ๆ คุณอาจจะเคยได้ยินมาบ้างกับวิธีการรักษาสิวที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในช่วงเข้าวัยรุ่นด้วยการทานยาคุมลดสิว เพื่อปรับฮอร์โมนแอนโดรเจนที่พุ่งสูง ให้ลดลงมาอยู่ในระดับที่ปกติ 

แต่ก็มีหนุ่มสาวไม่ใช่น้อยที่ไม่กล้าลองทานยาคุมปรับฮอร์โมนลดสิว ไม่แน่ใจว่าต้องทานยาคุมกำเนิดลดสิวยังไง ยาคุมที่ช่วยลดสิวตัวไหนที่เหมาะกับร่างกายเราบ้าง และการทานยาคุมแก้สิว ยี่ห้อไหนดีถึงจะปลอดภัยต่อร่างกาย วันนี้เราจะมาไขข้อสงสัยกัน


ยาคุมกำเนิด (Birth Control Pill)

ยาคุมกำเนิด (Birth Control Pill) ประเภทเม็ดจะมีด้วยกันอยู่ 3 แบบ ได้แก่ ยาคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวม (Combined Oral Contraceptive - COC), ยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนเดี่ยว (Progestrogen-only pills - POP) และยาคุมกำเนิดชนิดเม็ดแบบฉุกเฉิน (Emergency contraception pill) ซึ่งเราจะมาอธิบายลักษณะการคุมกำเนิดของตัวยาแต่ละประเภทว่าแตกต่างกันอย่างไร

รู้จักประเภทของยาคุมกำเนิด

ยาคุมประเภทนี้จะมีฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสโตเจนผสมอยู่ในเม็ดเดียวกัน ซึ่งยาคุมหนึ่งแผง จะมี 21  -  22 เม็ด ส่งผลให้มีประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดสูงมาก แต่ข้อเสียคือ อาจเกิดผลข้างเคียงจากฮอร์โมนเอสโตรเจนในบางราย

ยาคุมประเภทนี้ถูกผลิตออกมาให้มีฮอร์โมนโปรเจสโตเจนภายในเม็ดเพียงอย่างเดียว เพื่อลดการเกิดผลข้างเคียงจากฮอร์โมนเอสโตรเจน ทำให้มูกบริเวณปากหมดลูกหนืดและเหนียว ส่งผลให้อสุจิผ่านเข้าไปสู่รังไข่ได้ยากขึ้น นอกจากนี้ยังส่งผลให้โพรงมดลูกบางจนตัวอ่อนไม่สามารถฝังตัวได้ ยาคุมประเภทนี้ หนึ่งแผงจะมี 28 เม็ด ข้อเสียคือ มีประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดเพียง 60% ซึ่งต่ำกว่าแบบยาคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวม

ยาคุมกำเนิดแบบฉุกเฉินแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ดังนี้

      1. ยาคุมฉุกเฉินชนิดฮอร์โมนรวม (Combined Estrogen-Progestin)

ภายในตัวยาประกอบไปด้วยฮอร์โมน Estrogen และ Progesterone มีประสิทธิภาพในการยับยั้งและเลื่อนเวลาการตกไข่ ส่งผลให้ตัวอ่อนไม่สามารถฝังตัวในโพรงมดลูกได้ ยาคุมกำเนิดตัวนี้ต้องทานหลังจากการมีเพศสัมพันธ์ทันทีหรือภายใน 72 ชั่วโมง และจะต้องทานทั้งหมด 2 ครั้ง ซึ่งครั้งที่สองต้องทานห่างจากครั้งแรก 12 ชั่วโมง

      2. ยาคุมฉุกเฉินชนิดฮอร์โมนเดียวโพรเจสติน (Progestin Only) 

ภายในตัวยาประกอบไปด้วยฮอร์โมนเดียวคือ ฮอร์โมนโพรเจสโตเจน มีประสิทธิภาพในการยับยั้งการตกไข่ ยาคุมกำเนิดตัวนี้ต้องทานหลังจากการมีเพศสัมพันธ์ทันทีหรือภายใน 72 ชั่วโมง ซึ่งสามารถแบ่งทาน 1 ครั้งหรือ 2 ครั้งก็ได้ แต่ครั้งที่สองต้องทานห่างจากครั้งแรก 12 ชั่วโมง

      3. ยาคุมฉุกเฉินชนิด Selective Progesterone Modulator 

ตัวยา Ulipristal และ Mifepristone มีประสิทธิภาพในการยับยั้งการทำงานของฮอร์โมนเพศหญิง ส่งผลให้ตัวอ่อนไม่สามารถฝังตัวในโพรงมดลูกได้ ซึ่งตัวยา Ulipristal จะต้องทานภายใน 120 ชั่วโมง ส่วนตัวยา Mifepristone จะต้องทานภายใน 72 ชั่วโมง หลังจากมีเพศสัมพันธ์


ยาคุมช่วยลดสิวได้จริงไหม

ยาคุมสามารถลดการเกิดสิวและช่วยลดสิวได้ เนื่องจากยาคุมมีส่วนผสมของฮอร์โมนเพศหญิงอย่าง ฮอร์โมนเอสโตรเจน(Estrogen)และฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน(Progesterone) มีประสิทธิภาพในการลดระดับฮอร์โมนเพศชายอย่าง ออร์โมนแอนโดรเจน (Androgen) ซึ่งส่งผลให้ต่อมซีบัม(Sebum) ผลิตไขมันใต้ชั้นผิวหนังน้อยลง เพื่อลดต้นเหตุของการเกิดสิวนั้นเอง


ยาคุมกำเนิดช่วยลดสิวได้อย่างไร

กลไกลการออกฤทธิ์ของยาคุมกำเนิดเพื่อลดปัญหาสิวคือ หากร่างกายมีการผลิตฮอร์โมนเพศชายหรือฮอร์โมนแอนโดรเจน (Androgen) ในร่างกายมากเกินไป จะทำให้ต่อมซีบัม(Sebum) ผลิตไขมันใต้ผิวหนังขึ้นมา ส่งผลให้เกิดสิวอุดตัน แต่สามารถกินยาคุมปรับฮอร์โมนลดสิวที่มีส่วนผสมของฮอร์โมนเพศหญิงอย่าง เอสโตรเจนEstrogenและโพรเจสตินProgestin เพื่อลดการทำงานของฮอร์โมนเพศชายภายในร่างกาย


ประโยชน์ของการใช้ยาคุมเพื่อลดสิว

ประโยชน์ของยาคุมลดสิว

จากที่กล่าวมาข้างต้น ยาคุมกำเนิดมีประโยชน์ต่อร่างกายเราค่อนข้างหลายด้าน เพราะนอกจากจะสามารถคุมกำเนิดได้แล้วยังสามารถรักษาสิวที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของออร์โมนได้อีกด้วย ดังนั้นเรามาดูกันว่า สิวและปัญหาผิวประเภทไหนบ้างนะที่ยาคุมกำเนิดสามารถยับยั้งได้


ยาคุมชนิดไหนเหมาะกับการใช้ลดสิว

ยาคุมลดสิวที่นิยมรับประทานกันจะเป็นยาคุมประเภทกลุ่มฮอร์โมนรวม (Combined Oral Contraceptive – COC) เพราะในตัวยาของกลุ่มยาฮอร์โมนรวม จะมีส่วนผสมของฮอร์โมนเพศหญิงอย่าง ฮอร์โมนเอสโตรเจน(Estrogen)และฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน(Progesterone) ซึ่งยาคุมที่เหมาะกับการใช้ลดสิวยังถูกแบ่งย่อยออกเป็นอีก 3 ชนิด ได้แก่

เหมาะสำหรับการรักษาสิวระดับกลาง และควรทานอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

เหมาะสำหรับการรักษาสิวระดับกลาง และสามารถลดปัญหาการเกิดรูขุมขนอุดตัน ซึ่งเป็นต้นเหตุของการเกิดสิว

เหมาะสำหรับการรักษาสิวระดับไม่รุนแรง ข้อควรระวังคือ ตัวยาชนิดนี้อาจก่อให้เกิดการอุดตันภาวะลิ่มเลือดอุดตันภายในหลอดเลือดดำได้


วิธีกินยาคุมลดสิวให้ได้ประสิทธิภาพ

กินยาคุมลดสิวอย่างไรให้ได้ประสิทธิภาพ

เคล็ดไม่ลับในการกินยาคุมลดสิวฮอร์โมนอย่างไรให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด หนุ่ม ๆ สาว ๆ ต้องเริ่มจากการปรึกษาแพทย์และเภสัชเพื่อรับการประเมินสภาพผิวหน้าก่อน จากนั้นหมอจะซักประวัติว่ามีโรคประจำตัวไหม และตั้งครรภ์อยู่หรือเปล่า และหมอจะแจกแจงรายละเอียดของตัวยาที่เหมาะกับการลดสิว รวมไปถึงแจ้งผลข้างเคียงที่จะตามมา และวิธีการกินยาคุมลดสิวที่ถูกต้อง


แนะนำ 6 อันดับ ยาคุมลดสิวยี่ห้อไหนดี

ยาคุมที่เหมาะกับการกินเพื่อลดสิวและปรับออร์โมนจะมีอยู่ด้วยกัน 6 ยี่ห้อที่ผ่านมาตราฐานการผลิตด้านความปลอดภัยและได้รับการรับรองจากผู้เชี่ยวชาญว่าสามารถกินเพื่อลดสิวได้จริง และที่สำคัญมีผลข้างเคียงต่อร่างกายน้อยที่สุด ดังนี้

1. ยาคุมลดสิว ยี่ห้อ Diane

ยาคุมยี่ห้อ Diane เป็นยาคุมกำเนิดในรูปแบบยาเม็ดรวม (Combination oral contraceptive: COC) 1 ชุดจะมี 21 เม็ด ซึ่งสามารถลดการเกิดสิวได้ เนื่องจากตัวยามีส่วนผสมของ ไซโพรทีโรนอะซิเตท (Cyproterone acetate) ที่จะช่วยยับยั้งการผลิตฮอรโมนแอนโดรเจน (Androgen)

2. ยาคุมลดสิว ยี่ห้อ Sucee

ยาคุมยี่ห้อ Sucee เป็นยาคุมกำเนิดในรูปแบบยาเม็ดรวม (Combination oral contraceptive: COC) มีไซโพรทีโรนอะซิเตท (Cyproterone acetate) เป็นส่วนผสมหลัก ทำให้มีสรรพคุณเป็นยาคุมลดสิวไม่อ้วน ซึ่ง 1 ชุดจะมีแบบ 21 เม็ดและแบบ 28 เม็ด 

3. ยาคุมลดสิว ยี่ห้อ Yasmin

ยาคุมยี่ห้อ Yasmin เป็นยาคุมกำเนิดในรูปแบบยาเม็ดรวม (Combination oral contraceptive: COC) เป็นยาคุมกินแล้วไม่อ้วน ลดสิว ลดความมันบนใบหน้า  และลดการบวมน้ำ 1 ชุดจะมี 21 เม็ด ภายในตัวยาจะประกอบไปด้วยโดรสไพรีโนน (Drosperinone) ที่ช่วยลดโอกาสในการเกิดสิวฮอร์โมน

4. ยาคุมลดสิว ยี่ห้อ Justima

ยาคุมยี่ห้อ Justima เป็นยาคุมกำเนิดในรูปแบบยาเม็ดรวม (Combination oral contraceptive: COC) เป็นยาคุมลดสิว หน้าใส ลดการเกิดขนที่แขน ขา และใบหน้า แถมไม่อ้วนอีกด้วย เพราะมีส่วนผสมของโดรสไพรีโนน (Drosperinone) ที่ช่วยยับยั้งการผลิตฮอร์โมนเพศชาย ซึ่งยา 1 ชุดจะมี 21 เม็ด

5. ยาคุมลดสิว ยี่ห้อ Yaz

ยาคุมยี่ห้อYaz เป็นยาคุมกำเนิดในรูปแบบยาเม็ดรวม (Combination oral contraceptive: COC) 1 ชุดจะมี 28 เม็ด เป็นยาคุมลดสิว ลดอาการบวมน้ำ แถมไม่อ้วนอีกด้วย เนื่องจากมีส่ โดรสไพรีโนน (Drosperinone) ที่จะเข้าไปลดการผลิตฮอร์โมนเพศชายในร่างกาย 

6. ยาคุมลดสิว ยี่ห้อ Herz

ยาคุมยี่ห้อ Herz เป็นยาคุมกำเนิดในรูปแบบยาเม็ดรวม (Combination oral contraceptive: COC) ในตัวยาจะมีโดรสไพรีโนน (Drospirenone) ที่ช่วยลดการผลิตฮอร์โมนเพศชาย ทำให้สามารถเลดสิว ป้องกันการเกิดสิว และลดอาการบวมน้ำได้ 1 ชุดจะมี 28 เม็ด


กินยาคุมลดสิว กี่เดือนถึงเห็นผล

การกินยาควบคุมฮอร์โมนลดสิวโดยทั่วไปแล้วจะต้องกินติดต่อกันอย่างน้อย 1 - 3 เดือนถึงจะเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน เนื่องจากภายในตัวยามีประสิทธิภาพในการลดการเกิดฮอร์โมนเพศชายและยับยั้งการผลิตต่อมซีบัม (Sebum) ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดสิว จึงต้องใช้เวลาในการกินยาคุมลดสิวเพื่อปรับฮอร์โมนสักระยะหนึ่ง


ข้อควรระวังสำหรับการใช้ยาคุมลดสิว

ข้อควรระวังสำหรับการกินยาคุมลดสิว

ยาคุมลดสิวมีผลค้างเคียงที่ส่งผลต่อร่างกายค่อนข้างมาก ดังนั้นหนุ่มสาวที่กำลังรักษาสิวฮอร์โมนด้วยวิธีการกินยาคุม จะต้องระวังผลข้างเคียงดังนี้


ใครที่ไม่เหมาะกับการใช้ยาคุมลดสิว

กลุ่มคนที่ไม่เหมาะกับการใช้ยาคุมลดสิว มีดังนี้


ข้อสรุป

ยาคุมลดสิวมีประสิทธิภาพในการช่วยเรื่องสิวได้จริง แต่ผลข้างเคียงและข้อห้ามสำหรับผู้ที่จะใช้ยาตัวนี้ค่อนข้างเยอะไม่ควรซื้อยามากินเอง เราขอแนะนำให้ทุกคนปรึกษาแพทย์และเภสัชก่อน เพื่อหาตัวยาที่เหมาะกับตนเอง เพราะไม่ใช่ยาคุมทุกตัวที่เหมาะกับการทานเพื่อรักษาสิวฮอร์โมน


บทความนี้เกิดจากการเขียนและส่งขึ้นมาสู่ระบบแบบอัตโนมัติ สมาคมฯไม่รับผิดชอบต่อบทความหรือข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือทำให้เกิดความเสียหาย หรือละเมิดสิทธิใดๆ กรุณาแจ้งมาที่ ht.ro.apt@ecivres-bew เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกจากระบบในทันที