วัตพล

ผู้เขียน : วัตพล

อัพเดท: 03 ต.ค. 2022 17.11 น. บทความนี้มีผู้ชม: 7675 ครั้ง

ผิวแห้งคัน ปัญหาคันยุบยิบที่รักษาให้หายได้


10 อันดับ โทนเนอร์ยี่ห้อไหนดี คัดมาให้แล้ว ใช้แล้วผิวสุขภาพดีจากข้างในถึงข้างนอก

ผิวผ่องใส มีออร่า คือผิวที่ใครๆก็อยากได้ การดูแลผิวและสุขภาพผิวหน้าของเราจึงเป็นสิ่งสำคัญและหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่ช่วยดูแล รักษาความสะอาด และบำรุงผิวเราให้เกิดผิวที่ผ่องใส สุขภาพดี คือ โทนเนอร์ นั้นเองค่ะ โทนเนอร์คือ ผลิตภัณฑ์ที่เน้นทำความสะอาดผิวหน้า ปรับสภาพผิวหน้าก่อนที่เราจะลงสกินแคร์ตัวอื่นๆ

ในบทความนี้เราจะมาเจาะลึกว่า โทนเนอร์อะไร แตกต่างจากคลีนซิ่งยังไง ข้อดี การใช้งาน จนไปถึงการแนะนำโทนเนอร์ ว่า โทนเนอร์ยี่ห้อไหนดี ที่เหมาะสำหรับผิวเรา

 

โทนเนอร์

 

 


โทนเนอร์ (Toner)

โทนเนอร์คืออะไร และ โทนเนอร์จำเป็นไหม คือคำถามที่ทุกคนอยากรู้คำตอบ ไม่ต้องห่วงเรามีคำตอบมาให้คุณ

 

โทนเนอร์ เป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้หลังจากที่ล้างหน้าเสร็จแล้ว ช่วยในการทำความสะอาดผิวหน้าเป็นรอบสุดท้าย และการเช็กให้มั่นใจว่าบนใบหน้าของเราไม่มีสิ่งสกปรกเหลืออยู่ เช่น เครื่องสำอางที่ล้างออกไปไม่หมด หรือ ฝุ่นละอองและมลภาวะต่างๆ ที่เราได้พบเจอระหว่างวัน แถมช่วยปรับสภาพผิว สมดุลค่า pH ให้ผิวพร้อมก่อนที่จะลงผลิตภัณฑ์บำรุงตัวอื่นลงไปบนใบหน้า อีกทั้งช่วยในการซึมซับครีมบำรุงหรือสกินแคร์เข้าสู่พื้นผิวได้ดียิ่งขึ้นและเติมความชุ่มชื้นให้ไม่เกิดความแห้งกร้าน โทนเนอร์จึงเป็นผลิตภัณฑ์หรือขั้นตอนสำคัญไปสู่ผิวที่สุขภาพดี 

 

โทนเนอร์ Vs คลีนซิ่ง

โทนเนอร์ กับ คลีนซิ่ง แตกต่างกันอย่างไร มาดูกัน

 

คลีนซี่ง (cleansing) คือผลิตภัณฑ์ที่เน้นในการทำความสะอาดผิวหน้า เพื่อล้างเครื่องสำอางต่างๆ เช่น รองพื้น อายไลน์เนอร์ และสิ่งสกปรกที่อยู่บนใบหน้า ส่วนโทนเนอร์ (toner) ถือว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีจุดประสงค์ในการปรับสภาพผิว เพื่อให้รับส่วนผสมที่อยู่ในผลิตภัณฑ์บำรุงผิวให้ได้เต็มที่ พร้อมกับเป็นการทำความสะอาดสิ่งที่อยู่บนใบหน้าให้หมดจดเป็นขั้นตอนสุดท้าย ปัจจุบัน มีโทนเนอร์หลากหลายรูปแบบ ทั้งการพัฒนาสูตรให้ตอบโจทย์ทุกสภาพผิว ไม่ว่าจะเป็น โทนเนอร์ผิวแพ้ง่าย โทนเนอร์สําหรับผิวมัน โทนเนอร์สําหรับคนเป็นสิว หรือ โทนเนอร์ที่สำหรับการรักษาปัญหาผิวเช่น โทนเนอร์ลดสิว โทนเนอร์รักษาสิว โทนเนอร์ลดรอยสิว และสุดท้ายโทนเนอร์ที่เจาะจงไปที่ผลลัพธ์อย่าง โทนเนอร์หน้าใส โทนเนอร์กระชับรูขุมขน และอีกมากมาย ซึ่งเราควรรู้ว่าโทนเนอร์ยี่ห้อไหนดี ที่จะมาเป็นตัวสำคัญในการแก้ปัญหาผิวและได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ

 


โทนเนอร์มีข้อดีอย่างไรบ้าง

โทนเนอร์ (toner) มีประโยชน์ต่อผิวหน้าอย่างมากมาย สรุปมาได้เป็น 5 ประโยชน์หลักตามนี้เลย

 

โทนเนอร์ลดสิว

 

 

 


 

เลือกโทนเนอร์อย่างไรดี

สิ่งที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง คือการเลือกโทนเนอร์ให้เหมาะกับผิวหน้าของเรา และโทนเนอร์ยี่ห้อไหนดีที่จะถูกกับสภาพผิวหน้าของเราเป็นพิเศษ

 

วิเคราะห์ว่าตัวเองเป็นผิวแบบไหน

ผิวแห้ง - มีลักษณะแห้ง แตก เป็นขุยง่าย ไม่มัน

ผิวมัน - ผิวเงา มันวาว เป็นสิวค่อนข้างง่าย

ผิวแพ้ง่าย - บอบบาง และระคายเคืองง่าย มีอาการแสบ คัน

ผิวธรรมดา - ไม่แห้งหรือมันจนเกิดไป ไม่ค่อยมีปัญหาทางด้านผิว

ผิวผสม - บางจุดแห้ง บางจุดมัน รูขุมขนกว้างในบางส่วนของใบหน้า

 

รู้ใจตัวเองว่าต้องการผลลัพธ์อะไร

อันดับสองคือการเลือกโทนเนอร์ที่เน้นไปที่ผลลัพธ์ว่าเราต้องการอะไร เช่น ถ้าต้องถ่ายแบบก็จะเน้นบำรุงและมีส่วนผสมที่ช่วยให้ผิวผ่องใส มีออร่า หรือ ไปเที่ยวเมืองหนาว ก็เจาะจงไปที่ผลลัพธ์ที่ได้ผิวที่อิ่มน้ำ มีความชุ่มชื้น

 

รู้ใจตัวเองว่าต้องการผลลัพธ์อะไร

อันดับสามคือโทนเนอร์ที่ใช่สำหรับเราคือโทนเนอร์ที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของเรา ในเมื่อเราเป็นสาวชอบเดินทาง ก็ควรเลือกโทนเนอร์ที่เป็นขนาดเล็กหรือในรูปแบบที่สามารถพกพาไปไหนได้ง่าย รถไฟ รถบัส หรือเครื่องบิน  แต่ถ้ารักเดียวใจเดียว ชอบใช้อะไรนานๆ ก็เหมาะกับการซื้อโทนเนอร์ขวดใหญ่ๆ ใช้ได้นานเป็นหลายเดือน


10 อันดับ โทนเนอร์ยี่ห้อไหนดี ฉบับปี 2022

จัดอันดับแนะนำโทนเนอร์ยี่ห้อไหนดี ปี 2022 ใครเห็นโทนเนอร์อันไหนที่ใช่ อย่าลืมไปซื้อกันด้วยนะ

 

อันดับที่ 1 โทนเนอร์ Bioderma

ใครที่พูดถึงโทนเนอร์ ต้องไม่พลาดเลย โทนเนอร์ Bioderma ซึ่งทาง Bioderma ได้ทำสูตรมาตอบโจทย์ทุกสภาพผิวหน้า เริ่มจากตัวแรก คือ Bioderma Sensibio Tonique เป็นสูตรอ่อนโยนต่อผิวหน้า เหมาะกับสาวๆหนุ่มๆที่มีผิวที่ระคายเคือง แพ้ง่าย สามารถใช้โทนเนอร์ตัวนี้เช็ดได้แม้ว่าจะเป็นบริเวณรอบๆดวงตา

 

ต่อมากับตัวที่สองคือ Bioderma Hydrabio Tonique ที่เหมาะสำหรับสาวๆที่ต้องการ เพิ่มความชุ่มชื้น ให้ได้ผิวอิ่มฟู อิ่มน้ำ มีสุขภาพที่ดี แล้วโทนเนอร์ตัวสุดท้ายที่จะแนะนำของ คือ Bioderma Sebium Lotion ที่บอกเลยว่าถ้าต้องการลดสิวหรือความมันบนใบหน้าต้องใช้สูตรนี้ เป็นโทนเนอร์ลดสิวที่มากับส่วนผสม Salicylic Acid ช่วยในการผลัดเซลล์ผิว เหมาะกับทุกคนที่มีผิวมัน เป็นสิวง่าย และมีผิวผสม 

จุดเด่น: แต่ละสูตรมีความเฉพาะเจาะจงในแก้ปัญหาผิวโดยตรง และโทนเนอร์ Bioderma Sebium Lotion สามารถคงความชุ่มชื้นของผิวได้นานมากถึง 8 ชั่วโมง

BIODERMA SENSIBIO TONIQUE: 890 บาท, 250 ml.

Bioderma Hydrabio Tonique: 890 บาท, 250 ml.

Bioderma Sebium Lotion: 800 บาท, 200 ml. 


 

โทนเนอร์ยี่ห้อไหนดีโทนเนอร์ยี่ห้อไหนดี โทนเนอร์ยี่ห้อไหนดี

 

อันดับที่ 2 โทนเนอร์ Dear Klairs

โทนเนอร์สัญชาติเกาหลีที่ชื่อว่า Dear Klairs Supple Preparation Facial Toner เหมาะกับผิวทุกประเภทเพราะเป็นโทนเนอร์ออร์แกนิกที่ช่วยในการต่อต้านริ้วรอยได้เป็นอย่างดี แถมมีส่วนผสมทั้ง Phyto-Oligo และ Hyaluronic Acid มาเติมน้ำให้ผิว

จุดเด่น: อ่อนโยนต่อผิว ไม่มีพาราเบน แอลกอฮอล์ และ ซิลิโคน 

ราคา: 860 บาท, 180 ml. 


 

 โทนเนอร์ ผิวแพ้ง่าย

 

อันดับที่ 3 โทนเนอร์ยี่ห้อ Pixi

Pixi Skintreats Glow Tonic Exfoliating Toner แค่จากชื่อก็รู้เลยว่าเหมาะกับสาวๆที่ต้องการหาโทนเนอร์ผลัดเซลล์ผิว เผยเซลล์ผิวใหม่ ทำให้หน้ากระจ่างใส ดูอ่อนวัย ซึ่งโทนเนอร์ตัวนี้มากับส่วนผสมว่านหางจระเข้และ โสม ช่วยให้ผิวแข็งแรงมากขึ้น 


จุดเด่น: เน้นสำหรับผลัดเซลล์ผิวชั้นนอกที่เสื่อมสภาพออกไป ให้เกิดผิวใหม่ที่เรียบเนียน

ราคา: 630 บาท, 100 ml. - 1,230 บาท, 250 ml.  

 โทนเนอร์ คือ           

อันดับที่ 4 โทนเนอร์ยี่ห้อ Fresh

โทนเนอร์ยี่ห้อไหนดี Fresh Rose Deep Hydration Facial Toner เป็นโทนเนอร์อีกตัวเลือกหนึ่งที่มีสารสกัดหลักมาจากดอกกุหลาย ในขวดก็ยังมีกลีบกุหลายอีกด้วย เหมาะสำหรับใครที่ตามหาโทนเนอร์มาช่วยเติมเต็มความชุ่มชื่น ไม่ให้ผิวเกิดความแห้ง และอีกคุณสมบัติคือการรักษาสมดุลผิว ลดรูขุมขนให้เล็กลง

 

จุดเด่น: ให้ความชุ่มชื่นได้เป็นอย่างดี กระชับรูขุมขน ทำให้ผิวเรียบเนียน

ราคา: 980 บาท, 100 ml. - 1,760 บาท, 250 ml.

 

โทนเนอร์ ผิวแห้ง

                                            

อันดับที่ 5 โทนเนอร์ยี่ห้อ Vichy

Vichy Normaderm โทนเนอร์ที่มีจุดประสงค์ในการทำความสะอาดผิวอย่างละเอียดอ่อน ปราศจากคราบสิ่งสกปรก โทนเนอร์แบรนด์ฝรั่งเศสนี้มีส่วนผสมหลักอย่าง น้ำแร่ภูเขาVichy เพิ่มความแข็งแรงให้กับชั้นผิวหนัง และ Salicylic acid ป้องกันการเกิดสิวบนใบหน้า

จุดเด่น: ได้มีการพิสูจน์ว่าไม่ทำให้แพ้ และระคายเคือง โทนเนอร์ สําหรับคนเป็นสิว

ราคา: 750 บาท, 200ml. 

 

 

 

 โทนเนอร์ เช็ดหน้า

 

อันดับที่ 6 ยี่ห้อ Thayers

Thayers Witch Hazel Toner ทีมีโทนเนอร์สูตรดังคือ Thayers Rose Petal เน้นเติมน้ำให้ผิวสุขภาพดี โดยมีการนำเปลือกของวิชฮาเซลมาเป็นสารประกอบ ช่วยกำจัดแบคทีเรีย และเชื้อรา พร้อมปรับสมดุลในการผลิตน้ำมันของผิว 

จุดเด่น: ฟื้นฟูผิว เผยผิวที่อิ่มน้ำ อ่อนโยน 

ราคา: 290 บาท, 89 ml. - 690 บาท, 355 ml.

 

โทนเนอร์ หน้าใส

 

อันดับที่ 7 ยี่ห้อ Lancome

Lancôme Tonique Confort Toner ที่มาพร้อมกับกลิ่นหอม ทำความสะอาดผิวได้อย่างดี และปรับสภาพผิวด้วยส่วน

ผสมจากดอกยี่หร่า ปลอบประโลมผิว ให้ผิวที่นุ่มเด้ง

 

จุดเด่น: ผิวอิ่มน้ำ ชุ่มชื่น ไม่แห้ง ใช้แล้วไม่เหนี่ยวเนอะหนะ

ราคา: 1950 บาท, 400 ml

โทนเนอร์ กระชับรูขุมขน

อันดับที่ 8 ยี่ห้อ Naturista

 

Naturista Tea Tree Facial Toner โทนเนอร์ตัวนี้มาพร้อมกับสารสกัดหลักคือ Tea Tree Oil ที่มีคุณสมบัติเน้นการ รักษา ลดสิว และ กำจัดเชื้อสิวที่อยู่บนใบหน้า เป็นโทนเนอร์สําหรับคนเป็นสิว นอกจากนี้ยังช่วยเรื่องการลดการอักเสบของสิวด้วย อีกทั้งยังช่วยควบคุมความมันให้น้อยลง  

 

จุดเด่น: เหมาะกับคนที่ชอบเป็นสิว ช่วยให้ผิวเรียบเนียน กระชับรูขุมขน

ราคา: 650 บาท, 250 ml.

 

 

 

 โทนเนอร์ สําหรับคนเป็นสิว

อันดับที่ 9 ยี่ห้อ Neutrogena

Neutrogena Alcohol Free Toner โทนเนอร์ในราคาย่อมเยา ไร้แอลกอฮอล์ คนที่มีผิวแพ้ง่ายสามารถใช้ได้ ลดสิว พร้อมปรับสภาพผิวการบำรุงขั้นต่อไป โทนเนอร์ยี่ห้อไหนดี โทนเนอร์แบรนด์ Neutrogena ตอบโจทย์สำหรับคนที่มีงบน้อยและผิวระคายเคืองง่าย

 

จุดเด่น: ราคาเป็นมิตร อ่อนโยนไม่ทำให้เกิดอาการแพ้ ปรับสมดุลผิว

ราคา: 185 บาท, 150 ml.

 

 โทนเนอร์ ลดสิวอุดตัน

อันดับที่ 10 ยี่ห้อ Paula’s Choice

Paula’s Choice Skin Balancing Pore Reducing Toner เป็นโทนเนอร์ที่เหมาะสำหรับการกระชับรูขุมขน และ

ต้องการ โทนเนอร์ที่มาในลักษณะน้ำซึมง่าย อีกทั้งช่วยลดเลือนริ้วรอยทำให้ดูอ่อนวัย  

จุดเด่น: ทำให้รูขุมขนที่กว้างแลดูกระชับขึ้น  แก้ไขปัญหาริ้วรอยบนใบหน้าก่อนวันอันควร ปราศจากน้ำหอม

ราคา: 900 บาท, 190 ml.

 

โทนเนอร์ยี่ห้อไหนดี  หน้าใส

 

 

 


วิธีใช้โทนเนอร์

วิธีการใช้โทนเนอร์

  1. ล้างหน้าให้สะอาดแนะนำให้ทำความสะอาดผิวหน้าอย่างหมดจด แล้วเช็ดหน้าให้แห้ง ควรใช้โทนเนอร์ (toner) ทันทีหลังที่ล้างหน้าเสร็จ เพราะจะช่วยทำให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น 
  2. การเช็ดหน้าด้วยโทนเนอร์เลือกใช้สำลีที่เป็นแผ่นหรือสำลีที่เฉพาะสำหรับโทนเนอร์ หยดโทนเนอร์ประมาณ 3-4 หยดลงบนสำลีที่จะนำไปใช้ แล้วเช็ดทวนรูขุมขนขึ้นไปให้ทั่วใบหน้า 
  3. เมื่อเช็ดหน้าด้วยโทนเนอร์เสร็จแล้วสามารถลงผลิตภัณฑ์บำรุงต่อได้เลย โดยที่ไม่ต้องล้างออก

Tip อื่นๆ: สามารถเอาโทนเนอร์หยดลงในแผ่นสำลีให้ชุ่มซัก 4 แผ่นหรือมากกว่า เสร็จแล้วก็นำสำลีมาวางไว้บนใบหน้า มาสก์ไว้ประมาณ 15-20 นาที ซึ่งจะช่วยบำรุงผิวหน้าให้ชุ่มชื้นไปอีกระดับหนึ่ง กระจ่างใสมากขึ้น 

 


โทนเนอร์ เตรียมความพร้อมก่อนบำรุงผิวหน้า

โทนเนอร์ (toner) มีประโยชน์มากกว่าที่คุณคิดและเป็นอีกหนึ่งขั้นตอนที่ขาดไม่ได้ ทั้งช่วยในการทำความสะอาดผิว เตรียมความพร้อมผิว และบำรุงผิวให้ดียิ่งขึ้น เนื้อหาที่สำคัญที่เราได้ลงรายละเอียดในบทความนี้คือ โทนเนอร์ยี่ห้อไหนดี ในปี 2022 หลังจากอ่านแล้วสาวๆหนุ่มๆสามารถเลือกโทนเนอร์ที่เหมาะสำหรับคุณเอามาลองใช้ได้เช่น โทนเนอร์ Bioderma ที่มีหลากหลายสูตรให้เลือก ว่าแล้วเตรียมตัวไปช้อปปิ้งโทนเนอร์เพื่อผิวสุขภาพดีจากข้างในถึงข้างนอกกันดีกว่า 

 

จุดเด่น:


บทความนี้เกิดจากการเขียนและส่งขึ้นมาสู่ระบบแบบอัตโนมัติ สมาคมฯไม่รับผิดชอบต่อบทความหรือข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือทำให้เกิดความเสียหาย หรือละเมิดสิทธิใดๆ กรุณาแจ้งมาที่ ht.ro.apt@ecivres-bew เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกจากระบบในทันที