วัตพล

ผู้เขียน : วัตพล

อัพเดท: 13 พ.ค. 2024 22.35 น. บทความนี้มีผู้ชม: 683850 ครั้ง

ผิวแห้งคัน ปัญหาคันยุบยิบที่รักษาให้หายได้


14 ข้อของ ครีมกันแดด ที่คุณควรรู้ เพื่อให้ไกลจาก ฝ้ากระจุดด่างดำ

 14 ข้อของครีมกันแดดที่ควรรู้

ชีวิตประจำวันของทุกคนเป็นเรื่องหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องออกไปกลางแจ้ง และการอยู่กลางแจ้งหมายถึงผิวคุณต้องสัมผัสกับแสงแดดโดยตรง ครีมกันแดดจึงเป็นผลิตภัณฑ์ที่เข้ามาช่วยแก้ปัญหาตรงจุดนี้ โดยสกินแคร์สำหรับกันแดดมีทั้งครีมกันแดดทาหน้าและครีมกันแดดทาตัว การทากันแดดอย่างสม่ำเสมอจะช่วยปกป้องผิวของคุณได้เป็นอย่างดี แล้วคุณรู้หรือไม่ว่าการเลือกซื้อครีมกันแดดให้เหมาะกับตนเองต้องเลือกดูอะไรบ้าง


ครีมกันแดด คืออะไร 

ครีมทาผิวกันแดด คือผลิตภัณฑ์ดูแลผิวประเภทหนึ่งที่เหมาะกับทุกเพศทุกวัย มีทั้งครีมกันแดดผู้ชาย ผู้หญิง และครีมกันแดดเด็ก โดยครีมกันแดดผิวกายมีส่วนผสมของสารที่ช่วยปกป้องผิวคุณจากรังสีอัลตราไวโอเลต (UV) ในแสงแดดซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ผิวไหม้ หมองคล้ำ รวมทั้งช่วยลดโอกาสในการเป็นมะเร็งผิวหนัง ครีมกันแดดมีบทบาทสำคัญที่ช่วยป้องกันไม่ให้รังสี UVA, UVB และ UVC เข้ามาทำอันตรายกับผิวของคุณโดยการดูดซับและสะท้อนแสงแดดออกไป


ประโยชน์ของครีมกันแดด

ครีมกันแดด เป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยปกป้องดูแลผิวจากแสงแดดและรังสีที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ซึ่งไม่เพียงแต่การออกไปอยู่กลางแจ้งเท่านั้น แต่ยังรวมถึงที่ร่มอย่างในบ้านที่อยู่อาศัย เพราะหลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าหน้าจอโทรทัศน์และคอมพิวเตอร์นั้นสามารถปล่อยรังสียูวีได้เช่นกัน รวมถึงแสงสีฟ้าจากมือถือ ดังนั้นจึงควรทาครีมกันแดดป้องกันผิวอยู่เสมอ


14 เรื่องน่ารู้ของ ครีมกันแดด

ครีมกันแดดในปัจจุบันนับเป็นสกินแคร์ยอดนิยมและมีวิธีใช้รวมถึงส่วนประกอบที่ต่างกันมากมาย ทำให้หลายคนไม่แน่ใจว่าเลือกซื้อถูกไหม กำลังใช้งานผิดวิธีอยู่หรือเปล่า ดังนั้นในหัวข้อนี้เราจะมาทำความรู้จัก 14 เรื่องน่ารู้ของครีมกันแดด ซึ่งมีอะไรบ้างนั้นมาหาคำตอบไปพร้อมกัน


1. ลักษณะการทำงานของครีมกันแดด

ลักษณะการทำงานของครีมกันแดด

ลักษณะการทำงานของครีมกันแดดแบ่งออกได้เป็น 2 วิธีด้วยกัน ขึ้นอยู่กับส่วนผสมของตัวกรองรังสีในเนื้อครีม โดยครีมกันแดดที่มีสารเคมีอย่าง โฮโมซาเลต เป็นส่วนผสมจะทำงานโดยการซึมเข้าสู่ชั้นผิวแล้วดูดซับรังสีก่อนที่จะสามารถทำอันตรายผิวหนังได้ และสำหรับส่วนผสมครีมกันแดดแบบธรรมชาติ จะมีซิงก์ออกไซด์ และ ไททาเนียมไดออกไซด์ ทำงานร่วมกันสร้างเกาะป้องกันบนชั้นผิวเพื่อสะท้อนรังสีออกไป


2. ถ้าไม่ใช้ครีมกันแดด จะเกิดอะไรขึ้น?

ถ้าไม่ใช้ครีมกันแดดจะเกิดอะไรขึ้น

การใช้ครีมกันแดดนอกจากจะช่วยป้องกันรังสีจากแสดงแดดแล้วยังส่งผลดีต่อสุขภาพผิวของคุณอีกมากมาย มาดูกันว่าถ้าไม่ใช้ครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง
 


3. ใครควรทาครีมกันแดดบ้าง

ใครควรทาครีมกันแดดบ้าง

ครีมกันแดดเหมาะกับคนทุกเพศทุกวัยยกเว้นเด็กทารกอายุต่ำกว่า 6 เดือนเพราะเด็กทารกยังมีชั้นผิวที่บอบบางและมีเปอร์เซ็นต์ในการสัมผัสกับแสงแดดและรังสีที่ต่ำ ครีมกันแดดเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทุกคนควรใช้ทุกวันเพื่อปกป้องผิวของคุณจากการถูกแสงแดดทำร้าย และยืดอายุให้ผิวสุขภาพดีอยู่กับคุณไปได้อีกนาน


4. ประเภทครีมกันแดดตามลักษณะการใช้งาน 

ประเภทครีมกันแดดตามลักษณะการใช้งาน

ครีมกันแดดมีอยู่ด้วยกัน 2 ประเภทคือแบบธรรมชาติและสารเคมี มาดูกันว่าแต่ละแบบมีการใช้งานอย่างไร

1) ครีมกันแดด ประเภทสะท้อนรังสี (Mineral sunscreens)

ครีมกันแดดแบบธรรมชาติจะทำหน้าที่ปกคลุมชั้นผิว ช่วยกระจายรังสี UV ออกจากผิวราวกับเป็นกระจกสะท้อนแสง ป้องกันได้ดีทั้ง UVA และ UVB

2) ครีมกันแดด ประเภทดูดซับรังสี (Chemical sunscreens)

ครีมกันแดดแบบเคมีจะซึมเข้าสู่ผิวเพื่อดูดซับรังสีและปล่อยออกมาในรูปแบบไอความร้อนจากผิวหนัง ทำให้มีรังสี UVA บางส่วนทะลุผ่านชั้นผิวได้อยู่


ความต่างอย่างชัดเจนคือ ครีมกันแดดแบบธรรมชาติปกป้องรังสีได้เต็มที่ ใช้แล้วไม่อุดตัน แต่อาจต้องทาซ้ำบ่อยและทิ้งคราบขาวบนผิว ในขณะที่ครีมกันแดดแบบเคมีเกลี่ยง่ายกว่า ใช้ได้นาน แต่อาจอุดตันหรืออักเสบหากผิวแพ้ง่าย รวมถึงป้องกันรังสีได้ไม่มากเท่าอีกแบบ


5. รูปแบบครีมกันแดดในท้องตลาด 

 รูปแบบครีมกันแดดในท้องตลาด

ครีมกันแดดนอกจากจะแยกเป็นครีมกันแดดทาหน้าและครีมกันแดดแบบทาตัวแล้ว ผลิตภัณฑ์ที่วางจำหน่ายในท้องตลาดยังแบ่งได้อีกหลายประเภทตามลักษณะ เรามารีวิวครีมกันแดดว่ามีอะไรบ้าง

1) ครีมกันแดดแบบสเปรย์

ครีมกันแดดแบบสเปรย์นั้นพกพาสะดวก ใช้งานได้ง่าย รวดเร็ว ไม่เหนียวเหนอะหนะ ช่วยประหยัดเวลาเหมาะกับคนที่ชอบเดินทางเป็นอย่างดี โดยเฉพาะสำหรับใครที่มีเด็กเล็กและรู้สึกว่าการทาครีมให้เป็นเรื่องยาก ครีมกันแดดแบบสเปรย์คือตัวเลือกสำหรับคุณ

2) ครีมกันแดดแบบโลชั่น

ครีมกันแดดแบบโลชั่นมีลักษณะเนื้อสัมผัสของครีมนุ่มละมุนแต่หลายคนอาจจะไม่ชอบเพราะรู้สึกว่าทาแล้วเหนียวไม่สบายผิว อาจเป็นคราบขาวรวมถึงรอนานกว่าจะออกแดดได้ ซึ่งครีมกันแดดโลชั่นรุ่นใหม่ก็ได้พัฒนาสูตรให้มีเนื้อครีมบางเบาและซึมผิวได้รวดเร็ว

3) ครีมกันแดดแบบสติ๊ก

ครีมกันแดดแบบสติ๊ก หรือกันแดดแบบแท่ง ตัวนี้พกพาง่ายใช้งานสะดวกเช่นกัน มีเนื้อบางเบาเกลี่ยได้รวดเร็ว โดยในบางแบรนด์ยังสามารถควบคุมความมันและอำพรางรูขุมขน เรียกว่าใช้แทนไพรเมอร์ได้เลย

4) ครีมกันแดดแบบเจล

ครีมกันแดดแบบเนื้อเจลทาแล้วบางเบา สบายผิว เป็นกันแดดผิวแพ้ง่ายเหมาะสำหรับผู้ที่ผิวบอบบางหรือผิวมันโดยเฉพาะ ใช้แล้วไม่อุดตัน เป็นครีมกันแดดคนเป็นสิวอย่างดี


6. ส่วนผสมที่ควรมีในครีมกันแดด

ส่วนผสมที่ควรมีในครีมกันแดด

ซิงค์ ออกไซด์ และ ไททาเนียม ไดออกไซด์เป็นส่วนผสมสำคัญสำหรับครีมกันแดดแบบออร์แกนิคที่ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระและช่วยสะท้อนแสงรังสีได้สูง ทั้งยังช่วยปกป้องผิวคุณจากรังสีรวมไปถึงแสงแดดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะที่ครีมกันแดดแบบเคมีควรมีส่วนผสมของ เอโวเบนโซน ออกทิซาเลท ออกโทไครลีน หรือ โฮโมซาเลท


7. ส่วนผสมที่ไม่ควรมีในครีมกันแดด 

ส่วนผสมที่ไม่ควรมีในครีมกันแดด

ถึงแม้ครีมกันแดดจะเป็นผลิตภัณฑ์ปกป้องผิวได้เป็นอย่างดีจากรังสี แต่ก็มีส่วนผสมบางประเภทที่ไม่ควรมีในครีมกันแดดซึ่งหากใช้แล้วอาจเกิดอาการแพ้หรือผิวพัง มาดูกันว่าส่วนผสมต้องห้ามมีอะไรบ้าง
 


8. SPF ในครีมกันแดด คืออะไร 

SPF ในครีมกันแดด คืออะไร

ค่า SPF บนฉลากครีมกันแดดบ่งบอกถึงความสามารถในการปกป้องผิวจากรังสี UVB โดยค่ายิ่งสูงเท่าไหร่ประสิทธิภาพก็ดีขึ้นตามไปด้วย ยกตัวอย่างเช่นครีมกันแดด SPF 30 สามารถป้องกันรังสีได้ราว 96% หรือครีมกันแดด SPF 50 สามารถป้องกันรังสีได้ราว 98%


9. ค่า PA ในครีมกันแดดคืออะไร 

ค่า PA ในครีมกันแดดคืออะไร

ค่า pa ในครีมกันแดดบ่งบอกถึงความสามารถในการปกป้องผิวจากรังสี UVA โดยค่า pa จะจำแนกเป็นระดับได้ดังนี้
 


10. เลือกครีมกันแดดอย่างไร 

เลือกครีมกันแดดอย่างไร

อย่างที่รู้กันดีว่าครีมกันแดดช่วยดูดซับและสะท้อนรังสีจากแสงแดด แต่การเลือกครีมกันแดดที่ดีต้องดูคุณสมบัติเหล่านี้เพิ่มเติมด้วย โดยครีมกันแดดที่ควรเลือกใช้จะต้องสามารถป้องกันได้ทั้งรังสี UVA และ UVB มีค่า SPF 30 ขึ้นไป และกันน้ำได้หากเหงื่อออกหรือต้องว่ายน้ำ


11. ทาครีมกันแดดอย่างไรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด 

ทาครีมกันแดดอย่างไรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

การทาครีมกันแดดให้เกิดประสิทธิภาพสูงนั้นจะต้องทาทั่วผิวบริเวณที่โผล่พ้นเสื้อผ้า โดยใช้ปริมาณครีมกันแดดอย่างน้อย 1 ออนซ์สำหรับส่วนที่โดนแสงแดด ทั้งนี้อาจปรับให้เหมาะสมตามผู้ใช้ได้ ซึ่งหลังจากทาครีมควรรอให้ผิวแห้ง 15-30 นาทีก่อนออกแดดและทาครีมกันแดดซ้ำทุก ๆ 2 ชั่วโมง ในกรณีของริมฝีปากควรเลือกใช้ลิปบาล์มหรือลิปสติกที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไป


12. ปริมาณในการใช้ครีมกันแดด

ปริมาณการใช้ครีมกันแดด

เพื่อให้ได้รับการปกป้องการปกป้องผิวอย่างทั่วถึง ปริมาณครีมกันแดดที่เหมาะสมควรอยู่ที่ 1 ออนซ์(เท่าแก้วช็อต)ต่อคน และใช้ครีมกันแดดปริมาณเท่าเดิมเป็นอย่างน้อยหากต้องทาซ้ำในระหว่างวัน


13. ครีมกันแดดอยู่ได้นานแค่ไหน 

ครีมกันแดดอยู่ได้นานแค่ไหน

เมื่อทาครีมกันแดดในปริมาณที่เหมาะสม 1 ออนซ์แล้วจะมีประสิทธิภาพได้ราว ๆ 2 ชั่วโมงหรือน้อยกว่านั้นตามสภาพร่างกายว่ามีเหงื่อออกมากหรือต้องลงน้ำหรือไม่ โดยบนฉลากครีมกันแดดแบบป้องกันน้ำจะมีเวลาที่ควรทาซ้ำระบุไว้ นอกจากนี้หากคุณต้องการยืดอายุครีมกันแดดให้ใช้ได้นานควรหลีกเลี่ยงการวางในที่แดดจัดหรือความร้อนสูง


14. ครีมกันแดดทาหน้า กับ ครีมกันแดดทาตัว แตกต่างกันอย่างไร 

ครีมกันแดดทาหน้า กับ ครีมกันแดดทาตัว แตกต่างอย่างไร

หลายคนอาจจะเคยสงสัยว่าครีมกันแดดหน้ากับทาตัวนั้นต่างกันอย่างไร ในเมื่อเป็นครีมกันแดดเหมือนกันจะสามารถเอาครีมกันแดดทาตัวมาทาหน้าได้หรือเปล่า กันแดดหน้าดีที่สุดมั้ย มาดูคำตอบกัน

1) ครีมกันแดดทาหน้า

ครีมกันแดดหน้าที่ดีที่สุดจะมีส่วนผสมที่นุ่มนวลเป็นมิตรต่อผิวมากกว่า เนื่องจากผิวหน้าเป็นบริเวณที่ผิวบอบบาง การนำครีมกันแดดตัวมาใช้จึงอาจก่อให้เกิดอาการแพ้หรือผิวระคายเคืองได้

2) ครีมกันแดดทาตัว

ครีมกันแดดทาตัวมีส่วนผสมที่เข้มข้นกว่าแบบทาหน้าเพราะผิวตามร่างกายของเรามีความหนามากกว่า การนำครีมกันแดดทาหน้าผิวแพ้ง่ายมาทาตัวจึงเป็นเรื่องที่ทำได้ แต่ก็ถือเป็นการสิ้นเปลืองปริมาณของเนื้อครีมโดยไม่จำเป็น


ครีมกันแดด ไอเท็มสำคัญสำหรับทุกคน


เมื่อรังสีจากแสงแดดส่งผลร้ายต่อผิวได้มากกว่าที่คิด ครีมกันแดดจึงเป็นผลิตภัณฑ์ปกป้องผิวที่สำคัญมากสำหรับทุกคน แล้วกันแดดตัวไหนดี? ครีมกันแดดยี่ห้อไหนดี? คุณควรใช้ให้เหมาะกับความต้องการและสภาพผิวเพื่อประสิทธิภาพในการสร้างเกาะคุ้มครองอย่างดีที่สุด ให้ครีมกันแดดเป็นตัวช่วยในการทำกิจกรรมกลางแจ้งของคุณ ออกท้าแดดได้อย่างเต็มที่และไร้กังวล


 



 


บทความนี้เกิดจากการเขียนและส่งขึ้นมาสู่ระบบแบบอัตโนมัติ สมาคมฯไม่รับผิดชอบต่อบทความหรือข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือทำให้เกิดความเสียหาย หรือละเมิดสิทธิใดๆ กรุณาแจ้งมาที่ ht.ro.apt@ecivres-bew เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกจากระบบในทันที