วัตพล

ผู้เขียน : วัตพล

อัพเดท: 13 พ.ค. 2024 22.35 น. บทความนี้มีผู้ชม: 692979 ครั้ง

ผิวแห้งคัน ปัญหาคันยุบยิบที่รักษาให้หายได้


สิวอักเสบ คืออะไร เกิดจากอะไร รักษาได้อย่างไร

สิว คือ ปัญหาสำหรับหลาย ๆ คน มันสามารถขึ้นส่วนไหนของร่างกายก็ได้ สัมผัสแล้วเจ็บ ส่งผลต่อความสวยความงาม ไปจนถึงความมั่นใจของบุคคลนั้น ยิ่งโดยเฉพาะสิวอักเสบ ซึ่งเป็นอาการที่รุนแรงกว่าสิวธรรมดา ลักษณะที่สังเกตได้ง่าย คือ สิวอักเสบแดงเป็นก้อน เห็นได้ชัด ถ้าสัมผัสโดนจะรู้สึกเจ็บมาก และสิวอักเสบยังรักษายากกว่าสิวธรรมดาอีกด้วย
 

แต่ก็ไม่ใช่ว่า สิวอักเสบ จะรักษาไม่ได้ หากเรารู้สาเหตุว่าสิวอักเสบเกิดจากอะไร เป็นสิวอักเสบประเภทและหาวิธีการรักษาสิวอักเสบได้อย่างถูกวิธี ไม่ปล่อยทิ้งไว้นานไป สิวอักเสบก็จะสามารถรักษาได้ง่าย ๆ โดยในบทความนี้จะช่วยให้เรารู้ว่า สิวอักเสบคืออะไร เกิดจากอะไร มีกี่ประเภท และวิธีการป้องกัน การรักษา ซึ่งหากเรามีความรู้ทั้งหมดนี้แล้ว สิวอักเสบ ก็จะเป็นสิวที่รักษาได้ไม่ยากเลย

 
สิวอักเสบ คืออะไร เกิดจากอะไร รักษาได้อย่างไร

สิวอักเสบ (Inflammatory Acne) คืออะไร

สิวอักเสบ (Inflammatory Acne) เป็นสิวชนิดหนึ่งที่มีความรุนแรงมากกว่าสิวทั่วไป มันคือสิวที่ถูกปล่อยทิ้งไว้ ไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง ไปจนถึงการสัมผัสกับสิวมากเกินไป จนทำให้กลายเป็นสิวอักเสบ ซึ่งสิวอักเสบหลัก ๆ ก็คือสิวอุดตัน ที่เกิดจะการสะสมของเชื้อแบคทีเรียที่อยู่ใต้รูขุมขน กระตุ้นให้สิวเกิดการอักเสบ


โดยสิวอักเสบนั้นเกิดจากแบคทีเรียกลุ่ม Propionibacteriu M Acne (P.Acne) ซึ่งแบคทีเรียชนิดนี้ เป็นแบคทีเรียที่จะปล่อยเอนไซม์ ซึ่งจะไปกระตุ้นให้สิวที่มีอยู่เกิดการอักเสบขึ้นมา โดยความรุนแรงของสิวอักเสบก็จะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกาย และชนิดของแบคทีเรียนั้น ๆ 


สิวอักเสบ คืออะไร


สาเหตุการเกิดสิวอักเสบ 

ซึ่งสิวอักเสบนั้นสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ หากเรารับรู้ว่ามีสาเหตุอะไรบ้าง ก็จะสามารถหลีกเลี่องป้องกันไม่ใเกิดสิวอักเสบได้ เพราะการรักษาสิวอักเสบที่ดีที่สุด คือ การป้องกันแต่เนิ่น ๆ ไม่ให้เกิดสิวอักเสบ โดยสาเหตุต่าง ๆ ที่ทำให้เกิดสิวอักเสบ มีดังนี้


บริเวณที่เกิดสิวอักเสบ

สิวสามารถขึ้นได้ตามจุดไหนของร่างกายก็ได้ เช่นเดียวกับสิวอักเสบ ทีนี้เราจะมาดูกันว่า มีจุดไหนบนร่างกายบ้าง ที่มักมีสิวอักเสบเกิดขึ้นมา


บริเวณที่เกิดสิวอักเสบ

 

เป็นสิวอักเสบที่เกิดขึ้นบริเวณหน้าผาก เป็นบริเวณที่เห็นได้ชัด ส่วนใหญ่สาเหตุมาจากการใช้เครื่องสำอาง และการทำความสะอาดใบหน้าไม่เกลี้ยง

สิวอักเสบที่หน้าผาก

เป็นสิวอักเสบที่เกิดขึ้นบริเวณหน้าผาก เป็นบริเวณที่เห็นได้ชัด ส่วนใหญ่สาเหตุมาจากการใช้เครื่องสำอาง และการทำความสะอาดใบหน้าไม่เกลี้ยง

สิวอักเสบบริเวณระหว่างหัวคิ้ว

บริเวณระหว่างหัวคิ้วเองก็สามารถเกิดสิวอักเสบได้

สิวอักเสบบริเวณใบหูทั้งสองข้าง

บริเวณใบหูทั้งสองข้าง ที่มีโอกาสสัมผัสสิ่งสกปรกได้ อย่างโทรศัพท์มือถือ นอกจากนี้ใบหูเป็นส่วนที่เราอาจล้างแชมพู ขณะสระผมออกไม่หมด ส่งผลให้เกิดสิวอักเสบ

สิวอักเสบบริเวณแก้มทั้งสองข้าง

บริเวณแก้มทั้งสองข้าง เป็นส่วนที่มีโอกาสพบกับสิ่งสกปรกได้มาก พอ ๆ กับบริเวณหน้าผาก และเป็นส่วนที่ต้องแต่งหน้า ซึ่งถ้าทำความสะอาดได้ไม่ดี ก็อาจเกิดเป็นสิวอักเสบได้ หากปล่อยจนเรื้อรังไม่รีบรักษา

สิวอักเสบบริเวณริมฝีปาก

ปากเป็นอวัยวะที่ใช้ในการทานอาหาร มีโอกาสที่จะสกปรกจากเศษอาหารได้ การเช็ดทำความสะอาดไม่เกลี้ยง ก็จะก่อให้เกิดสิวได้ ซึ่งสิวอักเสบบริเวณปาก จะมีอาการเจ็บอย่างมาก


สิวอักเสบบริเวณจมูก

บริเวณจมูก เป็นส่วนที่มีความมันเป็นพิเศษ ซึ่งความมันเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้เกิดสิว ซึ่งนำไปสู่สิวอักเสบได้ในภายหลัง


สิวอักเสบบริเวณคาง

ในช่วงที่มีการระบาดของโควิด การใส่หน้ากากอนามัยเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมาก แต่การใส่หน้ากากอนามัยเป็นเวลานาน ๆ อาจเกิดการสะสมของสิ่งสกปรก ซึ่งบริเวณคาง เป็นส่วนที่ต้องโดนหน้ากากอนามัย ดังนั้นบริเวณคาง ก็เป็นอีกจุดที่สามารถเกิดสิวอักเสบได้


สิวอักเสบบริเวณคอ 

บริเวณคอ สำหรับคนที่ไว้ผมยาว เส้นผมก็เป็นส่วนที่เก็บสะสมสิ่งสกปรกที่เราเจอมาทั้งวัน ดังนั้นคอก็เป็นอีกส่วนที่สามารเกิดสิวอักเสบขึ้นได้เช่นกัน


ประเภทสิวอักเสบ 

นอกจากสาเหตุของสิวอักเสบ และบริเวณของสิวอักเสบแล้ว ประเภทของสิวอักเสบก็มีอยู่หลากหลายเช่นกัน โดยสิวอักเสบนั้นมีอยู่ด้วยกัน 5 ประเภท อาการ ลักษณะของสิวอักเสบก็มีความแตกต่างกัน โดยลักษณะของสิวอักเสบทั้ง 5 ประเภท มีรายละเอียด ดังนี้

 

ประเภทของสิวอักเสบ

สิวชนิดตุ่มนูนแดง (Papules)

สิวอักเสบประเภทนี้ มีลักษณะบวม มีสีชมพูอ่อน ๆ และเป็นก้อนแข็ง ๆ ขนาดเล็กนูนขึ้นมา หากสัมผัสถูกก็จะมีอาการเจ็บได้

สิวหัวหนอง (Pustules)

สิวอักเสบชนิดนี้ เป็นสิวที่มีตุ่มหนอง มีขนาดใหญ่กว่าสิวอักเสบทั่วไป โดยมีลักษณะบวม แต่บริเวณหัวสิว จะเห็นสีขาว ซึ่งก็คือ หนองนั่นเอง โดยสิวอักเสบหัวหนองนั้น เกิดจากการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันผิดปกติ ทำให้เกิดการติดเชื้อจากแบคทีเรียได้ง่าย

สิวอักเสบแดงเป็นก้อน (Nodules)

สิวอักเสบแดงเป็นก้อน มีลักษณะเป็นตุ่มแดง ๆ ขนาดใหญ่ที่อยู่ใต้ผิวหนัง เป็นสิวอักเสบชนิด Papules แต่ถูกบีบสิว หรือสัมผัสมาก ๆ จนกลายเป็นสิวอักเสบชนิดนี้ ทำให้แบคทีเรีย และน้ำมันที่อยู่ในตุ่มสิวแตกกระจายอยู่ใต้ผิวหนัง ทำให้สิวยิ่งอักเสบบวมแดง

สิวหัวช้าง (Acne Conglobata)

เป็นสิวอักเสบชนิดรุนแรง มีลักษณะเป็นก้อนนูนแดงขนาดใหญ่ และแข็ง ซึ่งฝังลงไปลึกมากใต้ผิวหนัง และอาจมีหนองปนกับเลือดได้ สิวหัวช้างรักษาได้ยากมากกว่าสิวอักเสบชนิดอื่น ๆ ต้องใช้เวลาในการรักษาค่อนข้างมาก

สิวซีสต์ (Cysts)

สิวซีสต์ เป็นสิวอักเสบที่มีลักษณะคล้าย ๆ กับสิวหัวช้าง แต่มีหนองขนาดใหญ่ ฝังลึกอยู่ใต้ผิวหนัง และมีอาการเจ็บปวดมากกว่าสิวหัวช้าง เป็นสิวอักเสบที่ไม่ควรรักษาด้วยตนเอง แต่ควรรักษาด้วยกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ


ระดับความรุนแรงของสิวอักเสบ

ความรุนแรงของสิวอักเสบ โดยสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ระดับ ดังนี้

  1. สิวอักเสบระดับเบา (Mild Acne) : มีสิวอุดตัน หรือมีสิวอักเสบ ตุ่มหนอง ไม่เกิน 10 จุด
  2. สิวอักเสบระดับปานกลาง (Moderate Acne) : มีสิวอักเสบ ตุ่มหนอง มากกว่า 10 จุด
  3. สิวอักเสบระดับรุนแรง (Severe) : มีสิวอักเสบ ตุ่มหนองจำนวนมาก และมีสิวอักเสบขนาดใหญ่ นอกจากนี้ยังมีสิวซีสต์ และสิวที่มีหนอง

10 วิธีรักษาและป้องกันสิวอักเสบ

การรักษาสิวอักเสบ และการป้องกันสิวอักเสบสามารถทำได้หลายวิธี โดยเราควรทำความเข้าใจว่า การจะเลือกวิธีรักษาสิวอักเสบ ต้องดูด้วยสิวอักเสบที่เราเป็นอยู่ เป็นสิวอักเสบประเภทไหน

1.การใช้ยาแก้สิวอักเสบ

การรักษาด้วยยาสิวอักเสบนั้น การรักษาด้วยยารักษาส่วนมากจะเป็นยาทารักษาภายนอก แต่ในกรณีที่อาการของสิวอักเสบมีความรุนแรงมาก ก็จะใช้ยาทาน รักษาควบคู่ไปด้วย โดยต้องทาเพื่อชะลอการอักเสบ และการทานเพื่อกำจัดเชื้อแบคทีเรียนที่อยู่ในร่างกาย


การรักษาสิวอักเสบ ด้วยการใช้ยา

2.การกดสิว

การกดสิว เป็นวิธีการรักษาสิวอักเสบ สำหรับสิวที่เป็นสิวหนอง เพราะต้องทำการบีบเอาหนองออกมาก่อน ซึ่งขณะกดสิวออก ต้องคำนึงถึงความสะอาดด้วย สำหรับสิวหัวช้าง สิวซีสต์นั้น วิธีการกดสิวเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ เพราะอาการอาจรุนแรงยิ่งกว่าเดิม


การรักษาสิวอักเสบ ด้วยการกดสิว


3.การติดแผ่นดูดสิว

แผ่นดูดสิวเป็นอักวิธีรักษาสิวอักเสบที่สามารถทำได้ง่ายด้วยตนเองและใช้สะดวก เพียงแค่ใช้แปะบริเวณสิวอักเสบในตอนกลางคืน แผ่นดูดสิวนั้นจะทำการดูดเม็ดสิวหรือสิวหนองออกมาจากผิวหนัง จะช่วยให้สิวอักเสบหายไวยิ่งขึ้น และลดการทิ้งแผลได้


การรักษาสิวอักเสบ ด้วยการติดแผ่นดูดสิว

4.ประคบอุ่น

การประคบอุ่นเป็นวิธีรักษาสิวอักเสบไม่มีหัว การประคบอุ่น จะช่วยให้หัวสิวที่ซ่อนอยู่ใต้ผิวหนัง ค่อย ๆ โผล่ออกมา พอเห็นหัวสิวแล้ว การรักษาก็จะทำได้ง่ายขึ้น

5.การใช้น้ำมันที ทรี ออยล์ 

น้ำมัน ที ทรี ออยล์ นั้น เป็นสารสกัดจากธรรมชาติ ซึ่งมีผลงานวิจัยออกมาแล้วว่า น้ำมันชิดนี้ มีสรรพคุณช่วยลดการอักเสบของสิว ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อโรค และช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย อีกทั้งยังใช้ได้กับผิวทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่มีผิวแห้ง หรือผิวมัน

6.การทานยาปรับฮอร์โมน

การปรับฮอร์โมนด้วยการทานยาเม็ดคุมกำเนิด สิวอักเสบที่เกิดเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเพศในร่างกาย สามารถใช้ยาปรับฮอร์โมน หรือยาต้านฮอร์โมนเพศชาย ในการช่วยปรับสมดุลในร่างกายได้ โดยการทานยาปรับฮอร์โมน ควรอยู่ภายใต้การวินิจฉัยของแพทย์

7.ปรึกษาแพทย์

การรักษาสิวอักเสบที่ได้ประสิทธิภาพมากที่สุด คือ การรักษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ แพทย์จะสามารถวินิจฉัยอาการ ความรุนแรง เพื่อดูว่าสิวอักเสบที่กำลังเป็นอยู่ เป็นสิวอักเสบประเภทไหน เพื่อจะได้เลือกวิธีการรักษาในลำดับถัดไป


การรักษาสิวอักเสบ ด้วยการปรึกษาแพทย์

8.การฉีดยาสิวอักเสบ

การฉีดยาสิวอักเสบ เป็นการรักษาที่เหมาะกับสิวอักเสบขนาดใหญ่ ยาที่ฉีดเข้าไปนั้นจะช่วยอาการปวด บวม และลดอาการอักเสบของสิว แต่อาจหลุมสิวบริเวณที่ทำการฉีดยาสิวอักเสบ


การรักษาสิวอักเสบ ด้วยการฉีดยาสิวอักเสบ

9.การใช้เลเซอร์ฉายสิวอักเสบ

การใช้เลเซอร์เป็นวิธีการลดสิวอักเสบ และฆ่าเชื้อที่บริเวณสิวอักเสบไปด้วย การใช้เลเซอร์จะช่วยลดการผลิตไขมันภายใต้รูขุมขน ช่วยลดการอุดตัน ลดการสะสมของแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของสิวอักเสบ และยังช่วยลดรอยสิวให้จางลง ช่วยให้ผิวหนังสร้างเซลล์ทดแทน

10.การฉายแสง

การฉายแสงที่มีความเข้มข้นสูง เพื่อลดสิวอักเสบและฆ่าเชื้อสิว แสงที่ใช้รักษาสิว จะต่างจากแสงเลเซอร์แต่เป็นแสงสีฟ้า และแสงสีแดง มีคุณสมบัติในการรักษาที่แตกต่างกัน โดยความยาวของคลื่น แสงทั้ง 2 ชนิดมี

การฉายแสงรักษาสิวอักเสบ


เป็นสิวอักเสบดูแลผิวหน้าอย่างไร 

เมื่อเราเป็นสิวอักเสบแล้ว การรักษาสิวอักเสบทันที เป็นสิ่งที่ควรทำ แต่ต่อให้รับการรักษาเสร็จแล้ว การดูแลผิวหน้าหลังการรักษาก็เป็นสิ่งสำคัญ โดยผู้ที่มีสิวอักเสบ ควรดูแลผิวหน้าของตัวเองให้ถูกวิธี ดังนี้


เป็นสิวอักเสบดูแลผิวหน้าอย่างไร


คำถามที่พบบ่อย 

เป็นสิวอักเสบกี่วันหาย ?

ปกติแล้วสิวอักเสบจะหายดีขึ้นภายในประมาณ 4-6 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการ และการดูแลรักษาของตนเอง ดังนั้นการรักษาสิวอักเสบ ค่อนข้างใช้เวลามาก ต้องมีความอดทนสูงในการรักษา


ข้อสรุป

สิวอักเสบเป็นสิวที่รักษาได้ยากมากกว่าสิวธรรมดา เพราะเป็นสิวที่เกิดจากการติดเชื้อ การปล่อยทิ้งไว้ให้หายเอง อาจจะทำกับสิวธรรมดาได้ แต่สิวอักเสบไม่สามารถทำอย่างนั้นได้ หากพบว่าเป็นสิวอักเสบ ควรหาวิธีรักษาทันที แต่ให้ดีที่สุด คือ การป้องกันไม่ให้เกิดสิวอักเสบ โดยเบื้องต้นที่ทำได้ง่าย ๆ คือ การรักษาความสะอาดบนใบหน้า ล้างหน้าให้สะอาดไม่ให้มีอะไรไปอุดตันรูขุมขน จนเกิดเป็นสิวอักเสบ


 

 


บทความนี้เกิดจากการเขียนและส่งขึ้นมาสู่ระบบแบบอัตโนมัติ สมาคมฯไม่รับผิดชอบต่อบทความหรือข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือทำให้เกิดความเสียหาย หรือละเมิดสิทธิใดๆ กรุณาแจ้งมาที่ ht.ro.apt@ecivres-bew เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกจากระบบในทันที