วัตพล

ผู้เขียน : วัตพล

อัพเดท: 21 ก.พ. 2024 01.01 น. บทความนี้มีผู้ชม: 649912 ครั้ง

ผิวแห้งคัน ปัญหาคันยุบยิบที่รักษาให้หายได้


ปัญหาหนังศีรษะลอกไม่ควรมองข้าม เพราะที่จริงแล้วอาจไม่ใช่แค่รังแค

หากใครที่กำลังประสบปัญหาหนังศีรษะลอก จนทำให้สูญเสียความมั่นใจ และรู้สึกว่าอาการเหล่านี้เป็นปัญหากวนใจคุณอย่างมาก อย่าปล่อยให้ปัญหานี้สร้างความรำคาญใจให้คุณอีกต่อไป เพราะว่าอาการหนังศีรษะลอกที่คุณเป็นอาจไม่ใช่เพียงแค่รังแคอย่างที่คุณเข้าใจ ซึ่งอาการหนังศีรษะลอกอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ

ดังนั้นการพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขอคำปรึกษา และวินิจฉัยสาเหตุของอาการหนังศีรษะลอกที่แท้จริงจึงเป็นเรื่องสำคัญ เมื่อคุณทราบสาเหตุของอาการหนังศีรษะลอกแล้ว แพทย์จะได้ให้การรักษาได้อย่างตรงจุด ซึ่งวันนี้เราจะมาอธิบายสาเหตุของหนังศีรษะลอกที่เกิดจากโรคต่าง ๆ และความแตกต่างระหว่างหนังศีรษะลอกกับรังแค

หนังศีรษะลอก

 

สาเหตุของหนังศีรษะลอก

หนังศีรษะลอกถึงแม้ว่าจะดูไม่ร้ายแรงแต่เป็นอาการที่คุณไม่ควรละเลย เพราะอาการเหล่านี้สามารถส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันของคุณได้ และยังสามารถสื่อถึงสุขภาพร่างกายของคุณได้เช่นเดียวกัน ซึ่งอาการหนังศีรษะลอกเกิดจากสาเหตุหลายอย่าง ดังต่อไปนี้

อย่างไรก็ตามโรคเหล่านี้จะมีอาการ สาเหตุ และวิธีการรักษาที่ต่างกันไป ซึ่งการรักษาที่ถูกต้องจะช่วยให้คุณหายจากอาการหนังศีรษะลอกได้ 

 

หนังศีรษะลอกจากโรคผื่นภูมิแพ้ที่หนังศีรษะ 

โรคผื่นภูมิแพ้ที่หนังศีรษะ หรือที่แพทย์เรียกว่า เซ็บเดิร์ม (Seborrheic Dermatitis) เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการหนังศีรษะลอก ซึ่งโรคดังกล่าวก็เปรียบเสมือนอาการอักเสบเรื้อรังของผิวหนังชนิดหนึ่งที่สามารถพบได้บ่อย และสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งบริเวณหนังศีรษะ, ใบหน้า, หรือแผ่นหลัง เป็นต้น ที่มีความมันส่วนเกิน โดยสาเหตุ อาการ และวิธีการรักษา มีดังต่อไปนี้

หนังศีรษะลอกจากโรคผื่นภูมิแพ้ที่หนังศีรษะ 

สาเหตุ

สาเหตุของโรคผื่นภูมิแพ้ที่หนังศีรษะแพทย์สันนิษฐานว่าเกิดจากการที่ต่อมไขมันทำงานผิดปกติ และผลิตน้ำมันออกมามากจนเกินไป รวมทั้งหากมีการกระตุ้นจากเชื้อราที่เรียกว่า มาลาสชีเซีย (Malassezia) ก็จะทำให้เกิดการอักเสบที่ผิวหนังที่จนเกิดเป็นโรคที่เราเรียกกันว่า เซ็บเดิร์ม ซึ่งตัวเชื้อรามาลาสชีเซียยังเป็นสาเหตุของการเกิดรังแคเปียกด้วยแต่ความรุนแรงไม่เท่ากับการที่หนังศีรษะลอกจากโรคเซ็บเดิร์ม 

นอกจากนี้แพทย์ยังสันนิษฐานด้วยว่าโรคเซ็บเดิร์มอาจเกิดจากปัจจัยอื่นได้เหมือนกัน ยกตัวอย่างเช่น ความเครียด, สภาพอากาศที่เย็น และแห้งจนเกินไป, ภาวะแทรกซ้อนของโรคบางชนิด และยาที่ใช้, พันธุกรรม หรืออาจจะเป็นเชื้อราที่อาศัยอยู่บนผิวหนัง เป็นต้น อย่างไรก็ตามยังไม่มีการระบุที่แน่ชัดจากทางการแพทย์ว่าสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดโรคเซ็บเดิร์มคืออะไร 

อาการ

สำหรับอาการของคนที่เป็นโรคภูมิแพ้ที่หนังศีรษะจะมีอาการหนังศีรษะลอกเป็นขุยสีขาว หรือบางครั้งอาจเป็นสะเก็ดสีเหลือง รวมถึงมีรอยแดง และมีอาการอักเสบด้วย ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการคัน และระคายเคืองร่วมด้วย ซึ่งอาการเหล่านี้อาจพบในบริเวณส่วนอื่นของร่างกายที่มีความมันได้ด้วยเช่นกัน

วิธีรักษา

วิธีการรักษาโรคเซ็บเดิร์มสามารถรักษาด้วยตัวเองเบื้องต้นได้โดยการใช้แชมพูรักษารังแค หรือแชมพูที่เหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาเป็นโรคเกี่ยวกับหนังศีรษะ และหมั่นรักษาความสะอาดให้ดีอยู่เสมอ หากสระผมก็ควรเป่าผมให้แห้งสนิทเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่จะเกิดเชื้อรา นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงการสระผมด้วยน้ำที่ร้อน หรือเย็นเกินไปด้วย

หากอาการไม่ดีขึ้นคุณอาจจะต้องพบแพทย์เพื่อขอคำปรึกษา และดำเนินการรักษาโดยใช้ตัวยาเฉพาะที่แพทย์สั่งเพื่อให้หายจากโรคเซ็บเดิร์ม แต่อย่างไรก็ตามคุณก็ไม่ควรละเลยการดูแลสุขภาพในด้านอื่นด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการทานวิตามินบำรุง, การพักผ่อนให้เพียงพอ หรือการทำให้จิตใจที่ผ่องใสปราศจากความเครียด ก็อาจมีส่วนช่วยทำให้อาการโรคเซ็บเดิร์มของคุณดีขึ้นได้

 

หนังศีรษะลอกจากเชื้อรา 

เชื้อราก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดอาการหนังศีรษะลอกด้วยเหมือนกัน สำหรับโรคที่เกิดจากเชื้อราบนหนังศีรษะเราจะเรียกว่า โรคกลากที่หนังศีรษะ (Tinea Capitis) ซึ่งเกิดจากการติดเชื้อราของผู้ป่วยที่รากผม เส้นผม และหนังศีรษะ หากไม่รีบทำการรักษาอาจลุกลาม และทำให้ผมร่วงเป็นหย่อม ๆ ได้

หนังศีรษะลอกจากเชื้อรา

สาเหตุ

โรดกลาก หรือเชื้อราบนหนังศีรษะเกิดจากเชื้อรา 2 ชนิด คือ Tricophyton และ Microsporum ซึ่งเชื้อราทั้ง 2 ชนิดนี้จัดเป็นประเภทเชื้อราในกลุ่ม Dermatophytes ที่ตัวเชื้อสามารถติดได้ทั้งบริเวณหนังศีรษะ รากผม และเส้นผม ถ้าหากเป็นผู้ที่มีสุขภาพไม่ดี หรือการรักษาสุขอนามัยที่ไม่ดี โอกาสที่จะเกิดโรคเชื้อราบนหนังศีรษะก็จะเป็นไปได้สูงด้วยเช่นกัน

ซึ่งปัจจัยเสี่ยงที่จะทำให้เกิดการติดเชื้อราบนหนังศีรษะอาจมาจากการเข้าร้านทำผม หรือร้านตัดผม รวมไปถึงการใช้หวีร่วมกับผู้ที่เป็นโรคเชื้อราบนหนังศีรษะด้วย นอกจากนี้ผู้ที่มีความเสี่ยงจะเป็นโรคเชื้อราบนหนังศีรษะก็ได้แก่ ผู้ที่ชอบปล่อยให้ศีรษะเปียกชื้นเป็นเวลานาน, ผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง, ผู้ที่ไม่รักษาความสะอาด หรือผู้ที่เลี้ยงสัตว์ เป็นต้น

อาการ

ผู้ที่เป็นเชื้อราบนหนังศีรษะจะมีอาการคัน และเป็นผื่นวงแหวนในบริเวณที่เป็นเชื้อรา รวมถึงมีอาการหนังศีรษะลอกตกสะเก็ด และอาจมีรังแคเล็กน้อยในบางราย นอกจากนี้เชื้อราบนหนังศีรษะยังสามารถเข้าไปทำลายเคราตินในรากผมได้ด้วย ซึ่งจะทำให้ผมบริเวณนั้นร่วงเป็นหย่อม ๆ และถ้าหากอาการรุนแรงผมก็จะร่วงแบบถาวรเลย 

บางรายอาจมีอาการหนังศีรษะอักเสบเป็นหนอง หรือที่เราเรียกกันว่า ชันตุ (Kerion) ร่วมด้วย อย่างไรก็ตามโรคเชื้อราบนหนังศีรษะ หรือโรคกลากถือว่าเป็นโรคติดต่อชนิดหนึ่งเช่นกัน โดยสามารถติดต่อยังคนใกล้ชิดได้ หากอยู่ร่วมกันบ่อย ๆ หรือใช้ของร่วมกัน 

วิธีรักษา

สำหรับคนที่เป็นเชื้อราบนหนังศีรษะ และอาการของโรคยังไม่รุนแรง อาจจะเริ่มต้นด้วยการซื้อยาสระผมที่รักษาเชื้อราบนหนังศีรษะโดยเฉพาะที่มีส่วนผสมของ Selenium Sulfide, Zinc Pyrithione และ Ketoconazole Shampoo รวมถึงต้องแยกของใช้ต่าง ๆ ออกจากคนในครอบครัวด้วย จนกว่าจะรักษาโรคดังกล่าวหาย

หากคุณพบว่าตัวเองเป็นโรคเชื้อราบนหนังศีรษะควรรีบทำการรักษาทันทีอย่าปล่อยให้เรื้อรัง และถ้าหากรักษาด้วยตัวเองเบื้องต้น และอาการไม่ดีขึ้นอาจจะต้องพบแพทย์เพื่อให้แพทย์จ่ายยาปฏิชีวนะเพิ่มเติม หรือใช้ยาทา และยากินสำหรับฆ่าเชื้อรา แต่สำหรับคนที่รักษาเชื้อราจนหายแล้ว และผมร่วงเป็นหย่อม ๆ ถาวร คุณอาจปรึกษาแพทย์เพิ่มเติมเพื่อทำการปลูกผมบริเวณดังกล่าวได้

 

หนังศีรษะลอกจากโรคผื่นแพ้สัมผัส

โรคผื่นแพ้สัมผัส (Contact Dermatitis) เป็นโรคที่เกิดจากปฏิกิริยาทางภูมิคุ้มกันของร่างกาย ซึ่งถือว่าเป็นโรคผิวหนังอักเสบชนิดหนึ่งเช่นกัน โดยอาการโรคผื่นแพ้สัมผัสจะมี 3 ระยะด้วยกันได้แก่ ระยะเฉียบพลัน ระยะกึ่งเฉียบพลัน และระยะเรื้อรัง ซึ่งผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้ควรได้รับการรักษาที่ถูกต้องเหมาะสม เพื่อให้อาการดีขึ้น และไม่กลับมาเป็นอีก

ทดสอบผิวหนัง หาสาเหตุหนังศีรษะลอกจากโรคผื่นแพ้สัมผัส

สาเหตุ

สาเหตุของโรคผื่นแพ้สัมผัสเกิดได้จาก 2 สาเหตุ คือ โรคผื่นแพ้ที่เกิดจากสารที่ก่อให้เกิดการระคายเคือง ยกตัวอย่างเช่น แพ้ยาย้อมผมหนังศีรษะลอก, แพ้ยาสระผมหนังหัวลอก หรือสารเคมีอื่น ไม่ว่าจะเป็น น้ำยายืดผม, น้ำยากัดสีผม หรือสารกันเสียอื่น ๆ เป็นต้น ซึ่งสารเคมีเหล่านี้จะทำให้เกิดอาการแพ้มากน้อยเพียงใดก็จะขึ้นอยู่กับตัวบุคคล

อีกหนึ่งสาเหตุ คือ โรคผื่นแพ้ที่เกิดจากสารก่อภูมิแพ้ โดยอาจจะเกิดจากสารก่อภูมิแพ้จำพวก น้ำหอม หรือฝุ่นละอองต่าง ๆ เป็นต้น ซึ่งผู้ป่วยอาจไม่แสดงอาการทันทีเมื่อมีการได้รับสารก่อภูมิแพ้เข้าสู่ร่างกาย แต่สารเหล่านั้นอาจไปกระตุ้นการทำงานของภูมิคุ้มกันจนตอบสนองต่อสารก่อภูมิแพ้เหล่านั้นในการใช้ครั้งต่อไป ซึ่งจะส่งผลให้เกิดอาการแพ้ และเป็นผื่นได้  

อาการ

ความรุนแรงของอาการก็จะมากน้อยต่างกันไป โดยอาการที่พบได้ทั่วไปคือ คัน และแสบร้อนรวมทั้งมีผื่น หรือตุ่มแดงในบริเวณที่เกิดการอักเสบ ในบางคนอาจมีตุ่มใสเกิดขึ้นได้ด้วยเหมือนกัน นอกจากนี้อาจมีอาการหนังศีรษะลอก และเป็นขุยขาว ๆ ร่วมด้วย หากแพ้มากอาจทำให้บริเวณหนังศีรษะมีอาการบวมแดง และช้ำเป็นสีม่วง  

วิธีรักษา

เพื่อให้ได้รับการป้องกัน และรักษาได้อย่างถูกต้องผู้ที่เป็นผื่นแพ้อาจจะต้องทำ Skin Pick Test เพื่อตรวจสอบว่าสารเคมี หรือสารก่อภูมิแพ้ตัวไหนที่ตนกำลังแพ้อยู่ เพื่อที่จะได้หลีกเลี่ยงการเกิดอาการแพ้ขึ้นอีกครั้ง หากมีอาการแพ้รุนแรงควรให้แพทย์ช่วยทำการรักษา และจ่ายยาปฏิชีวนะที่ช่วยให้อาการดีขึ้นได้ และถ้าเป็นไปได้ควรหลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีบนหนังศีรษะโดยไม่จำเป็น

 

หนังศีรษะลอกจากโรคสะเก็ดเงิน

โรคสะเก็ดเงิน (Scalp Psoriasis) เป็นหนึ่งในโรคผิวหนังที่พบได้มากบริเวณหนังศีรษะ โดยจะมีลักษณะเป็นสะเก็ดสีเงินด้านบนหนังศีรษะ ซึ่งโรคสะเก็ดเงินนี้นอกจากจะทำให้หนังศีรษะลอกแล้ว ถ้าหากมีอาการคันแล้วเกาบริเวณดังกล่าวมาก ๆ อาจส่งผลให้ผมร่วง และผมบางได้ 

ศีรษะลอกจากโรคสะเก็ดเงิน

สาเหตุ

ในปัจจุบันการเกิดโรคสะเก็ดเงินยังไม่มีการรับรองทางการแพทย์ว่าเกิดจากสาเหตุอะไร แต่มีการสันนิษฐานว่า อาจเกิดจากความผิดปกติของเซลล์ ซึ่งทำให้เซลล์ผิวหนังงอกใหม่เร็วกว่าปกติจนทำให้เซลล์เก่าผลัดออกไม่ทัน และเกิดเป็นสะเก็ดเงิน โดยเซลล์ที่ส่งผลต่อการเกิดโรคสะเก็ดเงินคือเซลล์เม็ดเลือดขาวที่มีชื่อว่า ลิมโฟไซต์ (Lymphocyte)

ยิ่งไปกว่านั้นแพทย์ยังสันนิษฐานด้วยว่า โรคสะเก็ดเงิน อาจมีสาเหตุมาจากพันธุกรรมได้ด้วย ซึ่งหากพ่อ แม่ หรือบรรพบุรุษเป็นโรคสะเก็ดเงิน โอกาสที่ลูกหลานจะเป็นโรคสะเก็ดเงินก็มีสูงถึง 80% เลยทีเดียว ซึ่งโรคสะเก็ดเงินนี้อาจมีการกระตุ้นด้วยปัจจัยอื่น ๆ ได้ด้วยเช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น ภูมิคุ้มกันในร่างกาย ระดับฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลง หรือการติดเชื้อ เป็นต้น

อาการ

อาการของโรคสะเก็ดเงินที่พบได้มีดังนี้ หนังศีรษะลอกเป็นสะเก็ดสีเงิน และจะมีผื่นสีแดงที่มีขอบเขตชัดเจน นอกจากนี้อาจมีอาการคันร่วมด้วย และถ้าเกามาก ๆ ผมบริเวณนั้นก็จะหลุดร่วง สำหรับคนที่มีอาการรุนแรงอาจมีเลือดออกตามบริเวณหนังศีรษะที่เป็นสะเก็ดเงิน  

วิธีรักษา

สำหรับคนที่เป็นโรคสะเก็ดเงินจำเป็นจะต้องทำการเข้าพบแพทย์ เพื่อหาสาเหตุที่กระตุ้นให้เกิดโรคสะเก็ดเงินที่แท้จริง ซึ่งแพทย์อาจจะมีการจ่ายยาทาในกลุ่มประเภทที่มีส่วนผสมสเตียรอยด์ หากคนใข้มีอาการเป็นผื่นแพ้รุนแรง หรือมีอาการคันหนักมาก เพื่อลดการอักเสบ

และแพทย์อาจเปลี่ยนแชมพูที่คนไข้ต้องใช้เป็นแชมพูน้ำมันดิน ซึ่งคนไข้จะต้องใช้สระผมใน 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ นอกจากนี้แพทย์อาจแนะนำให้คนไข้ตากแดดอย่างน้อย 15 นาทีต่อวัน เพื่อให้รังสียูวีจากแสงแดดช่วยให้การทำงานของเซลล์ลิมโฟไซต์ลดลงควบคู่ไปด้วย

อย่างไรก็ตามหากคนที่เคยเป็นโรคสะเก็ดเงินแล้ว ถึงแม้จะรักษาหายก็มีโอกาสที่จะกลับมาเป็นได้อีก ดังนั้นการดูแลสุขภาพของตัวเองให้แข็งแรง และมีสุขภาพจิตที่ดีอยู่เสมอจึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะทำให้ไม่ต้องกลับมาเป็นโรคสะเก็ดเงินอีก 

 

หนังศีรษะลอกกับรังแค ต่างกันไหม

หลายคนอาจแยกไม่ออกระหว่างหนังศีรษะลอกกับรังแค ถึงแม้ว่าอาการทั้งสองอย่างนี้จะมีความคล้ายคลึงกันตรงที่หนังศีรษะของคุณจะมีขุยขาว ๆ ออกมา แต่จริง ๆ แล้วอาการทั้งสองอย่างนี้มีสาเหตุที่ต่างกันอยู่พอสมควร ซึ่งเราจะมาอธิบายความแตกต่างของอาการทั้งสองอย่างนี้ให้คุณได้ทราบ  

หนังศีรษะลอกแห้ง

หนังศีรษะลอกแห้งบางคนอาจคิดว่าเป็นรังแค แต่แท้จริงแล้วอาจจะไม่ใช่ก็ได้ เพราะว่าอาการหนังศีรษะลอกอาจมีสาเหตุที่มาจากโรคต่าง ๆ ทางผิวหนังที่ได้กล่าวไปข้างต้น ซึ่งบางโรคที่เกิดบนหนังศีรษะปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามีอาการที่รุนแรงกว่าการเป็นรังแคธรรมดาค่อนข้างพอสมควร

วิธีสังเกตตัวเองง่าย ๆ เลยก็คือ หากคุณมีอาการหนังศีรษะลอกเป็นขุย ๆ ที่มาพร้อมกันอาการผื่นแดงร่วมด้วย และมีอาการคันหนังศีรษะมากกว่าปกติให้คุณสันนิษฐานว่าอาจไม่ใช่แค่อาการเป็นรังแคธรรมดา และถ้าหากคุณมีอาการจำพวก ผมร่วงในบริเวณที่คัน หรือมีตุ่มน้ำใส ๆ ควรทำการพบแพทย์ผิวหนังผู้เชี่ยวชาญเพื่อทำการรักษาที่ถูกต้องต่อไป 

รังแค

รังแคถือว่าเป็นอาการหนังศีรษะลอกประเภทหนึ่งเช่นกัน ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศ ทุกวัย ผู้ที่เป็นรังแคจะมีอาการคันหนังศีรษะ และหนังศีรษะลอกเป็นแผ่น ๆ หรือสะเก็ดของหนังศีรษะอาจหล่นลงบนเสื้อผ้า ทำให้คุณสูญเสียความมั่นใจได้

โดยสาเหตุของการเกิดรังแคมักเกิดจากการที่ต่อมไขมันใต้หนังศีรษะทำงานผิดปกติทำให้หนังศีรษะของคุณมีน้ำมันมากเกินไป หรือไม่ก็น้อยเกินไป ซึ่งอาจมาจากสภาพแวดล้อม อย่างเช่น สภาพอากาศ หรือการที่คุณสระผมมากจนเกินไปก็ได้ ซึ่งอาการของรังแคจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ รังแคเปียก และรังแคแห้ง

อย่างไรก็ตามอาการรังแคถือว่าไม่ใช่อาการหนังศีรษะลอกที่ร้ายแรง ถ้าหากคุณรักษาได้ตรงจุด และไม่ปล่อยอาการเป็นรังแคไว้จนนานเกินไป ก็สามารถที่จะรักษาให้หายได้

 

สรุปเรื่องหนังศีรษะลอก

หนังศีรษะลอกไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย ซึ่งอาการเหล่านี้อาจส่งผลให้ผมของคุณร่วง เป็นหย่อม ๆ จนทำให้คุณสูญเสียความมั่นใจในการดำเนินชีวิตได้ ดังนั้นอย่าปล่อยให้อาการหนังศีรษะลอกบานปลาย หากคุณพบว่าหนังศีรษะของคุณมีอาการลอกเป็นผื่น หรือมีอาการคันผิดปกติ คุณควรเข้ารับการรักษาอย่างถูกวิธีจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้อาการเหล่านั้นหายไป และไม่มาส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันของคุณอีกต่อไป


บทความนี้เกิดจากการเขียนและส่งขึ้นมาสู่ระบบแบบอัตโนมัติ สมาคมฯไม่รับผิดชอบต่อบทความหรือข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือทำให้เกิดความเสียหาย หรือละเมิดสิทธิใดๆ กรุณาแจ้งมาที่ ht.ro.apt@ecivres-bew เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกจากระบบในทันที