วัตพล

ผู้เขียน : วัตพล

อัพเดท: 13 พ.ค. 2024 22.35 น. บทความนี้มีผู้ชม: 692026 ครั้ง

ผิวแห้งคัน ปัญหาคันยุบยิบที่รักษาให้หายได้


การทำ PRP ผม: นวัตกรรมใหม่ที่ช่วยหยุดปัญหาผมร่วง ผมบาง

ฉีด PRP ผม

 

เมื่อเกิดปัญหาผมร่วง ผมบาง ทำให้เกิดความไม่มั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวันโดยเฉพาะกิจกรรมที่จะต้องพบปะผู้คนจำนวนมาก การสร้างบุคลิกภาพภายนอก ไม่ว่าจะด้วยวิธีการแต่งกาย หรือการแต่งหน้าเป็นหนึ่งในวิธีการสร้างบุคลิกภาพภายนอกให้ดูดีได้ระดับหนึ่ง แต่อีกปัจจัยหนึ่งที่สำคัญและขาดไม่ได้เลย คือ การทำผม ดังนั้น หากคุณกำลังประสบปัญหาผมบาง หลุดร่วงง่าย การทำ PRP ผม น่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด
ที่จะช่วยหยุดปัญหาดังกล่าวรวมถึงยังช่วยบำรุงและฟื้นฟูสุขภาพเส้นผมและหนังศีรษะให้กลับมามีสุขภาพดี กระตุ้นเซลล์รากผมให้แข็งแรง สร้างความมั่นใจให้คุณกลับมาดูดีอีกครั้ง


PRP ผม คือ

PRP ผม

 

การทำ PRP ผม (Platelet Rich Plasma) คือ การปลูกผมแบบธรรมชาติวิธีใหม่ที่มีความปลอดภัยต่อร่างกาย เพราะใช้เกล็ดเลือดเข้มข้นของตัวคนไข้เอง ฉีดเข้าไปที่หนังศีรษะส่วนที่ผมบาง หลุดร่วงง่าย
เพื่อกระตุ้นเซลล์รากผมให้แข็งแรง สาร PRP (Platelet Rich Plasma) เกิดจากการนำเลือดมาปั่นแยกเกล็ดเลือด คัดเฉพาะพลาสม่าที่มีเกล็ดเลือด และ Growth factor ที่มีคุณสมบัติในการกระตุ้นเซลล์
เมื่อฉีดเข้าไปที่หนังศีรษะจึงทำให้เซลล์รากผมที่เสื่อมสภาพถูกกระตุ้นให้กลับมาทำงานส่งผลให้รากผมกลับมาแข็งแรงผม งอกหนาดังเดิม


การ PRP ผม เหมาะกับใคร

ผู้ที่เหมาะกับการทำ PRP ผม มีดังนี้


ข้อดีและข้อจำกัดของ PRP ผม

หากคุณกำลังสนใจจะปลูกผม PRP แนะนำให้ศึกษาข้อมูล PRP ผม รีวิวจากแหล่งข้อมูลที่หลากหลาย
ไม่ว่าจะเป็นทางบทความวิชาการ ทางคลิปที่แพทย์จากโรงพยาบาลหรือคลินิกต่าง ๆ ออกมาให้ความรู้ เพื่อให้คุณเกิดความมั่นใจก่อนตัดสินใจว่าจะไป PRP ผมที่ไหนดี แต่ละแห่งมีโปรโมชันการฉีด PRP ผมราคาเท่าไหร่กับบ้าง แต่ละโรงพยาบาลหรือแต่ละคลินิกมีการให้บริการและจัดโปรโมชันอย่างไรบ้าง
ที่จะคุ้มค่ากับผลลัพธ์ที่คุณคาดหวัง 

ข้อดีของ PRP ผม

ข้อจำกัดของ PRP ผม

การทำ PRP ผมถึงแม้ว่าจะมีความปลอดภัยสูงเพราะเป็นการปลูกผมด้วยวิธีธรรมชาติ แต่ก็ยังมีข้อจำกัดหลายประการและไม่เหมาะสมกับการรักษาผู้ที่มีอาการดังนี้


วิธีเตรียมตัวก่อน PRP ผม 

ทำ PRP ผม

 

ก่อนทำ PRP ผม ผู้ที่ต้องการเข้ารับการรักษาด้วยวิธี PRP ผม ควรเตรียมตัวและปฏิบัติตนอย่างเคร่งครัดเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดในการรักษาดังนี้

1. ในช่วง 4 สัปดาห์ก่อนถึงวันทำ PRP ผม จะต้องปฏิบัติตนดังนี้

2. 1 วันก่อนถึงวันทำ PRP ผมควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ (ไม่น้อยกว่า 8 ชั่วโมง) เพื่อเตรียมร่างกายให้พร้อม

3. ปรึกษาแพทย์เรื่องเกี่ยวกับการงดยาบางประเภท เช่น ยาแก้อักเสบ 

4. สระผมก่อนเข้ารับการรักษา ไม่ฉีดสเปร์และเจลเพื่อตกแต่งทรงผม

5. ในวันทำ PRP ผม ควรดื่มน้ำให้ครบ 2 ลิตร (ทยอยดื่ม)


วิธี PRP ผม 

ขั้นตอนการทำ PRP ผม มีขั้นตอนดังนี้

  1. เริ่มเจาะเลือดผู้เข้ารับการรักษาจากบริเวณแขน โดยใช้เลือดประมาณ 100 CC
  2. นำเลือดมาเติมสารต้านการแข็งตัว
  3. นำเลือดไปปั่นแยกในเครื่องเหวี่ยงสาร (Centrifuge) เพื่อแยกเกล็ดเลือดเข้มข้น หรือ ทำ PRP (Platelet Rich Plasma) 
  4. คัดแยกเฉพาะเกล็ดเลือดเข้มข้นหรือนำมาฉีดลงบนหนังศีรษะ
  5. ทำความสะอาดหนังศีรษะและทายาชาก่อนฉีด PRP ผม
  6. กระตุ้นหนังศีรษะก่อนฉีด PRP ผมด้วยวิธี Derma Pen (Micro Needling System) ทำให้ผิวหนังศีรษะตอบสนองต่อการรักษาได้มากยิ่งขึ้น
  7. ฉีด PRP ลงบริเวณหนังศีรษะที่ต้องการกระตุ้นเซลล์รากผม

การดูแลตนเองหลังทำ PRP ผม

ปลูกผม PRP

 

วิธีการดูแลตนเองหลังจากทำ PRP ผมมีขั้นตอนดังนี้

  1. แผลจากการทำ PRP ไม่ควรโดนน้ำเป็นเวลา 24 ชั่วโมง
  2. งดการสระผม การใส่สเปรย์ เจลตกแต่งทรงผม รวมถึงน้ำมันจัดแต่งทรงผมทุกประเภท ประมาณ 6 ชั่วโมงแรกหลังทำ หลังจากนั้น หากต้องการจะสระผม ไม่ควรเกาศีรษะแรง และเช็ดผมเบา ๆ และควรใช้ผลิตภัณฑ์สูตรอ่อนโยนหรือยาสระผมตามคำแนะนำของแพทย์ ในช่วงสัปดาห์แรกหลังจากทำ PRP ผม
  3. งดการดื่มแอลกอฮอล์ และสูบบุหรี่ อย่างน้อย 1 วันหลังเข้ารับการรักษา เนื่องจากสารที่อยู่ในแอลกอฮอล์และบุหรี่ส่งผลต่อการทำงานของสารต่าง ๆ ที่อยู่ในสาร PRP 
  4. ไม่รับประทานยาไอบูโพรเฟ่น (Ibuprofen) และยาประเภทแอสไพริน (Aspirin) ประมาณ 3 วันหลังทำ
  5. งดการออกกำลังกายภายใน 24 ชั่วโมง เพราะอาจทำให้แผลบริเวณที่ฉีด PRP ผม กระทบกระเทือนและฟกช้ำได้
  6. ห้ามเข้าคอร์สนวดหน้า หรือนวดหนังศีรษะเพราะมีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อ 
  7. หากแผลบริเวณที่ฉีด PRP ผมมีอาการบวม ฟกซ้ำและต้องการให้แผลหายเร็วขึ้น สามารถทำการประคบเย็นได้ แต่หากไม่ประคบเย็นแผลก็สามารถที่จะหายเองได้ โดยจะมีอาการประมาณ 3 - 7 วันหลังทำการรักษา 

PRP ผม ต้องทำกี่ครั้ง

การเลือกวิธีการรักษาด้วยการฉีด PRP ผม แล้วจะต้องเข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่อง เป็นระยะ ๆ 

หากถามว่าการ Prp ผม ต้องทํากี่ครั้งกันแน่ อาจจะไม่สามารถประมาณการครั้งที่ฉีดได้ชัดเจน แต่โดยส่วนใหญ่จะต้องทำ PRP ประมาณ 3 - 10 ครั้งขึ้นอยู่กับความรุนแรงของปัญหาผมร่วง ผมบางของแต่ละบุคคล 

การฉีด PRP ผมจะเริ่มเห็นผลอย่างชัดเจนในช่วง 3 ครั้งแรกที่ฉีด ซึ่งในการฉีดแต่ละครั้งจะมีระยะห่างประมาณ 2 สัปดาห์ ต่อจากนั้นจะเว้นระยะห่างทุก ๆ 1 เดือน ขึ้นอยู่กับการประเมินสภาพเส้นผมและหนังศีรษะของแต่ละคน

ทั้งนี้ ในการทำ PRP ผมจะต้องเข้ารับการรักษาต่อเนื่องยาวนานเพราะไม่ใช่วิธีการปลูกผมแบบถาวร
ผู้ที่เข้ารับการรักษามีโอกาสกลับไปเผชิญปัญหาผมร่วง ผมบางอีก หากไม่มาปลูกผม PRP อย่างต่อเนื่อง ซึ่งการทำซ้ำจะใช้ระยะห่างประมาณ 3 -  6 เดือนเพื่อให้การกระตุ้นเซลล์รากผมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่องนั่นเอง


PRP ผม เจ็บไหม

การทำ PRP ผม เป็นการปลูกผมด้วยวิธีธรรมชาติ ไม่ต้องผ่าตัด ไม่เป็นแผลเป็น และไม่เจ็บ เนื่องจากขั้นตอนก่อนการฉีด PRP ผมจะต้องทายาชาก่อน หากยาชายังไม่ออกฤทธิ์แพทย์ผู้ทำการรักษาก็จะยังไม่เริ่มฉีดสาร PRP ลงบนหนังศีรษะของคนไข้อย่างแน่นอน 

หลังจากฉีด PRP ผมแล้ว คนไข้อาจจะมีอาการบวมและฟกช้ำเพียงเล็กน้อยได้ แต่หากต้องการให้มีอาการน้อยที่สุด ก่อนเข้าฉีด PRP ผมควรปฏิบัติตนอย่างเคร่งครัดตามขั้นตอนการเตรียมตัวก่อนเข้าทำ PRP และปฏิบัติตนตามคำแนะนำแพทย์อย่างเคร่งครัดหลังทำ PRP ด้วยเช่นกัน เพียงเท่านี้ก็จะช่วยให้การทำ PRP ของคุณเห็นผลลัพธ์และบรรลุตามวัตถุประสงค์


สรุป PRP ผม

PRP ผม รีวิว

 

การทำ PRP ผม เป็นวิธีการปลูกผมด้วยวิธีการทางธรรมชาติที่ไม่มีผลข้างเคียงในการรักษา เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในการช่วยขจัดปัญหาผมร่วง ผมบางได้อย่างปลอดภัย ปัจจุบันการฉีด PRP ผมกำลังได้รับความนิยมสูง อีกทั้ง การ PRP ผม ราคาไม่แพงเมื่อเปรียบเทียบกับผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นหลังการรักษา


 


บทความนี้เกิดจากการเขียนและส่งขึ้นมาสู่ระบบแบบอัตโนมัติ สมาคมฯไม่รับผิดชอบต่อบทความหรือข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือทำให้เกิดความเสียหาย หรือละเมิดสิทธิใดๆ กรุณาแจ้งมาที่ ht.ro.apt@ecivres-bew เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกจากระบบในทันที