วัตพล

ผู้เขียน : วัตพล

อัพเดท: 13 พ.ค. 2024 22.35 น. บทความนี้มีผู้ชม: 691949 ครั้ง

ผิวแห้งคัน ปัญหาคันยุบยิบที่รักษาให้หายได้


ฉีดฟิลเลอร์คาง คืออะไร? แก้ไขปัญหาคางด้วยฟิลเลอร์ที่เห็นผลทันที

ฟิลเลอร์คาง

 

ปัจจุบันการฉีดฟิลเลอร์คางเป็นที่นิยมอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการฉีดฟิลเลอร์เพื่อแก้ปัญหาคางต่าง ๆ เช่น คางสั้น คางเบี้ยว คางไม่เท่ากัน คางบุ๋ม หรือการแก้รูปหน้าให้ได้สัดส่วนมากขึ้น โดยการฉีดเติมสารประเภทไฮยาลูโรนิค แอซิดที่ผ่านการรับรองสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาประเทศไทย (อย.) ที่มีคุณสมบัติช่วยกักเก็บน้ำและความชุ่มชื้นในชั้นผิวหนัง ช่วยลดปัญหาริ้วรอย เสริมความเต่งตึงให้แก่ผิว เพื่อให้รู้จักฟิลเลอร์คางมากยิ่งขึ้นว่าคืออะไร? ทำไมจึงต้องเลือกฉีดฟิลเลอร์คางเพื่อแก้ปัญหาคางผิดรูป วันนี้เราได้รวบรวมคำตอบมาให้ทุกคนแล้วค่ะ


ฉีดฟิลเลอร์คาง คืออะไร?

การฉีดฟิลเลอร์คาง คือ การฉีดเติมสารประเภทไฮยาลูโรนิค แอซิด (Hyaluronic Acid) หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า HA ที่บริเวณคาง ซึ่งสารไฮยาลูโรนิค แอซิดเป็นสารเติมเต็มที่มีคุณสมบัติช่วยกักเก็บน้ำและความชุ่มชื้นในชั้นผิวหนังและใต้ผิวหนัง โดยปกติร่างกายของเราจะผลิตไฮยาลูโรนิค แอซิดที่เป็นสารในร่างกายผลิตขึ้นเองได้ตามธรรมชาติ แต่เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้นส่งผลให้ร่างกายมีความสามารถในการผลิตสารชนิดนี้น้อยลงเรื่อย ๆ ส่งผลให้ผิวเกิดการเสื่อมสภาพลงและทำให้เกิดปัญหาริ้วรอยต่าง ๆ ตามมา ในส่วนของการฉีดฟิลเลอร์คางยังสามารถช่วยในเรื่องการปรับโครงหน้าให้ได้สัดส่วนยิ่งขึ้น ดังนั้นส่วนใหญ่คนจึงนิยมฉีดฟิลเลอร์คาง เติมสารไฮยาลูโรนิค แอซิดเพื่อเสริมหรือแก้ปัญหาที่บริเวณคางนั่นเอง


ทำไมถึงต้องเลือกฉีดฟิลเลอร์ที่คาง 

ฉีดฟิลเลอร์คาง

 

การฉีดฟิลเลอร์คาง สามารถช่วยปรับรูปหน้าให้ได้สัดส่วน สมมาตร และเรียวสวยขึ้น อีกทั้งการฉีดฟิลเลอร์คางยังนิยมฉีดเพื่อเสริมคางสำหรับการเสริมโหงวเฮ้งให้ใบหน้าตนเองได้อีกด้วย เพราะการฉีดฟิลเลอร์คางจะช่วยเติมเต็มให้คางเต่งตึง อวบอิ่ม ดูชุ่มชื้น และปรับคางให้เหมาะกับใบหน้ายิ่งขึ้น นอกจากนี้การฉีดฟิลเลอร์คางยังสามารถแก้ปัญหาคางไม่สวย เช่น คางสั้น คางตัด คางเบี้ยว คางไม่เท่ากัน คางบุ๋ม หรือผู้ที่มีใบหน้ากลมต้องการเสริมคางให้ใบหน้าดูเรียวสวยขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ หน้าวีเชฟแบบสาวเกาหลีโดยไม่ต้องการผ่าตัดคาง ปัญหาเหล่านี้สามารถแก้ไขได้โดยการฉีดฟิลเลอร์คาง


ฉีดฟิลเลอร์คาง อันตรายไหม? สิ่งที่ควรรู้และศึกษาก่อนฉีด

การฉีดฟิลเลอร์คาง ถ้าฉีดด้วยเทคนิคที่ถูกต้องโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ด้านการฉีดฟิลเลอร์มานาน 5-10ปี การฉีดฟิลเลอร์คางจะเป็นหัตถการที่มีความปลอดภัย และมีโอกาสเกิดอันตรายน้อยมาก เนื่องจากการที่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญใช้เทคนิคที่ถูกต้องจะไม่ทำให้เกิดการฉีดฟิลเลอร์คางที่ทำให้เกิดก้อนใต้ชั้นผิวหนัง ส่งผลให้คางผิดรูป ใบหน้าไม่ได้สัดส่วน ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้แม้เราจะใช้ฟิลเลอร์แท้ในการฉีดก็ตาม ดังนั้นผู้ที่ต้องการฉีดฟิลเลอร์คางควรทำการศึกษาแพทย์ประจำคลินิกเสริมความงามให้ดีว่า มีความน่าเชื่อถือและประสบการณ์มากพอหรือไม่ก่อนทำการตัดสินใจฉีดฟิลเลอร์คาง และอีกหนึ่งสิ่งสำคัญ คือ จะต้องใช้ฟิลเลอร์คางแท้ที่ได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาประเทศไทย (อย.) ซึ่งจะเป็นตัวช่วยยืนยันความปลอดภัยของสารไฮยาลูโรนิค แอซิดที่เราใช้ฉีดเข้าสู่ผิวหนังของเราว่ามีความปลอดภัยแน่นอน โดยยี่ห้อฟิลเลอร์คางที่ได้รับการรับรองและแนะนำ ได้แก่ ยี่ห้อ Juvederm รุ่น Volux จากประเทศอเมริกา, Juvederm รุ่น Voluma จากประเทศอเมริกา เป็นต้น การที่ใช้ฟิลเลอร์คางแท้ที่ได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาประเทศไทย (อย.) จะช่วยป้องกันการเจอฟิลเลอร์ที่ไม่ได้มาตรฐานหรือฟิลเลอร์ปลอมฉีดเข้าผิวหนัง ซึ่งฟิลเลอร์คางปลอมทำมาจากสาร เช่น ซิลิโคนเหลว ไบโอพลาสติก สารโพลิเมอร์ที่ใช้ในอุตสาหกรรมที่เมื่อฉีดเข้าสู่ร่างกายแล้วไม่สามารถสลายได้เองตามธรรมชาติ ร่างกายไม่สามารถดูดซึมสารเหล่านี้ซึ่งจะแตกต่างจากสารไฮยาลูโรนิค แอซิดที่จะสลายและไม่ตกค้างในร่างกาย เมื่อสารเหล่านี้ไม่สามารถสลายได้เองจึงส่งผลให้บริเวณคางหรือบริเวณอื่น ๆ ที่ทำการฉีดเกิดอาการแพ้ อักเสบ เกิดการติดเชื้อ เกิดผังพืด และเกิดการจับตัวเป็นก้อน ซิลิโคนจะเกาะตัวกับกระดูกส่งผลทำให้คางและรูปหน้าเสีย จึงต้องระวังอย่างมากในการเลือกคลินิกหรือสถาบันความงามรวมถึงแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่น่าเชื่อถือ เพียงเท่านี้การฉีดฟิลเลอร์ก็ไม่ใช่เรื่องอันตรายสำหรับเราที่ต้องการฉีดฟิลเลอร์คาง


หลังฉีดฟิลเลอร์คาง ควรดูแลอย่างไร 

ฉีดคาง

 

หลังจากฉีดฟิลเลอร์คาง เพื่อช่วยให้คางเข้ารูปอย่างรวดเร็ว และช่วยบรรเทาอาการปวดบวมหรือลดอาการอักเสบ ควรดูแลและหลีกเลี่ยงพฤติกรรม ดังนี้


ผลข้างเคียงที่มักพบได้หลังจากฉีดฟิลเลอร์คาง

ผลข้างเคียงที่มักพบหลังจากฉีดฟิลเลอร์คางโดยอาการปกติที่จะเกิดขึ้นคือ อาการปวดบวม ช้ำ หรือคันบริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์ ให้หลีกเลี่ยงการแตะ จับ หรือเกาบริเวณนั้น ๆ อาการต่าง ๆ จะบรรเทาและค่อย ๆ หายไปภายใน 2-3 วัน แต่หากมีอาการที่รุนแรงซึ่งมักจะเกิดจากการที่ฉีดฟิลเลอร์คางปลอมหรือฉีดฟิลเลอร์โดยแพทย์ที่ไม่เชี่ยวชาญด้านการฉีด จะส่งผลให้มีอาการปวดบวมและอักเสบขึ้นบริเวณที่ฉีดได้ โดยอาการอักเสบมักจะมีลักษณะบวม แดง คัน อาจมีผื่นแดงหรือปวดเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ อาการไม่หายภายใน 1 สัปดาห์ควรรีบพบแพทย์ทันที อีกอาการที่ควรสังเกต คือ เมื่อฉีดฟิลเลอร์คางแล้วคางมีลักษณะเบี้ยว ผิดรูป หรือจับตัวเป็นก้อน หากมีผลข้างเคียงดังกล่าวเกิดขึ้นหลังฉีดฟิลเลอร์คาง ควรเข้าพบแพทย์ทันทีเช่นเดียวกัน


สรุป

การฉีดฟิลเลอร์คางโดยส่วนใหญ่แล้วมักจะนิยมฉีดเพื่อแก้ปัญหาคางสั้น คางผิดรูปทำให้ใบหน้าไม่ได้สัดส่วน หรือหน้ากลมจึงต้องการเสริมคางให้ยาวขึ้นเพื่อปรับโครงหน้าให้เรียวสวย หน้าวีเชฟเหมือนสาวเกาหลี ซึ่งการฉีดฟิลเลอร์คางจะสามารถเห็นผลได้ทันทีหลังจากที่ฉีดและไม่ต้องใช้เวลาพักฟื้นแผลนานเหมือนการผ่าตัดเสริมคาง อีกทั้งการฉีดฟิลเลอร์คางยังช่วยเสริมโหงวเฮ้งให้ใบหน้าดูดีชีวิตรุ่งเรืองขึ้นได้อีกด้วย จึงส่งผลให้การฉีดฟิลเลอร์คางเป็นที่นิยมในหมู่สาว ๆ ยุคใหม่อย่างมาก นอกจากนี้ผู้ที่สนใจฉีดฟิลเลอร์คางควรศึกษาเกี่ยวกับคลินิกและแพทย์เพื่อที่จะได้ผลลัพธ์หลังฉีดฟิลเลอร์คางที่น่าพอใจและไม่เป็นอันตราย


 


บทความนี้เกิดจากการเขียนและส่งขึ้นมาสู่ระบบแบบอัตโนมัติ สมาคมฯไม่รับผิดชอบต่อบทความหรือข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือทำให้เกิดความเสียหาย หรือละเมิดสิทธิใดๆ กรุณาแจ้งมาที่ ht.ro.apt@ecivres-bew เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกจากระบบในทันที