วัตพล

ผู้เขียน : วัตพล

อัพเดท: 03 ต.ค. 2022 17.11 น. บทความนี้มีผู้ชม: 7397 ครั้ง

ผิวแห้งคัน ปัญหาคันยุบยิบที่รักษาให้หายได้


สิว คืออะไร มารู้จักต้นตอปัญหากวนใจ

สิว เป็นปัญหาผิวหนังที่พบกันบ่อยที่สุดปัญหาหนึ่ง และเป็นปัญหาที่ส่งผลกับจิตใจอย่างมากดังนั้นการศึกษาเกี่ยวกับ “สิว” เพื่อรู้ถึงประเภทของสิว สาเหตุการเกิดสิว และวิธีการรักษาสิว จะเป็นประโยชน์ในการดูแลผิวพรรณให้มีสุขภาพดี และแข็งแรงแบบยั่งยืน  แต่ถ้าหากเกิดหน้าเป็นสิวขึ้นมาก็ไม่น่ากลัว เพราะวิธีลดสิวนั้นทำได้ไม่ยากเลยถ้าหากปฏิบัติตามเท่านั้น

 

สิว

สิว คืออะไร

สิว คือ การอักเสบของหน่วยรูขนหรือเรียกอีกอย่างว่ารูขุมขน และต่อมไขมัน  โดยมากมักเป็นบริเวณหน้า

คอ และลำตัวส่วนบน ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มีต่อมไขมันขนาดใหญ่อยู่อย่างหนาแน่น หน้าเป็นสิวมักจะปรากฏอาการในช่วงวัยรุ่น ในผู้หญิงช่วงอายุ 14-17 ปี และในช่วงอายุ 16-19 ปีสำหรับผู้ชาย และมักหายไปใน ช่วงอายุ 20-25 ปี แต่ในบางคนอาจเป็นๆ หายๆ จนอายุ 40 ปี ขึ้นกับปัจจัยต่าง ๆ ที่ทำให้เกิดสิวขึ้น

สาเหตุการเกิดสิวเกิดจากอะไร

สาเหตุการเกิดสิวนั้นมีหลากหลายไม่เฉพาะเจาะจง การผลิตน้ำมันของต่อมไขมันในผิวมากเกินไปผิวหนังชั้นนอกสุดเกิดการหนาตัวขึ้นผิดปกติเพราะการผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วผิดปกติ ทำให้เกิดการอุดตันท่อต่อมไขมัน รบกวนการไหลของน้ำมันออกมานอกผิวหนัง เมื่อเจอกับแบคทีเรียก็ทำให้เกิดการอักเสบขึ้น ดังนั้นเราพอจะจำแนกได้ว่าสิวเกิดจาก 2 สาเหตุหลัก เช่น

 

ปัจจัยภายในร่างกาย

- การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน

- กรรมพันธุ์

- สภาพผิวหน้าและความมันบนใบหน้า

- โรคเรื้อรัง

 

ปัจจัยภายนอกร่างกาย

- การใช้ยา หรือสารเคมีบางชนิด

- การใช้เครื่องสำอาง

- สภาพแวดล้อม แสงแดด อุณหภูมิ

- อาหารการกิน

 

สิวมีกี่ประเภท

สิวมีลักษณะที่แตกต่างกันออกไป ตั้งแต่ตุ่มเล็ก จนถึงตุ่มใหญ่ มีทั้งที่อักเสบจากน้อยจนถึงมาก

สิวแบ่งได้เป็น 2 ประเภทหลัก ๆ ได้แก่

สิวประเภทต่างๆ

สิวที่ไม่มีการอักเสบ

สิวชนิดไม่อักเสบ คือ สิวที่เกิดจากการอุดตันของรูขุมขน เรียกว่า โคมีโดน (comedone) หรือเรียกอีกอย่างว่า สิวอุดตัน

- สิวอุดตันestivalis หรือ acne mallorca)

สิวผด คือ สิวที่มีลักษณะเป็นผื่นขนาดเล็ก ๆ กระจายตัวกัน โดยจะเห่อเป็นช่วง ๆ และไม่นานก็จะหาย เมื่อสัมผัสจะเจอความแหลมของหัวสิว แต่เอาออกไม่ได้เพราะไม่มีหัวสิว   

- สิวหิน (Sy  (Comedones)

สิวอุดตัน คือ สิวที่เกิดการอุดตันที่รูขุมขน หรือ คอมีโดน (comedone) แต่จะไม่มีการอักเสบร่วมด้วย แบ่งได้เป็น สิวหัวดำ และ สิวหัวขาว

- สิวผด (Acne aringoma)

สิวหิน หรือ สิวข้าวสาร เป็นสิวเม็ดเล็ก ๆ ตื้นและแข็ง สีขาวคล้ายไข่มุกหรือเม็ดข้าวสาร มีขนาดประมาณ1-2 มิลลิเมตร โดยมามักปรากฏขึ้นบริเวณใบหน้า หน้าผาก แก้ม จมูก หรือ เปลือกตา สามารถพบเห็นได้ทุกเพศทุกวัย บางรายอาจมีอาการคันร่วมด้วย สิวข้าวสารอาจหายเองได้ภายในไม่กี่สัปดาห์ หรือ ไม่กี่เดือน แต่ถ้าเป็นนานเกิน 3 เดือนก็ควรต้องปรึกษาแพทย์เพื่อหาวิธีรักษาและป้องกันที่ถูกวิธี

สิวที่มีการอักเสบ

สิวอักเสบนั้น โดยมากมักมีสาเหตุเกิดจากระบบภูมิคุ้มกันสร้างเซลล์เม็ดเลือดขาวมาต่อสู้กับแบคทีเรีย ทำให้เกิดการอักเสบ และบวมแดงขึ้นมา ซึ่งอนุมานได้ว่าเป็น “สิวปกติ”  แต่ก็มีที่เรียกว่า “สิวไม่ปกติ” เป็นสิวที่อาจไม่เกี่ยวข้องกับต่อมไขมัน ไม่มีการอุดตันของคอมีโดนเช่น สิวแพ้ยา , สิวสเตอรอยด์ ฯลฯ  สิวอักเสบสามารถแบ่งได้ดังนี้

- สิวตุ่มแดง

เป็นสิวที่มีลักษณะตุ่มนูน สีแดง ขนาดเล็ก ไปจนถึงสิวที่เริ่มอักเสบในช่วงแรก ๆ หลังจากพัฒนามาจากสิวอุดตัน ไม่มีอาการเจ็บปวด

- สิวหัวหนอง

สิวจะมีลักษณะที่เป็นตุ่มหนอง เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนรุนแรงกว่าแบบตุ่มแดง และสามารถแบ่งเป็น ชนิดตี้นและชนิดลึก

- สิวหัวช้าง

เป็นสิวอักเสบชนิดรุนแรง มีลักษณะเป็นก้อนนูนแดงขนาดใหญ่และแข็ง ฝังลงไปลึกมากใต้ผิวหนังอาจมีหนองปนเลือดได้

- สิวติดสารหรือสิวสเตียรอยด์

สิวสเตอรอยด์ คือ ผื่นที่มีลักษณะคล้ายสิว มีลักษณะเป็นตุ่มน้ำ ตุ่มหนอง คล้ายตุ่มพุพอง อาจขึ้นพร้อมกันทีเดียวหรือขึ้นทีละนิด ทุกเม็ดจะมีลักษณะเดียวกัน โดยมากจะพบสิวสเตียรอยด์ในบริเวณที่ทาสารสเตียรอยด์เป็นเวลานาน       

- สิวซีสต์        

เป็นสิวที่คล้ายสิวหัวช้าง แต่มีหนองขนาดใหญ่ฝังลึกใต้ผิวหนัง และสามารถสร้างความเจ็บปวดได้อย่างมากเมื่อไปสัมผัสโดน

บริเวณที่มักเกิดสิว

ความผิดปกติของสุขภาพ อาจเป็นสาเหตุให้เกิดสิวได้ และตำแหน่งสิวก็สามารถบอกได้ว่าเป็นโรคอะไรบ้าง

- สิวที่คาง

สิวบริเวณนี้เกิดจากความเครียดเป็นหลัก การล้างเครื่องสำอางหรือล้างผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวไม่สะอาด จึงควรที่จะหากิจกรรมคลายเครียดหรือหลีกเลี่ยงเรื่องที่จะก่อให้เกิดความเครียด พร้อมทั้งทำความสะอาดผิว ไม่ให้สิ่งสกปรกตกค้างในผิว ลดอาหารรสจัด

 

สิวที่คาง

- สิวที่หน้าผาก

การที่มีสิวขึ้นบริเวณหน้าผาก ไม่ว่าจะขึ้นทางด้านซ้าย หรือด้านขวาก็ตาม นั่นคือการส่งสัญญาณเตือนว่ากำลังมีปัญหาเกี่ยวกับระบบการย่อยอาหาร กระเพาะปัสสาวะ แลต่อมหมวกไต  ดังนั้นควรที่จะดื่มน้ำให้มากขึ้น

 
สิวที่หน้าผาก

- สิวที่จมูก

สิวขึ้นตรงจมูกถือเป็นปัญหาใหญ่ เพราะเห็นเด่นชัดมาก และเป็นการส่งสัญญาณเตือนว่า หัวใจและระบบสืบพันธ์ทำงานไม่ปกติ สิวประเภทนี้มักเกิดช่วงมีรอบเดือน หรือ กินยาคุม ดังนั้นควรเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง อาหารรสเค็ม

 

สิวที่จมูก
 
- สิวที่แก้ม

ถ้าเป็นสิวบริเวณแก้มทั้ง 2 ข้าง แสดงว่าระบบการหายใจ หรือปอดมีปัญหา ซึ่งสาเหตุอาจมาจากการสูบบุหรี่ ควันบุหรี่ โรคภูมิพ้ หรือ ฟันผุ เป็นต้น  ควรที่จะกินอาหารที่มีวิตามินซี ผักใบเขียว

 

สิวที่แก้ม

- สิวที่ปาก

สิวขึ้นที่ปากจะสัมพันธ์กับระบบการทำงานของรังไข่ เกิดจากฮอร์โมนทำงานผิดปกติ ดังนั้นควรที่จะทำงานความสะอาดผิวหน้าให้สะอาด และอาจต้องงดดื่มนมเพื่อคุมสมดุลของฮอร์โมน เลี่ยงของหวาน ที่มีน้ำตาลสูง

 

สิวที่ปาก

 

- สิวที่คอ

สิวที่คอนั้นโดยมากมักเกิดจากความเครียด ความกังวล เพราะว่ามันสัมพันธ์กับการทำงานของสมอง และหัวใจ  ดังนั้นวิธีลดสิวคือหาเวลาผ่อนคลายตัวเอง ทำจิตใจให้แจ่มใส

 

สิวที่คอ

- สิวที่หลัง

สิวขึ้นที่หลังเกิดมาจากสภาวะการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนของร่างกายโดยตรง เพราะแผ่นหลังเป็นจุดที่ต่อมเหงื่อและต่อมไขมันทำงานหนัก จึงง่ายต่อการเกิดสิว สาเหตุอาจเกิดจากความไม่สะอาดสะสมบริเวณแผ่นหลัง หรืออาจเกิดจากกรรมพันธุ์ก็ได้

 

สิวที่หลัง

วิธีรักษาสิว

วิธีรักษาสิวโดยทั่วไปคือ การป้องกันการเกิดสิวใหม่ และลดการอักเสบของสิวเดิม ทั้งนี้ต้องมีความอดทนเพราะระยะเวลาในการรักษา   เดือน  ปัจจุบันวิธีการรักษาสิว ลดสิว นั้นมีทั้งยาทาเฉพาะที่และยากิน การที่จะเลือกใช้วิธีแก้สิวแบบไหนนั้น ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของสิวในขณะนั้น  การที่หน้าเป็นสิวรักษายังไง ก็ขึ้นกับการพิจารณาของแพทย์ผิวหนัง ว่าจะใช้วิธีใดต่อไปนี้

- การรักษาด้วยยา

หนึ่งในวิธีการรักษาสิว ก็คือการรักษาด้วยยา ส่วนใหญ่จะใช้ยาทาภายนอก แต่ถ้าหากสิวมีความรุนแรงก็อาจจะต้องกินยาเพื่อรักษาสิวควบคู่ไปด้วย เป้าหมายคือกำจัดเชื้อแบคทีเรีย และลดอาการอักเสบของสิวให้น้อยลง รวมถึงทำให้สิวอักเสบยุบตัวลง  ยาทารักษาสิวอักเสบ มีทั้งแบบครีม โลชั่น หรือ น้ำยารักษาสิว

- การกดสิว     

วิธีรักษาสิวแบบการกดสิวนั้น นอกจากสามารถรักษาสิวอุดตัน ยังใช้รักษาสิวอักเสบได้อีกด้วย เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาสิวตุ่มและสิวหนอง เพราะหนองสิวอยู่ตื้นมากพอที่จะกดได้ แต่ควรเจาะหัวสิวก่อนเพื่อเปิดหัวสิวให้หนองออกง่ายๆ

- การติดแผ่นดูดสิว

เป็นวิธีการรักษาสิวที่ง่ายและสะดวกต่อการใช้ เพียงแปะลงบนสิวอักเสบในตอนกลางคืน แผ่นดูดสิวก็จะดูดเม็ดสิวหรือหนองออกมาจากผิวหนัง มีทั้งหมด 3 แบบ : ชนิดมีตัวยารักษา (ใช้ได้กับสิวอักเสบทุกชนิด) ,ชนิดไม่มีตัวยา (ใช้ดีกับสิวหัวขาวและสิวหัวหนอง) ,ชนิดหัวเข็มละลายสิว (ใช้กับสิวหัวช้างและสิวซีสต์)

- การเลเซอร์สิว

การเลเซอร์สิวเป็นวิธีลดสิวที่ใช้ในปัจจุบันโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ มีการเลือกใช้ตามความรุนแรงของสิวและสภาพผิว เพื่อให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

- ปรึกษาแพทย์ 

เมื่อพบว่าสิวที่เป็นอยู่ไม่มีแววที่จะหาย หรือยุบลง แนะนำให้พบแพทย์ผิวหนัง เพื่อวินิจฉัยหาสาเหตุและวิธีการรักษาสิวให้ถูกต้อง ปลอดภัย ไม่ทิ้งรอยแดง หรือ รอยแผลเป็น

 
การรักษาสิว
 
สรุป

สิวอาจเป็นเรื่องธรรมดา และวิธีรักษาสิวอาจดูง่าย ๆ แต่การพบแพทย์ผิวหนังเพื่อรับการรักษานั้นยังจำเป็น เพื่อหาสาเหตุ และวิธีการรักษาสิวที่ถูกต้อง ถึงแม้ว่าจะยังอยู่ในระยะแรก ๆ ก็ตาม แต่ถ้ารักษาเร็วก็จะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษา และลดความเสี่ยงในการเกิดรอยแผลเป็นด้วย

 

การบำบัดรักษาสิว

 


 

บทความนี้เกิดจากการเขียนและส่งขึ้นมาสู่ระบบแบบอัตโนมัติ สมาคมฯไม่รับผิดชอบต่อบทความหรือข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือทำให้เกิดความเสียหาย หรือละเมิดสิทธิใดๆ กรุณาแจ้งมาที่ ht.ro.apt@ecivres-bew เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกจากระบบในทันที