ModernBiz

ผู้เขียน : ModernBiz

อัพเดท: 30 พ.ค. 2022 23.30 น. บทความนี้มีผู้ชม: 164 ครั้ง

ทุกวันนี้การสร้างสรรค์ผลงานใด ๆ ขึ้นมาสักชิ้นมีโอกาสโดนลอกเลียนแบบได้เสมอ ทั้งตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม ดังนั้นหากคุณคือเจ้าของผลงาน หรือผู้ผลิตดังกล่าว ?การจดลิขสิทธิ์? คือเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อให้มั่นใจว่าสิ่งที่อุตส่าห์ตั้งใจคิดค้น พัฒนา และผลิตออกมาเป็นของคุณเพียงผู้เดียว คนอื่นไม่สามารถนำไปลอกเลียนแบบใด ๆ ได้ทั้งสิ้น


การจดลิขสิทธิ์สินค้าที่ผู้ผลิตต้องรู้

ทุกวันนี้การสร้างสรรค์ผลงานใด ๆ ขึ้นมาสักชิ้นมีโอกาสโดนลอกเลียนแบบได้เสมอ ทั้งตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม ดังนั้นหากคุณคือเจ้าของผลงาน หรือผู้ผลิตดังกล่าว การ “จดลิขสิทธิ์” คือเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อให้มั่นใจว่าสิ่งที่อุตส่าห์ตั้งใจคิดค้น พัฒนา และผลิตออกมาเป็นของคุณเพียงผู้เดียว คนอื่นไม่สามารถนำไปลอกเลียนแบบใด ๆ ได้ทั้งสิ้น 

เรื่องควรรู้เกี่ยวกับการจดลิขสิทธิ์สินค้า

สำหรับผู้ผลิตที่มีการสร้างผลงานออกมาตามประเภทที่กฎหมายลิขสิทธิ์ของประเทศไทยได้มีการระบุเอาไว้ แบ่งออกเป็น 9 ประเภท ได้แก่ 
การจดลิขสิทธิ์
 
ควรมีการจดลิขสิทธิ์กับกรมทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อผลในอนาคตหากคุณต้องการนำไปใช้ต่อในทางการค้า หามูลค่าจากผลผลิตของตนเอง อีกทั้งยังเป็นการป้องกันไม่ให้ผู้อื่นเข้ามามีสิทธิ์ในการลอกเลียนแบบ ดัดแปลงแก้ไข หรือนำไปทำในเชิงธุรกิจด้านอื่น ๆ ได้ นั่นเท่ากับเมื่อคุณดำเนินการตามขั้นตอนเรียบร้อยไม่ว่าใครก็หมดสิทธิ์เข้ามายุ่งเกี่ยวกับผลงานชิ้นนี้

ผู้ผลิต เจ้าของสินค้าควรต้องจดลิขสิทธิ์ให้เรียบร้อยเพื่ออนาคต

ต้องขออธิบายเพิ่มเติมว่าในกรณีที่ผลงานดังกล่าวเป็นงานเชิงสร้างสรรค์ที่ผ่านกระบวนการทางความคิด จะได้รับการคุ้มครองทันทีโดยไม่มีเงื่อนไขใดทั้งสิ้นตั้งแต่วันแรกที่มีการเริ่มสร้างสรรค์ รวมถึงยังคงมีอายุในการเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์นานถึง 50 ปี หลังจากเจ้าของเสียชีวิตลง ส่วนในรูปแบบของนิติบุคคลผลงานของคุณจะถูกคุ้มครองทันทีเป็นเวลา 50 ปี เมื่อเริ่มเผยแพร่ออกมาสู่สาธารณะชน
 
หากมองในมุมของผู้ผลิต เจ้าของสินค้า หรือผู้ประกอบการไม่ว่าสินค้า / บริการ หรือผลงานจะมีกระบวนการอย่างไรก็ตาม เพื่อประโยชน์สูงสุดในอนาคตการจดลิขสิทธิ์คือสิ่งสำคัญมาก เพราะช่วยให้คุณมั่นใจว่าไม่มีใครสามารถนำไปใช้เพื่อหาเงิน สร้างรายได้ หรือมาฟ้องร้องเรียกความเสียหายในอนาคตแน่
 
ยิ่งไปกว่านั้นในปัจจุบันแม้แต่การเป็นโรงงานผู้ผลิต บริษัท OEM ใดก็ตามส่วนใหญ่ไม่ใช่แค่การผลิตอย่างเดียว แต่ควรมีแบรนด์ สินค้าลิขสิทธิ์ หรือจดสิทธิบัตรเป็นของตนเอง เพื่อให้มั่นใจว่าอย่างน้อยในช่วงที่ลูกค้ากลุ่มผู้ผลิตลดลง แต่สินค้าที่คุณพัฒนาขึ้นมา มีการทำแบรนด์ชัดเจนยังคงสามารถเดินหน้าต่อพร้อมทำกำไรได้ ธุรกิจเติบโตหรือดูแลตนเองแบบไม่ต้องพึ่งพาใคร ไม่แน่อาจสร้างรายได้ดีกว่าการรับผลิตเองด้วยซ้ำ
 

บทความนี้เกิดจากการเขียนและส่งขึ้นมาสู่ระบบแบบอัตโนมัติ สมาคมฯไม่รับผิดชอบต่อบทความหรือข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือทำให้เกิดความเสียหาย หรือละเมิดสิทธิใดๆ กรุณาแจ้งมาที่ ht.ro.apt@ecivres-bew เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกจากระบบในทันที