KIEMAN

ผู้เขียน : KIEMAN

อัพเดท: 08 มิ.ย. 2023 09.26 น. บทความนี้มีผู้ชม: 10851 ครั้ง

ยอดธรรมะพระอริยสงฆ์


มูลตันไตรมูลการดั้งเดิมของสังสารวัฏฏ์

คนเราทุกรูปทุกนามที่ได้กำเนิดเกิดมาเป็นมนุษย์ล้วนแล้วแต่มีที่เกิดทั้งสิ้น กล่าวคือมีบิดามารดาเป็นแดนเกิด ก็แล เหตุใดท่านจึงบัญญํติปัจจยาการแต่เพียง อวิชชา ปจจยา เท่านั้น อวิชชาเกิดมาจากอะไร ท่านหาได้ัญญัติไว้ไม่ พวกเราก็ยังมีบิดามารดา อวิชชาก็ต้องมีพ่อแม่เหมือนกัน ได้ความตามบาทพระคาถาเบื้องต้นว่า ฐิติภูตัง นั่นเองเป็นพ่อแม่ของอวิชชา ฐิติภูตัง ได้แก่จิตดั้งเดิม เมื่อ ฐิติภูตัง ประกอบไปด้วยความหลง จึงมีเครื่องต่อกล่าวคืออาการของอวิชชาเกิดขึ้น เมื่อมีอวิชชาแล้ว จึงเป็นปัจจัยให้ปรุงแต่งเป็นสังขารพร้อมกับความเข้าไปยึดถือจึงเป็นภพเป็นชาติคือต้องเกิดก่อต่อไป ท่านเรียกปัจจยาการ เพราะเป็ฯอาการสืบต่อกัน วิชชาและอวิชชาก็ต้องมาจาก ฐิติภูตัง เช่นเดียวกัน เพราะเมื่อ ฐิติภูตัง กอปรด้วยอวิชชา จึงไม่รู้เท่าอาการทั้งหลาย แต่เมื่อ ฐิติภูตัง กอปรด้วยวิชชา จึงรู้เท่าอาการทั้งหลายตามความเป็นจริง นี่พิจารณาด้วย วุฏฐานคามินีวิปัสสนา รวมใจความว่าฐีติภูตัง เป็นตัวการดั้งเดิมของสังสารวัฏฏ์ ท่านจึงเรียก มูลตันไตร เพราะฉะนั้น เมื่อจะตัดสังสารวัฏฏ์ให้ขาดสิ้นสูญ จึงต้องอบรมบ่มตัวการดั้งเดิมให้มีวิชชา ให้รู้เท่าทันอาการทั้งหลายตามความเป็นจริง ก็จะหายหลง แล้วไม่ก่อการทั้งหลายใดๆ อีก ฐิติภูตังอันเป็นมูลการก็หยุดหมุน หมดการเวียนว่ายตายเกิดในสังสารวัฏฏ์ด้วยประการฉะนี้  ท่านว่าดีชั่วมิได้เกิดขึ้นมาเอง แต่อาศัยการทำบ่อยๆจนเคยชิน เมื่อชินแล้วก็กลายเป็นนิสัย ถ้าเป็นฝ่ายชั่วก็แก้ไขยาก คอยจะไหลลงไปตามนิสัยที่เคยทำอยู่เสมอ ถ้าเป็นฝ่ายดีก็นับว่าคล่องแคล่วกล้าขึ้นเป็นลำดับ


บทความนี้เกิดจากการเขียนและส่งขึ้นมาสู่ระบบแบบอัตโนมัติ สมาคมฯไม่รับผิดชอบต่อบทความหรือข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือทำให้เกิดความเสียหาย หรือละเมิดสิทธิใดๆ กรุณาแจ้งมาที่ ht.ro.apt@ecivres-bew เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกจากระบบในทันที