กิตติ

ผู้เขียน : กิตติ

อัพเดท: 28 ธ.ค. 2007 13.47 น. บทความนี้มีผู้ชม: 19116 ครั้ง

การวางแผนชีวิต ไม่ใช่การคาดเดา
การวางแผนธุรกิจ มิใช่อาศัยประสบการณ์เพียงอย่างเดียว
การวางแผนที่กล่าวมา บางครั้งศาสตร์ ที่เรียกว่าโหราศาสตร์ สามารถใช้เป็นองค์ประกอบในการ พิจารณาได้มากกว่า 20% แทนการคาดเดา


ดวงเมืองปี”51 เรียกน้ำย่อย จาก นสพ.ประชาชาติธุรกิจ

ดวงเมืองปี”51 เรียกน้ำย่อย

ชั่วโมงนี้ คนไทยจำนวนมากหันมาสนใจในเรื่องศาสตร์แห่งโหรอย่างเป็นจริงเป็นจังอีกครั้ง หลังช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา เกิดเหตุด่วนเหตุร้ายผู้คน ล้มตายอย่างคาดไม่ถึงทั้งจากอุบัติเหตุและภัยธรรมชาติ ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญเรื่องการโคจรของดวงดาวก็ทยอยออกมาให้คำปรึกษาแนะนำ ทำนายดวงเมืองอย่างต่อเนื่อง ยิ่งใกล้ปีใหม่จะมีคำทำนายใหม่จากหมอดูชื่อดังมากมาย

ล่าสุด ก่อนมีการพิเคราะห์ดวงเมืองไทย ปีชวด 2551 หมอดู “โสรัจจะ นวลอยู่” จากหนังสือ “ศาสตร์แห่งโหร” สำนักพิมพ์มติชน ออกมาทำนายดวงเมืองปีชวด ไว้ล่วงหน้าว่า อาจเลวร้ายยิ่งกว่า กว่าปี 2550

ก่อนหน้านี้ หมอดูผู้นี้สร้างความฮือฮาด้วย การทำนายเหตุการณ์ปฏิวัติ 19 กันยายน 2549 ไว้ล่วงหน้าจนได้รับการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในสังคม เช่นเดียวกับการทำนายเหตุการณ์ 9-11 เมื่อ 6 ปีก่อน จนได้รับสมญานามให้เป็น “นอสตราดามุสเมืองไทย” รวมถึงเหตุการณ์โศกนาฏกรรมสึนามิ เมื่อ 26 ธันวาคม 2547

หมอดู “โสรัจจะ” ทำนายว่า ดวงเมืองปี 2551 ว่า จะเป็นปีแห่งความอาเพศ ช่วงต้นปีบ้านเมือง จะมีการปฏิรูปเป็นการใหญ่ ธนาคารแห่งประเทศไทยคงถอยหลังอย่างกู่ไม่กลับ คนงาน ข้าราชการ ถูกปลดออกจากงานจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ผู้คนแห่ถอนเงิน รัฐบาลจะล้มลุกคลุกคลาน เพราะเจออุปสรรคยุ่งยากเหลือประมาณ หุ้นตกแบบท้องร่วง กรุงเทพฯจะถูกก่อวินาศกรรม ครั้งใหญ่ สถานทูตและตึกรามบ้านช่องถูกทำลาย

เมืองไทยจะตกอยู่ในภาวะคับขันรอบด้าน บุคคลในเครื่องแบบผู้ถืออาวุธที่ไม่อยู่ในศีลธรรมจะต้องเข้ามามีบทบาท แทรกเป็นยาดำใน คณะรัฐบาลอย่างหลีกเลี่ยงไม่พ้น

นอกจากนี้ ดาวเสาร์และราหูในทางโหราศาสตร์ไม่สัมพันธ์กับดวงของโลกและดวงของเมืองไทย ซึ่งเป็นเรื่องน่าเป็นห่วง เกาะเล็กเกาะน้อยในอินโดนีเซีย ญี่ปุ่น จีน และไทย บางส่วนอาจจมหายไปเนื่องจากภาวะโลกร้อน ทำให้ระบบน้ำทะเลสูงขึ้นเรื่อยๆ จนท่วมเกาะ อุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้นจะทำให้ผู้คนของโลกหลายล้านคนหิวโหย

ชาวโลกและประเทศไทยยังเดือดร้อนเรื่องน้ำมันแพง อันเป็นผลจากกลุ่มชาติอาหรับได้รวมหัวกันขึ้นราคาน้ำมัน และเพิ่มราคาน้ำมันขึ้นทุกปีโดยไม่หยุดยั้ง ทำให้ชาติต่างๆ เดือดร้อน ตลอดทั้งปีน้ำมันเชื้อเพลิงขึ้นราคารวมทั้งแก๊ส หุงต้ม ทำให้ประชาชนปั่นป่วนเดือดร้อนอย่างมาก

นอกจากนี้ยังเป็นปีแห่งการสูญเสียทรัพยากรธรรมชาติและชีวิตมนุษย์ครั้งใหญ่ของประเทศ กรุงเทพฯ บางส่วนเริ่มถูกน้ำทะเลท่วมเข้ามาถึง อาจจะจมน้ำหายไปและจะเป็นเช่นนี้ต่อเนื่องไปอีกหลายปี ดังนั้นภาครัฐต้องตระหนักถึงเรื่องนี้ โดยควรหาทางป้องกันเอาไว้ก่อน

โลกจะเข้าสู่ยุคเข็ญ สหรัฐอเมริกาและตะวันออกกลางเริ่มเปิดฉากสงครามล้างเผ่าพันธุ์ เป็นสงครามปรมาณู มีการใช้ขีปนาวุธติดหัวรบนิวเคลียร์หรือสงครามไฮเทคนำมาใช้กัน ทำให้เกิดจุดวิกฤตการณ์ของโลกเขม็งเกลียว เป็นสงครามครั้งใหญ่ ผู้คนล้มตายเป็นผักเป็นปลาจำนวนมหาศาล และสงครามจะยืดเยื้อไปอีกหลายปี ส่วนประเทศไทยจะถูกดึงเข้าไปเกี่ยวข้องกับสงครามครั้งนี้ด้วย

ราวกลางปี เกาะภูเก็ต กระบี่ พังงา จะถูกคลื่นสึนามิเหมือนกำแพงยักษ์ถล่มหนักกว่าครั้งแรก นอกจากนี้เชื้อโรคที่รุนแรงจะระบาดเหมือนไข้หวัดนกจะเข้ามาทำลายล้างชีวิตมนุษย์และสัตว์ หรือเป็นเชื้อไข้หวัดนกที่กลายพันธุ์ติดต่อมาถึงคน

ส่วนปัญหาทางภาคใต้อิทธิพลของดาวเสาร์ให้เป็นปีแห่งการก่อการร้ายและการก่อวินาศกรรมทั้งปี มีการเคลื่อนไหวของผู้คนที่ไม่สามารถจะควบคุมได้ใน 3 จังหวัดภาคใต้ ทำให้ผู้มีอำนาจขาดความเชื่อถือที่จะเหนี่ยวรั้งให้ผู้คนเหล่านั้นยุติความคิดของเขาได้ แต่ตามดวงเมืองแล้วไม่บ่งบอกว่าเราจะเสียดินแดน 3 จังหวัดภาคใต้ไป เนื่องจากดาวอังคารเดินแบบวิกล จะส่งผลให้ความร้อนแรงเกิดขึ้นไม่สิ้นสุด เพราะดวงผู้นำประเทศไม่สัมพันธ์กับดวงเมืองปี 2551

ในปลายปีจะเกิดปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ที่น่าแปลกมหัศจรรย์ จะเกิด “หิมะตก” ในเมืองไทยไปทั่วทางภาคเหนือและอีสานบางส่วน ประชาชนทั้งคนไทยและทั่วโลกตื่นตกใจแทบช็อก แต่จริงๆ ในทางโหราศาสตร์ไทยถือว่าอาเพศ เป็นลางร้ายที่จะเกิดมหันตภัยตามมาไม่หยุดหย่อน ทั้งทางธรรมชาติ บุคคล การเมือง การปกครอง วัฒนธรรมประเพณี

ส่วนตำราทางฮินดูทายไว้อีกนัยหนึ่งว่า ประเทศไทยจะประสบปัญหาภัยแล้งขาดแคลนน้ำอย่างที่ไม่เคยประสบมาก่อน ภาคตะวันออกของประเทศมีสภาพแห้งแล้งทำให้ผู้คน และสัตว์เลี้ยงขาดน้ำ ภัยพิบัติทางธรรมชาติยัง ไม่หยุดยั้ง จะมีการสูญเสียแผ่นดินทางภาคใต้แถบฝั่งทะเลอันดามันตั้งแต่จังหวัดระนองลงมา

ด้านเศรษฐกิจ “โสรัจจะ” ทำนายว่า เศรษฐกิจจะตกต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์โลก ก็ว่าได้ เศรษฐกิจสหรัฐและยุโรปคลอนแคลน ส่วนประเทศไทยจะเป็นปีแห่งความล้มละลายทางเศรษฐกิจ ธุรกิจสับสน คนว่างงานหรือถูกปลดออกจากงานเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ประกอบกับ เกิดสงครามไปทั่วโลก ธนาคารทั้งเล็กและใหญ่เริ่มล้มและปิดตัวเองลง ตลาดหุ้นถูกกระทบกระเทือนอย่างหนัก มีคนฆ่าตัวตายจำนวนมาก ถือได้ว่าเป็นปีแห่ง “เศรษฐกิจเลือด” ก็เป็นได้

ประมาณปลายเดือนเมษายน ผู้บริหารบ้านเมืองควรจะระมัดระวังอย่างรอบคอบ เพราะจะเกิดความวุ่นวายปั่นป่วน บุคคลในเครื่องแบบจะมีบทบาททันที เกิดการจลาจล รัฐประหารครั้งใหญ่ เกิดการนองเลือด ผู้คนล้มตายเป็นเบือ ผู้มีอำนาจในแผ่นดินจากไปอยู่ยังแดนไกล ไร้ที่อยู่ หรือมิฉะนั้นจะหายหน้าไป ไม่ปรากฏในวงสังคมอีกต่อไป เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในกรุงเทพฯ

นอกจากนี้กลางปีราวปลายเดือนพฤษภาคม จะมีคลื่นยักษ์เป็นกำแพง อันเนื่องมาจากแผ่นดินไหวในหมู่เกาะสุมาตราพัดเข้าถล่มหมู่เกาะและชายฝั่งด้านอันดามันอีกครั้ง

ถัดมา ปลายเดือนมิถุนายนบุคคลสำคัญของแผ่นดินจักเจ็บไข้ได้ป่วย และอาการจะรุนแรงอย่างคาดไม่ถึง และอาจสูญเสียชีวิต

อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบของ “ประชาชาติธุรกิจ” พบว่า ตลอด 9 เดือน ที่ผ่านมา นับจากมกราคมถึงกันยายน 2550 หากบ้านเมืองเป็นไปตามคำทำนายของโหรใหญ่ บัดนี้ เดือนตุลาคม สังคมไทยได้ล่มสลายไปแล้ว

แต่เหตุที่ทุกอย่างยังดำรงอยู่อย่างปกติ ก็เพราะคำทำนายของหมอดูมากกว่าร้อยละ 90 …ผิด (นั่นเอง) !!!!!

จาก นสพ.ประชาชาติธุรกิจ 4-10-50 หน้า 40


บทความนี้เกิดจากการเขียนและส่งขึ้นมาสู่ระบบแบบอัตโนมัติ สมาคมฯไม่รับผิดชอบต่อบทความหรือข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือทำให้เกิดความเสียหาย หรือละเมิดสิทธิใดๆ กรุณาแจ้งมาที่ ht.ro.apt@ecivres-bew เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกจากระบบในทันที