KIEMAN

ผู้เขียน : KIEMAN

อัพเดท: 08 ก.พ. 2011 21.50 น. บทความนี้มีผู้ชม: 3265 ครั้ง

วิกฤตคือโอกาส


แกร่งขึ้นเรื่อย

ทุกครั้งที่ได้รับความเจ็บปวดเราจะได้รับความแกร่งมาด้วยเสมอ ผมไม่ค่อยได้คิดร้ายกับใครแต่ด้วยเหตุอันใดจึงต้องล้มอีกครั้ง การได้รับความไว้วางใจให้ดูแลธุรกิจใหม่จากประเทศอิตาลี่ครั้งนี้เป็นงานที่ทรงคุณค่ามากสำหรับผม เข้างานแค่ 2 เดือนก็ได้ไปฝึกอบรม ที่ประเทศอิตาลี่ เพื่อกลับมาเป็นตัวแทนของกลุ่มปั๊มน้ำที่ใหญ่ที่สุดในอิตาลี่ ในประเทศไทย ผมพยายามใช้ความสามารถที่มีอยู่อย่างเต็มที่ แทบทุกอย่างต้องทำด้วยตัวเอง ตั้งแต่สั่งของ ส่งของ ดูแลลูกค้า งานบริการหลังการขาย และการฝึกอบรม ผมไม่ค่อยได้บ่นน้อยเนื้อต่ำใจ ว่าทำไมอะไร อะไรก็เรา เพราะผมผ่านการฝึกฝนที่คูโบต้ามา จึงมีความเป็นควายเหล็กอยู่ในตัวมาก แต่แล้วก็มีเรื่องไม่คาดคิดเกิดขึ้นเมื่อ เกิดน้ำท่วมใหญ่ตอนเดือนตุลาคม วันที่ 15 เวลา 21.00 น. ผมขับรถลงมาจากขอนแก่นขณะกำลังอยู่ที่แถวปากช่องมี น้ำป่าไหลมากระแทก รถผมอย่างแรง วันนั้นเอาชีวิตรอดมาได้ก็รู้สึกได้ว่าเรายังไม่ถึงที่ซะที จึงกลับมาแล้วดูข่าวพบว่าชาวบ้านแย่แน่ ความคิดอย่างเดียวคืออยากช่วย ก็พยายามทุกทางในการที่จะมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือ กระนั้นก็ตามกลับโดนต่างประเทศไล่บี่ยอดขาย ผมก็อธิบายไปว่าตอนนี้เหลือแต่ภาคใต้ ใจเย็นๆก่อน และแล้วความหวังสุดท้ายก็หายไปเมื่อน้ำท่วมหาดใหญ่ ทุกอย่างเยือกเย็น สินค้าของผม90% เกี่ยวกับการเกษตร ผมก็ไม่อยู่เฉย นั่งคิดเตรียมการ แต่แล้วทุกอย่างก็พลิกเหมือนกับว่าไม่จำเป็นต้องมีวิศวกรคนนี้อีกต่อไป ผมบอกเลยว่าเป็นห่วงลูกค้ามากๆใครจะดูแลคือผมมี ลูกค้าแค่ 3 รายแต่เราทำงานกันแบบเพื่อนสนิท ไปไหนไปกัน คุณขอมาผมจัดให้ ทุกคนก็อยู่ในหมวดการเกษตร ทุกคนก็ได้รับผลกระทบ ผมคุยเหตุผลกับทั้งอิตาลี่และคนไทยไม่รู้เรื่องจึงสมยอมกันโดยการจากกันด้วยดี และแล้วผมก็มานั่งคิด ผมคงทำธุรกิจปั๊มน้ำต่อเพราะผมยังไม่ทะลุ ปลุโปร่งในเรื่องนี้ ก็มีหลายที่เชิญเข้าทำงาน แต่ผมไม่อยากเป็นลูกจ้างแล้วเพราะ เรื่องมันจะจบคล้ายๆเดิม ท่านพี่ไพโรจน์บอกคนอย่างเอ็งเป็นได้ ตำแหน่งเดียวแต่มีสองทาง ไม่CEO ก็ Director คืออะไรก็ได้แต่พี่คิดว่าคนเอาเอ็งอยู่ยาก ผมบอกพี่ไพโรจน์ว่าจริงๆผมชอบเป็นครูต่างหาก ผมจะทำให้โลกได้รู้ว่าเมืองไทยมีดีนั่นคือ KIE ที่ผมมุ่งจะไป แต่ตอนนี้ต้องซ่อนตัวเพื่อพัฒนาบุคคลากรไทยให้พร้อมก่อนครับพี่ ผมจะทำโรงงานให้เป็นสถานศึกษา วิศวกรไทยควรได้ฝึกงานกับผมเพื่อจะได้รู้จักคำว่า วิศกรนั้นเป็นเช่นไร วิศวกรผ่านมือผมไปแล้วประมาณ 50 คน ทุกคนบอกเหมือนกันว่าตอนแรกก็อิจฉาเพื่อนๆ ที่ฝึกงานสบายๆไม่ต้องทำอะไร อยู่กับพี่เนยเหนื่อยมากถึงที่สุดแต่สุดท้ายก็บอกว่าเค้าเพิ่งรู้ว่า เรียนไปทำไมเมื่อได้ทำงานกับพี่ ผมจบไม่สูงแต่ผมใช้งานจริง ตอนนี้ยังถ่ายทอดไม่หมดเลย ถ้าหมดแล้วค่อยไปเรียนต่อ ปริญญาเอาไว้ประดับ แต่ของจริงต้องทำจริงแล้วค่อยสอนให้รุ่นต่อๆไปเป็นวัฒนธรรม ผมชอบสสท. มากที่เปิดโอกาสให้ผมได้ถ่ายทอดเรื่องราวที่เป็นแง่คิดและเป็นศูนย์กลาง ทั้งความรู้และภูมิปัญญาที่จับต้องได้

บทความนี้เกิดจากการเขียนและส่งขึ้นมาสู่ระบบแบบอัตโนมัติ สมาคมฯไม่รับผิดชอบต่อบทความหรือข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือทำให้เกิดความเสียหาย หรือละเมิดสิทธิใดๆ กรุณาแจ้งมาที่ ht.ro.apt@ecivres-bew เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกจากระบบในทันที