khwanjai

ผู้เขียน : khwanjai

อัพเดท: 10 ม.ค. 2017 22.48 น. บทความนี้มีผู้ชม: 358 ครั้ง

เรื่องราวในห้องฉุกเฉิน


สร้างลมหายใจ ให้ใครบางคนใช้ชีวิตแบบ Inspire

        บรรยากาศยามเช้าวันนี้ตื่นขึ้นมาพร้อมกับแสงตะวันที่เริ่มสอดส่องผ่่านสายฝนที่ตกลงปรอยๆตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา และไม่มีทีท่าว่าท้องฟัาจะหยุดพักเลย ท้องฟ้าทำงานอย่างนี้มาเนิ่นนานราวกับคนทำงาน ที่คิดว่าอายุเป็นแค่เพียงเลขที่ไม่สามารถมาลดทอนความสามารถไปได้เลย ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนแล้วก็ตาม 

        หลายคนในที่ทำงานของในห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลที่ฉันทำงานอยู่ อายุล่วงเลยเข้าสู่วัยที่ที่ใกล้จะเกษียณ แต่ความสามารถราวกับหนุ่มสาวที่เพิ่งมาทำงานใหม่ๆ  ความทะมัดทะแมง ความกระตือรือร้น ความสดชื่นแจ่มใสที่แฝงอยู่ในสายเลือดได้ถูกสูบฉีดออกทุกครั้งเมื่อพวกเขาเหล่านั้น ได้รับมอบหมายการทำงานที่ตรงความสามารถ และมันถูกนำแสดงไปยังสายตาภายนอก โดยเฉพาะสายตาผู้บริหาร ที่บางคนไม่เคยแม้แต่จะย่างกรายเข้ามาในที่แห่งนี้ 
         ในโลกของความเป็นจริงในการทำงานมีคำพูดที่ว่า  'ต่อให้ทำงานให้ตาย แต่ถ้าเจ้านายไม่เห็น ก็เหมือนกับผลงานที่ถูกเก็บพับในหน้าหนังสือที่ไม่มีใครเข้าไปเปิดอ่าน' 
          เวทีของการแสดงความสามารถมีโอกาสกว้างสำหรับหัวหน้าที่มีผลงานเพื่อนำไปแสดง แต่กลับเป็นช่องแคบสำหรับลูกน้องที่ต้องการแสดงความสามารถ แต่ไม่ใช่ว่าจะไร้ซึ่งโอกาสนั้นเสียเลย ถ้าลูกน้องทำงานได้ใจหัวหน้า และหัวหน้าบอกว่า 'นี่แหละ! งานที่ใช่เลย' ก็มีโอกาสที่ผลงานจะถูกนำไปแสดงสูง 
         มาถึงคำถามจากตอนที่แล้วว่า 'ทำอย่างไร ให้ลูกน้องในแผนกเต็มใจ ทำงานได้ประสิทธิภาพเกินร้อย' วันนี้มีแนวทางง่ายๆมานำเสนอ เพราะถ้ายากไป ก็ไม่มีใครอยากอ่าน เหมือนกับตัวหนังสือที่เขียนภาษาอังกฤษยากๆผสมกับภาษาไทย ใครเห็นก็พับปิดตั้งแต่หน้าแรกฉันมีข้อคิดง่ายๆ 3 สร้างสำหรับสร้างพลังการทำงานให้กับคนในแผนก มีดังนี้ค่ะ 
        1. สร้างแรงบันดาลใจในการทำงาน หรือเรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า Inspire: บางคนเวลาจะทำอะไรสักอย่างต้องหาแรงบันดาลใจ เช่น ไปเข้าคอร์สอบรมสัมนา ไปหาธรรมมะ ไปคุยกับผู้รู้ อ่านหนังสือเยอะๆ แต่สำหรับแผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาล ที่ทุกวันของการทำงานใช้เวลาเกือบ 16  ชม.ต่อวัน เป็นเวรเช้าต่อบ่าย  จะเอาเวลาที่ไหนไปหา Inspire ให้กับชีวิต แค่ขอนอนให้กับ 6 ชั่วโมงต่อวันก็นับว่่าบุญแล้ว ดังนั้น การสร้างแรง Inspire ของหัวหน้า คือ การสูบฉีดยาที่เรียกว่า 'คุณค่าลงในการทำงาน' ที่ทำให้เขาเห็นว่างานที่เขาทำมีคุณค่ามากขนาดไหน และจะต่อยอดคุณค่าในงานได้อย่างไร 
          ทุกๆวันน้องหญิงที่ทำหน้าที่เดินเอกสาร อยู่หน้าห้องตรวจแพทย์ศัลยกรรมประสาทต้องคอยเป็นล่าม สื่อสารให้กับคนไข้ชาวจีนและชาวต่างชาติที่ใช้ภาษาอังกฤษ ทำอย่างนี้มานานแล้ว และนานมากด้วย เป็นงานที่เธอมีความสามารถสูง ที่คนทำงานคนอื่นๆ ไม่สามารถทำงานแบบเธอได้ แม้แต่พนักงานประชาสัมพันธ์ของโรงพยาบาลต้องเรียกใช้เธอเวลามีคนไข้ชาวต่างชาติชาวจีน ชาวอังกฤษ มาเลย์ สิงคโปร์ เข้ามา แต่โรงพยาบาลใช้เธอเป็นเพียงแค่พนักงานเดินเอกสาร..... แต่วันนี้ การทำงานของเธอเปลี่ยนไป แม้ว่าใครไม่เห็นแต่หัวหน้าของเธอเห็น เธอมีบทบาทที่ภาคภูมิใจมากขึ้น คือ 'สอนภาษาจีน และภาษาอังกฤษให้กับคนในแผนกทุกวันอย่างน้อย ภาษาอังกฤษและภาษาจีนวันละ 1 ประโยค และนี่คือคุณค่าที่เธอมอบให้กับทุกคนในแผนก จากงานที่เธอทำ
 
        2. สร้างผลลัพธ์ของการทำงานให้เห็น: อ่านแล้วอาจจะงงว่ามันคืออะไร แต่มีคำพูดง่่ายๆที่เข้าใจได้คือ 'ต่อให้ทำงานให้ตาย แต่ไม่เห็นผลงาน คือ ความว่างเปล่า' พอบอกแบบนี้เหมือนกับตะปูที่ทิ่งแทงใจใครๆหลายคน แต่มันคือโลกของความเป็นจริงที่ปฏิเสธไมไ่ด้ หลายครั้งที่เมื่อเกิดข้อผิดพลาดขึ้น และมีข้อเหตุผลสารพัดที่ดูเหมือนว่า นั่นมันไม่ใช่ความผิด...ฉันจะ ใช้ความสงบไปสยบความวุ่นวายต่อเหตุการณ์นี้ ที่เป็นคำพูดที่ออกมาจากปากฉันทุกครั้งคือ
         "ไม่เขียน คือ ไม่ทำ ถ้าทำ ต้องมีหลักฐาน"  โดยเฉพาะประวัติการรักษาของผู้ป่วยที่ถือเป็นหลักฐานที่สำคัญของชีวิตคนทำงาน และชีวิตคนไข้ ที่แทบต้องให้ความสำคัญต่อกระบวนการการรักษา และการเขียนบันทึกที่ให้กับผู้ป่วย 
        บางคนทำงานดีมากๆ ให้บริการดีคนไข้ดีมากๆ แต่ไม่เห็นผลงานที่เรียกว่า สิ่งประดิษฐ์ ที่อาจออกมาในรูปแบบของทำปรับปรุงพัฒนากระบวนการทำงาน (KaiZen) การสร้างผลงานนวัตกรรม (Innovation) และมีข้ออ้างที่บอกว่า 'ทำงาน ! ไม่จำเป็นต้องมีใครเห็น เขาทำงานด้วยใจ' หลายครั้งที่เจอคำพูดแบบนี้จากบางคน ฉันก็มักจะตอบไปว่า 'เรื่องของแกสิ แต่เรื่องของพี่ คือ ทำให้แกมีผลงาน แต่ถ้าแกชอบแอบซ่อนผลงาน ก็เรื่องของแก ถ้าทำแล้วคิดว่าดีกับตัวเอง'
 
       3. สร้างเส้นทางเดินให้กับลูกน้อง: พนักงานในหน่วยงานนี้ มีเกือบ 40 คน ถ้าแต่ละคนมีความคิดดีๆ แค่คนละ 1 เรื่อง ได้ถึง 40 ความคิด แต่ปัญหา คือ 'หนูคิดไม่ออกพี่ ว่าจะทำอะไร' คำพูดนี้ดังขึ้นมาเป็นระยะๆ เมื่อมีคำถามจากหัวหน้าว่า 'เราจะพัฒนาอะไรกันดี' มันไม่ใช่เรื่องแปลกหรอก เพราะถ้าเราต้องอยู่กับสิ่งแวดล้อมเดิมๆ ทำเรื่องเดิมๆซ้ำกันทุกวัน และคิดไม่ออกว่าจะทำอะไรดี ....แต่มันจะเป็นเรื่องที่แปลก ถ้าคนที่เป็นหัวหน้าบอกว่า 'ไม่รู้จะพัฒนาอะไรดี' องค์กรอุตสาห์เลือกให้มาเป็นหัวหน้า แล้วกลับได้คำตอบแบบนี้ (กลับไปเกิดใหม่ชาติหน้าก็ยังไม่สาย) สารพัดงานที่เข้ามาในแต่ละวัน สารพัดปัญหาที่เข้ามาในแต่ละชั่วโมง สารพัดคำติเตียนจากผู้บริหารที่เข้ามาในทุกครั้งที่เข้าประชุม สามารถเป็นเส้นทางเดินให้สร้างโอกาสการพัฒนามากมาย คนที่เป็นหัวหน้าต้องสร้างเส้นทางเดินนั้นให้กับลูกน้อง 
              .....เส้นทางเดินที่เราจะแก้ปัญหานี้ มอบหมายให้ใครบางคนเป็นเจ้าของผลงาน เขาจะได้รู้สึกว่าภูมิใจและเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยแก้ปัญหา
              .....เส้นทางเดินที่เราจะสร้างนวัตกรรมชี้นนี้ โดยมอบหมายให้ใครบางคนออกแบบ และสร้างมันขึ้นมา พร้อมนำส่งขึ้นเวทีประกวด เขาจะได้รู้สึกนี้เป็นฝีมือของเขาเอง
              ....เส้นทางเดินที่เราจะสร้างระบบนี้ขึ้นมา สร้างกระบวนการนี้มาเพื่อสามารถทำให้ลดขั้นตอนการทำงานได้ โดยให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการทำงานนี้ พวกเขาจะได้รู้สึกว่ามันเป็นความสำเร็จของการทำงานร่วมกัน
 
         บทสรุปทุกคนในองค์กรมีโอกาสสร้างความสำเร็จร่วมกัน หัวหน้าเป็นเพียงแต่ฟันเฟืองที่ผลักดันให้ลูกน้องแต่ละคนทำงานสำเร็จด้วยตัวของเขาเอง หลักสำคํญง่ายๆในการทำงานของหัวหน้า คือ 'สร้างแรงบันดาลใจ ให้ลูกน้องใช้ชีวิตแบบ Inspire' 'สร้างผลลัพธ์ของการทำงานให้เห็น' และ 'สร้างเส้นทางเดินให้กับลูกน้อง' :)
     
การทำงาน ก็เหมือนกับน้ำในแก้วที่ขุ่น ไม่ใส ไม่นิ่ง เหมือนกับใจที่ไม่นิ่ง ไม่สงบ แต่ถ้าเมื่อใดที่การทำงานเป็นระบบมากขึ้น น้ำในแก้ว ก็จะใสยิ่งขึ้น เหมือนกับตะกอนของความขุ่นมัว สับสน วุ่นวาย ได้ตกกตะกอนนอนก้นเรียบร้อยแล้ว-khwanjai-

บทความนี้เกิดจากการเขียนและส่งขึ้นมาสู่ระบบแบบอัตโนมัติ สมาคมฯไม่รับผิดชอบต่อบทความหรือข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือทำให้เกิดความเสียหาย หรือละเมิดสิทธิใดๆ กรุณาแจ้งมาที่ ht.ro.apt@ecivres-bew เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกจากระบบในทันที