เมตตา

ผู้เขียน : เมตตา

อัพเดท: 25 ม.ค. 2007 07.38 น. บทความนี้มีผู้ชม: 19971 ครั้ง

เมื่อนักวิทยาศาสตร์อยากจะย้อนเวลากลับไปช่วยผู้มีพระคุณ เขาจะทำได้อย่างไร


เครื่องสร้างพลังงานทวีผล

                ในห้องทำงานของผมที่ศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์แห่งชาติ  ผมนั่งครุ่นคิดถึงคำพูดของดร.วินที่ว่า “ ผมอยากให้คุณสร้างเครื่องจักรที่สามารถสร้างพลังงานสูงเท่าเทียมกับพลังงานเนิวเคลียร์   และต้องเป็นพลังงานที่ใช้งานได้อย่างไม่มีวันหมดสิ้น  มีขนาดเล็กกะทัดรัดสามารถบรรจุลงไปในยานเวลา”

                ผมทบทวนหลายครั้ง จะมีพลังงานชนิดใดที่สามารถหมุนวนไปใช้งานแล้วกระตุ้นให้กลับมาใช้งานได้ใหม่  มันต้องไม่ใช่พลังงานน้ำ  พลังงานลมที่เคลื่อนย้ายไม่ได้  และมีความไม่แน่นอน  ผมไล่เรียงผลงานทางวิทยาศาสตร์ต่าง ๆ ที่ผมสนใจ  และแล้ว..... ผมก็นึกได้   โครงการเครื่องเรียกฝน 

                ผมรีบกลับไปที่บ้าน นั่งร่างผังการทำงานของเครื่อง และเริ่มลงมือเขียนแบบแปลน  ผมตั้งชื่อ “โครงการว่าเครื่องสร้างพลังงานทวีผล”

                เวลาผ่านไป 2 สัปดาห์ ผมค้นคว้าทฤษฎีต่าง ๆ และวัสดุที่เหมาะสมสำหรับเครื่อง  ผมต้องทำงานแข่งกับเวลา  เวลาของดร.วิน เหลือน้อยเต็มที  เมื่อมีข้อมูลพร้อมแล้ว ผมรีบนำแบบร่างของแปลนเครื่องไปเยี่ยมดร.วินที่โรงพยาบาลทันที

                ผมตรงไปที่ห้องพักคนไข้ของดร.วิน   เมื่อเปิดประตูเข้าไป  พบกันเตียงที่ว่างเปล่า  เกิดอะไรขึ้นในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผมไม่ได้มาเยี่ยมท่าน  ท่านอยู่ไหน  ผมรีบวิ่งไปที่ประตูห้อง แต่ก่อนที่จะพุ่งตัวออกไปจากห้อง  ผมได้ยินเสียง ๆ หนึ่ง

                “อ้าว !  มาเยี่ยมเหรอ ยังไม่ได้คุยกันจะรีบไปไหน”  ดร.วิน กำลังออกมาจากห้องน้ำ โดยมีมาดามวิเวียนพยุงตัวให้ก้าวเดิน

                “เออ !  ผมนึกว่าดร.ไม่อยู่ เลยจะรีบไปหาหมอสุชาติครับ”

                “มานี่  รีบเอาแปลนมาดูกันเลย”

                “ ท่านรู้ได้ยังไงว่าเป็นแปลนที่ท่านอยากได้”

                “รู้สิ คุณไม่ทำให้ผมผิดหวังหรอก”

                “อาการของท่านเป็น.......”  ท่านรีบโบกมือห้ามไม่ให้ผมถาม

“ นี่ครับ”  ผมรีบกางแปลนต้นแบบเครื่องสร้างพลังงานทีวผลให้ดร.วินดู พร้อมทั้งอธิบายหลักการทำงานของเครื่อง

“เครื่องสร้างพลังงานนี้ มีอุปกรณ์หลักอยู่ 3 ส่วน  ส่วนที่ 1 คือ กระบอกพลังงาน  ส่วนที่ 2 เป็นตัวเก็บสะสมพลังงาน  ส่วนที่ 3 เป็นแหล่งกำเนิดพลังงานสนามแม่เหล็ก”

                “น่าสนใจมาก  พ่อหนุ่ม” ท่านยิ้มด้วยความพอใจ

                “หลักการทำงานของเครื่องเป็นอย่างนี้ครับ  เครื่องจะเริ่มต้นการทำงานในส่วนที่ 3 ซึ่งเป็นเครื่องกำเนิดสนามแม่เหล็กทำงาน  แล้วใช้มอเตอร์ขับเคลื่อนแกนแม่เหล็กให้หมุนรอบกระบอกพลังงาน  เพื่อสร้างสนามแม่เหล็กเหนี่ยวนำให้เกิดกระแสไฟฟ้าในกระบอกพลังงาน ซึ่งเป็นส่วนที่ 1 ของเครื่อง  ในกระบอกพลังงานนี้จะมีแกนลวดแพทตินัม  ห่อหุ้มด้วยสารเซมิคอนดักเตอร์   ทอง   เงิน  และอลูมิเนียมอีก  ไล่ลำดับจากชั้นในสุดมาชั้นนอกสุด ซึ่งโลหะแต่ละชนิดจะมีความสามารถในการนำกระแสไฟฟ้าไม่เท่ากัน กระแสไฟฟ้าจะถูกดึงให้ส่งผ่านด้วยความเร็วมากขึ้นตามลำดับเมื่อผ่านโลหะแต่ละชนิด  และไปอั้นที่ชั้นของสารเซมิคอนดักเตอร์  อิเลคตรอนในสารเซมิคอนดักเตอร์จะถูกกระตุ้นให้มีพลังงานสูงขึ้นอย่างทวีคูณ  และถ่ายทอดเข้าสู่แกนกลางซึ่งเป็นโลหะแพทตินัม  เพื่อส่งจ่ายเป็นไฟฟ้ากำลังสูงออกไปใช้งาน และเมื่ออิเลคตรอนถ่ายทอดพลังงานแล้ว ก็จะกลับสู่สภาวะเสถียร เพื่อรับพลังงานกระตุ้นใหม่อีก  วนเวียนเป็นวัฎจักร  เครื่องนี้สามารถสร้างพลังงานออกมาได้อย่างต่อเนื่องครับ”  ผมหยุดเว้นวรรค  เพื่อรอความคิดเห็นของดร.วิน  ซึ่งท่านยิ้มอย่างพึงพอใจ

                “พลังงานไฟฟ้าส่วนที่ 1 จะถูกนำไปใช้สำหรับยานเวลา ไฟฟ้าส่วนที่ 2 จะแบ่งกลับเข้ามาใช้เป็นพลังงานของอุปกรณ์ที่สร้างสนามแม่เหล็กและขับเคลื่อนมอเตอร์เที่เป็นแหล่งกำเนิดไฟฟ้าของเครื่องสร้างพลังงานทวีผลเอง  และไฟฟ้าส่วนที่ 3 จะถูกแบ่งไปเก็บที่ตัวเก็บสะสมพลังงาน เพื่อนำกลับมาใช้สตาร์ตมอเตอร์ของเครื่องสร้างพลังงานเมื่อต้องเริ่มทำงานใหม่อีกครั้ง  และใช้เป็นพลังงานสำรองได้  หลักการทำงานของเครื่องมีแค่นี้ครับ"   ผมจบการอธิบาย

                “แนวคิดของคุณดีมาก คุณคงได้แนวความคิดมาจากไฟฟ้าของเครื่องล่อเมฆใช่ไหม  แต่มันยังมีขนาดใหญ่เกินไปสำหรับบรรจุลงในยานเวลา”

                “ผมคิดว่า ผมสามารถย่อขนาดให้เล็กลงเหลือเท่ากับแบตเตอรรี่รถยนตร์หรืออาจจะเล็กว่านั้นอีกครับ” ผมยืนกราน

                “ดีแล้ว นี่กุญแจห้องแล็ปของผม”  ดร.วิน ยื่นกุญแจให้ผม  “ผมอนุญาตให้คุณเข้าไปดูยานเวลาได้ และอย่าลืมใส่ชุดป้องกันรังสี และทำตามข้อปฏิบัติของห้องแล็ปด้วยนะ ”  มือของท่านสั่นเทา  ใบหน้าของท่านแสดงอาการเจ็บปวดอย่างรุนแรง  ผมรีบกดสัญญาณเรียกหมอ 

                หมอสุชาติรีบเข้ามาดูอาการดร.วินทันที  และฉีดยาให้ 1 เข็ม พร้อมกับอาการของดร.ที่ค่อย ๆ สงบและหลับสนิท

                “นี่ หมอ ฉีดยาอะไรให้ท่าน”

                “วัฒน์  อย่าเสียงดัง  ไม่มีอะไรมาก แค่ฉีดมอร์ฟีนให้ดร. เท่านั้น”  มาดามวิเวียนตอบแทนหมอด้วยน้ำเสียงสิ้นหวัง

                “ผมขอโทษครับ”

                “มานี่เลย วัฒน์  ไปคุยกันที่ห้องหมอ”  หมอดึงผมออกไปจากห้องทันที  ตรงไปที่ห้องพักหมอ

                “นั่งลง  สงบสติสะ” หมอกดให้ผมนั่งลงหน้าโต๊ะทำงานของหมอ

                “ อาการไม่ดีขึ้นเลยใช่ไหม”

                “คุณรู้ไหม ตอนนี้มีเนื้องอกอีกก้อนที่สมองซีกขวา เป็นส่วนที่ควบคุมการทำงานของแขนขาซึกซ้าย ตอนนี้ดร.จะมีอาการปลายประสาทมือและเท้าเริ่มชาเป็นบางครั้ง  บางทีก็มีอาการเจ็บปวดอย่างรุนแรงจนต้องฉีดมอร์ฟีน  มาดามวิเวียนยอมให้ผมทำการผ่าตัดเพื่อรักษาดร.แล้ว ไม่เช่นนั้นท่านจะมีชีวิตเหลือไม่ถึง 6 เดือน”

                “ไม่มีทางอื่นเลยหรือนอกจากการผ่าตัด”

                “อาจจะมีผลข้างเคียงนะ นายคงเข้าใจใช่ไหม”

                ผมเอามือกุมขมับ ไม่มีทางอื่นอีกเลยหรือ……


บทความนี้เกิดจากการเขียนและส่งขึ้นมาสู่ระบบแบบอัตโนมัติ สมาคมฯไม่รับผิดชอบต่อบทความหรือข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือทำให้เกิดความเสียหาย หรือละเมิดสิทธิใดๆ กรุณาแจ้งมาที่ ht.ro.apt@ecivres-bew เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกจากระบบในทันที