H. Kisara

ผู้เขียน : H. Kisara

อัพเดท: 14 มี.ค. 2008 07.59 น. บทความนี้มีผู้ชม: 109947 ครั้ง

เนื่องจากเป็นบันทึกในญี่ปุ่นที่ไล่มาจากในอดีต อาจทำให้มีเนื้อหาบางส่วนไม่อัพเดตและไม่ตรงตามฤดูกาลไปบ้างค่ะ m(_ _)m


การย้ายเข้าหอ...

สำหรับคนที่ไร้ญาติขาดมิตร ไม่มีใครให้อยู่ด้วย ไม่มีหอมหาวิทยาลัยให้ลง.. ก็ต้องโดดเดี่ยวเดียวดายหาหอเองอย่างเคว้งคว้าง... อาจจะยากหน่อยสำหรับคนที่เพิ่งมาใหม่ๆแล้วต้องมาหาหอเอง... โดยทั่วไปมหาวิทยาลัยก็ไม่ค่อยใจร้ายให้เราที่เพิ่งมาญี่ปุ่นใหม่ๆไปทำเช่นนั้น.. (จะไล่เด็กเก่าออกจากหอแล้วเอาห้องให้เรา) แต่ก็ต้องเผื่อเราต้องทำเองขึ้นมาจริงๆ จะได้รู้ระบบเค้าค่ะว่าเค้าทำกันยังไง

การย้ายตัวเองเข้าไปในที่อยู่ใหม่ในญี่ปุ่นนั้นเป็นอะไรที่ต้องใช้พลังงานและพลังเงินอย่างยิ่งใหญ่ทีเดียว ใครที่มีที่อยู่อยู่แล้วต้องคิดให้ดีดีหลายตลบก่อนจะย้าย

เมื่อเห็นความจำเป็นและเตรียมเงินได้อย่างเพียงพอแล้ว ก็ควรไปหานายหน้าหาบ้านเช่า (ส่วนใหญ่ก็จะเป็นในรูปของบริษัท) โดยทั่วไปไม่มีใครไปเดินหาเองเหมือนสมัยเอโดะ ถึงแม้จะมีค่าใช้จ่ายเป็นค่าบริการในการหาบ้านเช่าบ้างแต่ก็สะดวกกว่า เพราะนายหน้าเหล่านี้ จะมีคอลเลคชั่นบ้านเช่าและห้องเช่าไว้ให้เราเลือกอยู่บ้างแล้ว

ดังนั้น... ถ้าจะพูดให้ถูกก็คือ ก่อนจะเลือกบ้านเช่า เราต้องเลือกนายหน้าหาบ้านเช่าเสียก่อน (^_^;) อย่างแรกสุดคือเลือกร้านนายหน้าที่มีสาขาในบริเวณที่เราจะย้ายเข้าไป เพราะจะค่อนข้างมีข้อมูลแถวนั้นดี เวลาไปคุยกับเขาก็ขอแนะนำว่าอย่าเพิ่งไปตกลงอะไร ให้ถามว่าต้องตัดสินใจภายในเมื่อไรแล้วเก็บรายละเอียดไปก่อน จากนั้นก็ไปดูนายหน้าร้านอื่น เทียบราคาและเงื่อนไขดูก่อนจะเก็บไปคิดต่อที่บ้าน

บริการที่นายหน้าจะมีให้กับเราก็ไม่ใช่แค่พูดเป็นต่อยหอยพยายามให้เราเลือกห้องเท่านั้น เขาจะให้เราเลือกห้องที่สนใจออกมาซัก 2-3 ห้อง แล้วจะขับรถพาไปดูห้องจริงๆให้ ตอนนั้นแหล่ะเราต้องสังเกตทุกอย่าง สภาพห้อง สิ่งแวดล้อม เพื่อนบ้าน ข้อดีข้อเสียของแต่ละที่ (หลอกถามมาเยอะๆ)

เมื่อเลือกห้องได้แล้วก็อาจจะมาต่อรองราคากันอีกนิดว่าลดอีกหน่อยได้หรือไม่ (ไม่ค่อยสำเร็จหรอก)โดยรวมแล้วค่าใช้จ่ายที่ต้องเสียตอนย้ายเข้าก็จะประกอบไปด้วย เงินค่าประกันห้อง (ถ้าเป็นห้องที่ใหม่และดีจะเป็นเงินถึง 4-5 แสนเยน และถึงแม้ว่าชื่อจะบอกว่าเป็นเงินประกัน ก็ไม่ควรจะหวังว่าจะได้เงินคืนครบตอนออก...) (-_-;) เงินค่ามารยาท (เงินกินเปล่า ต้องสังเกตเงื่อนไขดีๆว่าจ่ายครั้งเดียวหรือต้องจ่ายทุกปี) เงินค่าเช่าห้อง (ต้องจ่ายของเดือนแรกไปเลยหรือเปล่า) เงินค่าส่วนกลาง (ต้องจ่ายรายเดือนเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นคิดรวมกับค่าเช่าห้องที่จะต้องเสียไว้เลย บางที่ก็มีบางที่ก็ไม่มี) และค่าอื่นๆ (ถ้ามี) รวมแล้วเป็นเงินที่ต้องเสียตอนแรกเท่าไหร่ เสียรายเดือนเท่าไหร่ ลิสไว้ก่อน

เงินที่ต้องเสียทุกอย่างก็จะขึ้นอยู่กับสภาพห้องเช่าของเรานี่เอง ถ้าเป็นห้องเช่าเก่าๆที่ไม่มีอะไรมากก็จะไม่ถึงกับแพงจนจ่ายไม่ได้ เผลอๆจะไม่มีค่านายหน้า ค่ามารยาทอะไรด้วย.. (ใครไม่กลัวผีบอกไปเลย เอาห้องที่มีผีก็ได้ แต่ขอถูกๆ) แต่ถ้าเป็นผู้หญิงต้องคิดดีๆ อย่าลืมเรื่องความปลอดภัย เอาถูกไว้ก่อน แต่เกิดอะไรขึ้นพ่อแม่เสียใจก็ไม่คุ้มนะ ค่าห้องถูกแพงก็มักจะขึ้นอยู่กับสถานที่ด้วย เช่นห้องเช่าในโตเกียวและอยู่ใกล้สถานีรถไฟก็จะแพงกว่าห้องเช่าที่อยู่นอกเมืองออกไปหน่อย แต่อย่าลืมคำนวณค่าเดินทางไว้ด้วยว่าอย่างไหนจะคุ้มกว่ากัน

นอกจากค่าเช่าห้องที่แพงหูฉี่แล้ว ปัญหาที่ชาวต่างชาติมักจะประสบกันอย่างถ้วนหน้าก็คือ ห้องเช่าส่วนใหญ่มักจะต้องให้ชาวญี่ปุ่นมาค้ำประกันให้ด้วย ไม่งั้นไม่สามารถเข้าไปอยู่ได้ (-_-;) ซึ่งก็เป็นเรื่องแน่นอนว่าไม่ใช่ว่าชาวต่างชาติทุกคนจะมีเพื่อนคนญี่ปุ่นที่สนิทสนมขนาดยอมมาค้ำประกันให้ และโดยทั่วไปก็ไม่มีใครเค้่าซี้ซั๊วะมาค้ำประกันให้ง่ายๆ จึงเป็นปัญหาอย่างมาก...

มหาวิทยาลัยใหญ่ๆหลายแห่งจะค้ำประกันเรื่องที่อยู่ให้กับนักเรียนต่างชาติของเขาด้วย แต่ต้องดูเงื่อนไขดีๆว่าเค้ามีกฎหรือเงื่อนไขอะไรให้เราต้องทำตามบ้าง ไปถามแผนกต่างชาติมาซะดีๆ

ถ้าทุกอย่างฉลุยไม่มีปัญหา ก็เตรียมย้ายเข้าได้เลย

การย้ายที่อยู่ที่ญี่ปุ่นนั้นก็ทำได้หลายแบบ จะใช้บริการบริษัทบริการขนย้ายก็ได้ หรือจะขนเองหรือให้เพื่อนที่มีรถมาช่วยขนให้ก็ได้ ถ้าของเราเยอะมาก การให้เพื่อนมาช่วยขนอาจจะไม่หมดภายในวันเดียว อาจจะต้องใช้บริการของบริษัทบริการขนย้าย แต่การใช้บริการบริษัทพวกนี้ก็จะแพงมาก ต้องกะประมาณจำนวนของและน้ำหนักของที่เราจะให้เค้าขนให้เค้าเพื่อตีราคาด้วย ค่อนข้างยุ่งยากพอสมควร (ดังนั้นใครที่ไปไหนมาไหนแล้วชอบช็อปของมาเก็บไว้มากๆจะลำบากตอนย้ายออก...) (-_-;)

ถ้าเป็นไปได้ ควรย้ายให้เสร็จก่อนที่มันจะมืดค่ำ หรือไม่ก็ไปซื้อหลอดไฟมาเตรียมไว้ที่ห้องใหม่ก่อน เพราะปกติห้องใหม่ที่ญี่ปุ่นจะไม่มีแม้แต่หลอดไฟให้เลย… (งกเป็นที่สุด)

หลอดไฟนี่ก็หลอดละหลายพันเยน ใครย้ายไปที่ทีมีหลายห้องนึกว่าจะสบายอาจจะงบบานปลายเพราะลืมคำนวณค่าหลอดไฟไปก็ได้ (-_-;)

และถึงมีหลอดไฟแล้วแต่ยังไม่ได้โทรไปแจ้งเปิดบริการน้ำไฟก่อนก็ยังใช้ไม่ได้ ที่ญี่ปุ่นนี่ต้องโืทรไปเปิดบริการเองทุกอย่างทั้งน้ำ ไฟ แก๊ส (ไม่มีลุงส่งแก๊สกลิ้งถังแก๊สมาบริการอีกต่อไป...)

ทางที่ดีจะย้ายทีนึงก็คำนวณดีดี ให้หาหอที่น่าจะอยู่ได้หลายปี แล้วถ้าไม่จำเป็นก็อย่าไปย้ายมหาวิทยาลัยมาก (-_-;) ย้ายมหาวิทยาลัยน่ะมันไม่ลำบาก แต่ย้ายหอน่ะ.. ลำบากและสิ้นเปลืองกว่ากันเยอะเลย...


บทความนี้เกิดจากการเขียนและส่งขึ้นมาสู่ระบบแบบอัตโนมัติ สมาคมฯไม่รับผิดชอบต่อบทความหรือข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือทำให้เกิดความเสียหาย หรือละเมิดสิทธิใดๆ กรุณาแจ้งมาที่ ht.ro.apt@ecivres-bew เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกจากระบบในทันที