มานพ

ผู้เขียน : มานพ

อัพเดท: 10 พ.ค. 2014 20.17 น. บทความนี้มีผู้ชม: 344386 ครั้ง

เป็นผู้ประกอบการธุรกิจเองเป็นสิ่งที่คนทุกคนภาคภูมิใจ แต่รู้ไว้ว่า มันยาก ถ้าเข้ามาทำแบบสุ่มสี่สุ่มห้า เพราะธุรกิจแต่ละประเภทแต่ละธุรกิจ มีวิธีทางสู่ความสำเร็จแตกต่างกันแต่มนง่ายถ้าอ่านเรื่องนี้ มีหลายตอนติดตามอ่านตลอด แล้วท่านจะรู้ว่าเถ้าแก่มืออาชีพเป็นง่ายนิดเดียว


บางทีเวลาสำคัญกว่าคุณภาพ

คุณภาพการจัดการร้านจะเกิดขึ้นทันที อย่างน้อยที่สุดกำไรจะมากขึ้น  เมื่อเถ้าแก่  ทอนถูก  ลูกค้าไม่กลับมาด่าตอนทอนผิด  ชื่อเสียงและสามารถรักษาลูกค้าเดิม  ได้    แน่ใจว่าการซื้อซ้ำจะมีอีกในอนาคต

สำหรับเทคนิคการคิดเงินทอนแบบง่าย ๆ  สำหรับเถ้าแก่พันธุ์ใหม่   จะเขียนในตอนต่อไป            

         การตอบสนองลูกค้าอย่างรวดเร็ว หรือที่นักวิชาการตลาดเขาชอบใช้คำว่า  Quick  Responses  ซึ่งปัจจุบันสามารถนำมาเป็นการสร้างขีดความสามารถทางการแข่งขัน หรือ Competitive  Advantage ได้ในระดับหนึ่งและการตอบสนองที่ว่านี้เป็นไง  ลองดูตัวอย่างง่าย ๆ 

            ร้านขายอาหารตามสั่งสองแห่งหนึ่ง   ที่จริงจะต้องใช้คำว่า  แห่งหนึ่งเพราะตั้งอยู่เดียวกันใกล้ ๆ  กัน   ร้านหนึ่งเจ้าของร้านชื่อเฮียฮวด  และอีกร้านหนึ่งชื่อ  เจ๊พร  ทั้งเฮียฮวดและเจ๊พร ดันมีรายการอาหารเหมือน ๆ  กัน  ขายข้างโรงงานและย่านบริษัทเอกชน  มีเวลาขายจากเช้าถึงบ่ายสามเศษ ๆ

 ไม่รู้เป็นไงเวลาคนที่คิดจะขายอาหารแบบนี้ไม่ชอบสร้างความแตกต่างของรายการอาหารขึ้นป้ายทีเหมือนกันเป็นพืด  รายการเดียวกันทั้งนั้น  ลองสังเกตดูสิ  พอเวลามีคนมาท้วงติง  กลับบอกว่า  รสชาติต่างกัน  หรือคนละสูตรกัน  นี่หรือครับคนที่จะขายของ  อ้าวช่างเขา  เรื่องที่อยากยกตัวอย่างมีอยู่ว่า  มีรายการอาหารอยู่อย่างหนึ่งที่สั่งบ่อยที่สุด  คือกระเพราะไข่ดาว  แปลกนะครับ  ถ้าสั่งแค่นี้  จะได้กระเพราไก่  ไม่ใช่กระเพราหมู  อาจเป็นเพราะราคาโดยเฉลี่ยของไก่ถูกกว่าหมู  แต่ช่างเถอะ      มาดูเรื่องของเฮียฮวดกับเจ๊พรดู  เฮียฮวดเวลาแกทำอาหารแกมัก  เอาหมูสับกับไก่สับมาเตรียมก่อน  ผัดให้สุกก่อนนั่นเอง  แล้วใส่กาละมังใหญ่  เตรียมพริกสับไว้  กระเทียม  ใบกระเพราที่เด็ดไว้พร้อมเมื่อลูกค้าสั่งทุกอย่างจะถูกผสมตามสูตรที่แกคิดได้ในสมองและเสร็จภายในพริบตา  แล้วเอาไข่ดาวที่แกทอดไว้เป็นถาดวางใส่ถ้าลูกค้าเอาไข่ดาวด้วยนะ  แต่เจ๊พรเธอจะเอาหมูที่แกสับไว้ออกมาจากตู้เย็น  แล้วมาผัดใส่น้ำมันที่กว่าจะรอมันเดือด  เธอจะใช้เวลาสับพริกกระเทียมเตรียมไว้แล้วพอน้ำมันเดือด  เธอจะบรรจงใส่หมูลงไปจนกระทั่งเนื้อหมูมีสีลูกตำลึงเปลี่ยนไปเป็นซีต ๆ    แล้วจึงใส่เครื่องตามสูตร  แล้วเอากระทะล้างเอาน้ำมันมาใส่รอเร่งไฟให้ร้อน  แล้วบรรจงตอกไข่จนกระทั่งสำเร็จเป็นไข่ดาว  ที่ว่ามันต่างกัน รสชาติต่างกัน  หรือคนละสูตรกัน  มันต่างแค่นี้หรือถ้าคิดแค่นี้ (อย่าคิดแค่นี้  ถือว่าไม่มีคุณสมบัติของเถ้าแก่)     

              ทีนี้เวลามีลูกค้าเข้ามาตอนใกล้เที่ยง  ทั้งเฮียฮวดและเจ๊พรอยากแปลงร่างเป็นทศกรัณฑ์  มีสองกระทะ ทำพร้อมกันอย่างรวดเร็ว แบบไม่สนใจหน้าร้านให้ลูกจ้างรับออเดอร์แล้วทำอย่างเดียว  อยากถามว่า  ลูกค้าร้านไหนได้เร็วที่สุด   ตอบ  เฮียฮวดใช้เวลาต่อ  จาน  ไม่เกิน  สามนาที  แต่เจ๊พรใช้เวลา  เจ็ดนาที  ทำไม  คงรู้  ถ้าถามเจ๊พรเธอจะตอบอย่างมาดมั่นว่าของแกอร่อยกว่า  เพราะหมูสดกว่าร้อนกว่า  ไม่เย็น  เหมือนร้านข้าง ๆนี้นะคะคุณ  จริง  ลูกค้าบอกหลายคน  แต่ลูกค้าร้านเฮียฮวดดันเยอะกว่า  คนกินเยอะกว่า  ยิ่งคนทำงานโรงงาน  จะต้องตอกบัตรเข้าออกตรงเวลา  รู้กระทั่งรู้ว่าของเจ๊พรอร่อยกว่า  เพราะเมื่อเนื้อหมูโดนน้ำมันจะหวาน  ได้รสชาติกว่า  แต่ถ้านานจะไม่อร่อยเหมือนของเฮียฮวด  แต่รสชาติต่างกันเล็กน้อย ลูกค้าไม่สนใจ  ไม่คาดหวังสูง  ยิ่งถ้าลูกค้ากลุ่มเป้าหมายหลักเป็น  คนทำงานกินเงินเดือนหรือคนงานในโรงงานที่ต้องกินแข่งกับเวลา  ช้าไม่ได้  นี่สิจะต้องตอบสนองให้ทันเวลา   

               อาหารเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ที่ขาดไม่ได้  คนทำงานกินเงินเดือนหลายคนไม่กินอาหารตอนเช้าแต่ตอนเที่ยงเป็นเวลาที่   ทุกคนจะต้องกินแน่นอน  เกือบทุกคนเพราะ  แม้ว่าจะกินอาหารเช้ากว่าจะเย็นทนหิวไม้ไหว  ถึงมีผลไม้รถเข็น  มันแค่ลองท้องไม่ถึง  ชั่วโมง   การขายอาหารเป็นอาชีพที่หลายคนยึดแต่ปัจจัยสู่ความสำเร็จ  ไม่ใช่แค่  ความสะอาด  รสอร่อย  ราคาถูก  เท่านั้นแต่จะต้องขายเร็วด้วยไม่ใช่ให้ลูกค้ารอ   ยิ่งถ้าร้านเราไม่มีจุดเด่นชวนรอ  แล้วลูกค้าคนที่รอจะเกิดความไม่พอใจ  ครั้งต่อไปจะไม่มาซื้อเราอีก  เพราะจะอ้างว่าคนเยอะไม่อยากรอ  แล้วหันไปซื้อเจ้าอื่น  ไม่กลับมาซื้อร้านเราอีกเลยแถมยังบอกเพื่อฝูงญาติพี่น้องว่า  ร้านนี้คนเยอะ  ถ้าอยากได้เร็วไปที่นี่  ดีกว่า  ลองคิดดูว่า   แค่ช้าเสียลูกค้า  ทันที  

            มาดูกรณีร้านเฮียฮวดและ  เจ๊พร  อาหารไม่ต่างกัน  แค่รสชาติต่างกันเล็กน้อยแค่นี้เอง  ลูกค้าไม่ได้คาดหวัง  ขอแค่สะอาด  กินแล้วท้องไม่ร่วง  หรือปลอดภัยนั่นละ  ราคาไม่แพงมาก  บางคนคิดว่ากินใกล้ ๆ  นี่ละแค่กินกันตาย    ไม่ต้องไปไกล  เดี่ยวเข้างานบ่ายไม่ทัน

           คุณภาพคือสิ่งที่ลูกค้าต้องการ  แล้วลูกค้าต้องการอะไร  แต่ละคนมีความต้องการแตกต่างกันแต่ความแตกต่าง  อยู่ในขอบเขตที่เรา  ตอบสนองได้  เช่นตัวอย่างที่ยกมานี้  ขอแค่ให้ทันเวลาสะอาด  กินแล้วท้องไม่ร่วง  หรือปลอดภัยนั่นละ  ราคาไม่แพงมาก  มีราคาสมดุลกับปริมาณ  เมื่อเทียบกับร้านทั่วไปอื่น ๆ   นี่คือคุณภาพ   คนทำงานกินเงินเดือนหรือคนงานในโรงงานที่นักวิชาการตลาดนิยามว่า  ลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย  มีความต้องการแค่นี้  ไม่ได้ต้องการมากไปกว่านี้  


บทความนี้เกิดจากการเขียนและส่งขึ้นมาสู่ระบบแบบอัตโนมัติ สมาคมฯไม่รับผิดชอบต่อบทความหรือข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือทำให้เกิดความเสียหาย หรือละเมิดสิทธิใดๆ กรุณาแจ้งมาที่ ht.ro.apt@ecivres-bew เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกจากระบบในทันที