ชนิตพล

ผู้เขียน : ชนิตพล

อัพเดท: 18 ม.ค. 2014 06.10 น. บทความนี้มีผู้ชม: 792346 ครั้ง

"ประสบการณ์ยิ่งมากยิ่งมีคุณค่าควรรู้และยิ่งมีค่ามากที่สุดเมื่อถูกถ่ายทอดออกมาจากใจ"


วันที่ 22 ภาคประยุกต์แผนเชิงกลยุทธ์ (Applied Strategy )(6)

ตอนที่ 83

วันที่ 22

ภาคประยุกต์แผนเชิงกลยุทธ์ (Applied Strategy )(6)

 

ตอบปัญหาท้ายตอนที่ 82

            ในฐานะที่ท่านเป็นผู้บริหาร……ท่านควรมีหลักเบื้องต้นในการคัดเลือก  บุคคลเข้าทำงานเป็นสมาชิกใหม่ขององค์การ/ องค์กร ……หรือเพื่ออ่านใจลูกค้า….ให้รู้ใจคู่เจรจาต่อรอง ในเชิงการค้า…..หรืออาจจะใช้ในกรณีที่เกี่ยวข้องกับ…การบริหารบุคคล…...การตลาด……และการบริหารและการปกครองด้านต่างๆ …….บุคลิกภาพ (personality)….เป็นจุดแรกที่เราสามารถใช้ในการมองลักษณะเฉพาะตัวของบุคคลจากภายนอกและบางส่วนจากภายใน……เพื่อวิเคราะห์บุคคลเบื้องต้น…..ก่อนที่เราจะตัดสินใจในการทำปฏิสัมพันธ์กับบุคคลนั้นๆ………..ลักษณะภายนอกของบุคคลที่แสดงออกได้แก่ กิริยา วาจาท่าทาง หน้าตาและสรีระเฉพาะบุคคล ส่วนลักษณะภายในพอจะมองได้จาก…….การแสดงออกด้านอารมณ์    ความเชี่ยวชาญ  การมีเชาว์ปัญญา………..ทั้งลักษณะภายนอกและลักษณะภายในของบุคคล มีความเกี่ยวพันธ์กันอย่างลึกซึ้งแทบจะแยกกันไม่ออก….โดยเฉพาะบุคลิกภาพที่ถูกกดไว้โดยความตั้งใจของบุคคลนั้นๆ…..เพื่อให้สิ่งที่แสดงออกมาเป็นที่พอใจแก่บุคคลที่พบเห็น  หรือเทียบเคียงกับคำว่า…..รู้หน้าไม่รู้ใจ….. “know the face can't tell the heart” ……ซิกมันด์ ฟรอยด์ พยายามใช้ทฤษฏีทางจิต มาอธิบาย ปรากฏการณ์ที่แสดงออกทางบุคลิกภาพของบุคคล ……เพื่อเป็นลักษณะเฉพาะตัวของบุคคลทั่วโลก…..หรือลักษณะเฉพาะของมนุษยชาติ (humanity)  และสามารถใช้ทำนายพฤติกรรมของบุคคลได้อย่างถูกต้อง…….      จากพฤติกรรมของจิตที่ฟรอยด์….สรุปมาเป็นทฤษฎีทางจิตที่สามารถนำมาปฏิบัติได้….หรือที่เรียกว่าทฤษฎีทางจิตของฟรอยด์….อธิบายในรูปของพลังจิตของมนุษย์  3 ส่วนหรือ… Id  , Ego  และ Superego…….สามารถสรุปเป็นแนวทางบุคลิกภาพของบุคคลได้ดังนี้……

1. โครงสร้างของจิตใต้สำนึก……กล่าวว่า พลังจิตใต้สำนึกมีอิทธิพลเหนือจิตสำนึก….จิตใต้สำนึกเป็นกลไกของจิตก่อให้เกิด อารมณ์ตามสภาวะแวดล้อม พร้อมกับแรงส่งจากจิต…..ที่อาจจะถูกเก็บกด และพร้อมที่จะแสดงออกมาทันที…..การแสดงออกถ้าผิดปกติ จากพฤติกรรมของสามัญชนก็เรียกได้ว่า…..ผู้นั้นมีความผิดปกติทางจิต……และมีความจำเป็นที่จะทำให้คนผิดปกติเหล่านั้น…..เปิดเผยถึงจิตใต้สำนึกนั้นออกมาให้อยู่ในสภาพจิตสำนึก เพื่อให้เราสามารถเข้าใจและหาวิธีรักษาได้…….
การนำไปใช้ :    เมื่อเราพิจารณาด้านบุคลิกภาพของบุคคลในข้อนี้เราสามารถรู้ในเบื้องต้นว่า…..บุคคลที่เรากำลังเจรจาด้วยนั้นมีการแสดงอาการใดๆออกมาบ้าง เช่น….แสดงความโมโห โกรธ เกียจ อาฆาตมาดร้าย หรืออารมณ์อื่นๆอีก……เป็นต้น เราต้องระวังบุคคลที่สามารถควบคุมอาการเก็บกดที่อยู่ในจิตใต้สำนึก….ไว้ได้……ในขณะเดียวกันเราต้องระวัง การประทุของระเบิดเวลาซึ่งพร้อมที่จะระเบิดได้ทุกเมื่อ………….

2.   พลังลบเป็นพลังที่ขาดเหตุผลหรือ  Id :  เป็นพลัง ที่มีแรงขับเคลื่อนสูง ที่เริ่มจากวัยเด็ก….และติดตามตัวของมนุษย์มาโดยตลอด…..เป็นพฤติกรรมของจิต ในส่วนสัญชาตญาณของมนุษย์…..เราต้องช่วยกันป้องกันมิให้เกิดการขัดขวาง และการแสดงออกของพลังนี้มากจนเกินไป                                                       
การนำไปใช้ :   ผู้บริหาร / ผู้นำ……จะต้องพิจารณาและเข้าใจบุคคลที่อยู่ในกลุ่มประเภทนี้ว่า…..เป็นบุคคลที่มักเอาแต่ใจตนเอง ไม่มีเหตุผล  แต่เราสามารถดึงเอาสติปัญญา ความรอบรู้ และความชำนาญงาน ของเขาเหล่านั้นออกมาสร้างเป็นจุดแข็งขององค์การได้……การควบคุมก็ต้องสร้างความเข้าใจและมีความอดทนในการทำงานรวมกันโดยถือว่าเป็นผู้มีความปกติทางจิตและต้องการกำลังใจ…….การพิจารณาบุคคลประเภทนี้จะต้อง…..คำนึงถึงพลังบวก อีก 2 ด้าน ว่ามีอยู่ในระดับใดบ้าง……จึงจะสามารถจัดงานที่เหมาะสม ตรงกับพลังและความสามารถของเขา……. งานที่เหมาะสมต้องเป็นประเภทที่อาศัยความชำนาญเป็นหลัก

3.   พลังบวกอยู่บนพื้นฐานของความรู้ และความเข้าใจ…Ego :  การมีเหตุผล…..เพื่อจะใช้ประกอบกับการดำเนินชีวิตประจำวัน เพื่อตอบสนองความต้องการของพลัง Id เป็นพลังที่อยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริงการรับฟังและพร้อมที่จะปฏิบัติตามอย่างมีเหตุและผล  เป็นการพัฒนามาจากพลังที่ไม่มีเหตุผล จนสามารถเข้าสู้กระบวนการพัฒนาทางสมองและจิต อย่างมีระบบและสามารถนำมาช่วยในการดำรงชีวิตอย่างมีความสุขร่วมกันได้                                                             
การนำไปใช้ :   ผู้บริหาร / ผู้นำ……จะใช้ความสามารถส่วนตัวในการพัฒนาบุคคลใน องค์การ / องค์กร …. หรือบุคคลที่ตนเอง ติดต่อประสานงานขณะนั้น…. ให้กลับมาเป็นผู้อยู่ใน…..กระบวนการพัฒนาจากความไม่มีเหตุผล มาอยู่ในภาวะที่ใช้เหตุผล…….เพื่อการทำงานและการดำเนินชีวิตประจำวัน……ตามภารกิจและหน้าที่ของแต่ละคน…….และในทางที่ดีที่สุด ก็คือการพัฒนา และการประสานงานร่วมกับ ผู้ที่มี Ego อยู่แล้วเพียงแต่….เราใส่ระบบการเลียงลำดับความคิด  เพื่อดึงความสามารถเฉพาะตัวออกมาให้ได้……และสามารถใช้บุคคลที่เป็นแนวร่วมดังกล่าว  เพื่อพัฒนาบุคคลกลุ่ม พลัง Id…..เรามอบหมายให้ผู้มี Ego ทำงานในตำแหน่งที่ต้องการความรับผิดชอบสูง  และสามารถปล่อยมือเพื่อแบ่งเบางานของเรา โดยใช้ระบบการบริหารเพื่อควบคุม…..และยังมีความจำเป็นที่จะใช้บุคคลเหล่านี้ให้อยู่ในกลุ่มของนักปฏิบัติการ

4.   พลังบวกที่เป็น Super Ego :  ช่วยให้เกิดการเรียนรู้ และมีการระดมความคิด อย่างสร้างสรรค์  จากเอกลักษณ์เฉพาะตัว  โดยสามารถพัฒนาเป็นค่านิยมกลุ่มได้ การนำไปใช้ :   ผู้บริหาร / ผู้นำ สามารถใช้ บุคคลที่มีพลัง Super Ego มาฝึกและโน้มน้าว กลุ่มพลัง Id ให้อยู่ในกรอบของระบบ องค์การ / องค์กรและต้องพึงระลึกอยู่เสมอว่าองค์การ มีการทำงานเป็นระบบทุกส่วนขององค์การมีส่วนเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน.....ผู้บริหารต้องดูแลกลุ่ม  Super Egos ไม่ให้หลงตัวในการแสดงความคิดเห็นและความสามารถ มากจนเกิด over action ซึ่งอาจจะสร้าง ความขัดแย้งลึกๆในสังคมองค์การได้แต่ต้องระวังการปิดกันทางความคิด ระบบ brainstormใช้ในการแสดงความคิดเห็นในระดับนี้ได้….. เราสามารถมอบหน้าที่ให้บุคคลในกลุ่มนี้ ทำงานด้านวิเคราะห์แผนงาน ส่วนของการพัฒนาองค์การ/ องค์กร…..มีการใช้ Creative Thinking ในการสร้างแผนงานและผลงานใหม่ๆ……ส่วนของ R&D ก็เหมาะสมกับกลุ่ม Super Ego นี้ด้วย

5.   ผู้นำ / ผู้บริหาร….ต้อง พิจารณาบุคคลเพื่อทำงานให้เหมาะสมกับ….พลัง Id , Ego และ Super Ego : การใช้บุคลากร เพื่อฉายแววพลังเด่นด้านใดด้านหนึ่งออกมา…….เป็นหน้าที่หลักของ ผู้บริหาร/ ผู้นำ…..และพึงระลึกอยู่ตลอดเวลาว่า…..พลังด้านบวกทั้งสอง สามารถสร้างแนวร่วมด้านบวกให้กับองค์การ / องค์กร….และเสริมให้พลังลบกลับมาอยู่ในสายของพลังบวกได้……โดยไม่ยากและอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างมีความสุข ด้วยความคิดสร้างสรรค์  

6.   ตามทฤษฎีโครงสร้างพลังจิต ของฟรอยด์  :     ทำให้พลังทั้งสาม โน้มน้าวมาในแนว…..สร้างความพึงพอใจ…..ให้กลุ่มทำงานและสังคมองค์การ / องค์กร….มากเกินไป โดยใช้ประสบการณ์ของบุคลากรเป็นหลัก……เพื่อเป็นตัวชี้วัด…..จะเกิดการชิงดีชิงเด่นกัน ซึ่งเป็นจุดเปราะบางและสารมารถสร้างความ แตกแยกใน องค์การ / องค์กร ได้…….และผู้บริหาร / ผู้นำ ต้องมีความละเอียดอ่อน  ต่อการบริหารด้านจิตของบุคลากรในองค์การ / องค์กร ด้วย…!

7.    ศาสตร์ของโหงวเฮ้ง  :  เป็นศาสตร์ที่ผู้บริหารองค์การไม่ควรมองข้าม…..ซึ่งเป็นวิชาหนึ่งที่ว่าด้วย การพิจารณาคน….จากลักษณะทั้งห้าบนใบหน้า ของคนนั้นๆ….ประกอบด้วย  หู ตา จมูก ปาก และคิ้ว ร่วมกับ รูปร่าง กิริยาท่าทางและวาจา ……การพิจารณาคนจากโหงวเฮ้งนี้….ใช้ในการคัดเลือกผู้ทำงานระดับ ผู้บริหารของ องค์การ / องค์กร …..และอีกในหลายๆระดับ และยังเป็นอาวุธสำคัญชิ้นหนึ่งของ HR ที่นำมาใช้ในการบริหารบุคคลขององค์การอีกด้วย                    
การนำไปใช้
:   ผู้บริหาร / ผู้นำ……สามารถใช้ทฤษฏีทางพลังจิตจิตของฟรอยด์ ทั้ง 3 พลัง ร่วมกับการดู โหงวเฮ้งก็จะเข้าใจลักษณะของมนุษย์ในเบื้องต้นได้ดียิ่งขึ้น


////////////////////////////////////////

14/8/2553



 


บทความนี้เกิดจากการเขียนและส่งขึ้นมาสู่ระบบแบบอัตโนมัติ สมาคมฯไม่รับผิดชอบต่อบทความหรือข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือทำให้เกิดความเสียหาย หรือละเมิดสิทธิใดๆ กรุณาแจ้งมาที่ ht.ro.apt@ecivres-bew เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกจากระบบในทันที